“นับถอยหลังหมดระยะหยุดยิงชั่วคราว” ในวันพุธที่ 22 เมษายนนี้ ดีกรีเร้าเส้นตายกลับมาถล่มรอบใหม่ เรือรบกองทัพสหรัฐอเมริกาล็อกเป้าถล่มเรือสินค้าติดธงชาติอิหร่านที่กำลังลอยลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้ตาต่อตาฟันต่อฟันที่เรือเร็วติดอาวุธของกองกำลัง IRGC เตหะราน ไล่ยิงเรือพาณิชย์ของอินเดีย และนานาชาติฉากหักมุม ย้อนแย้งวงเจรจา “อิสลามาบัดดีล” ที่ประเทศปากีสถาน“สันติภาพ—สงคราม” ตะวันออกกลางอยู่บนเส้นบางๆพอๆกับสถานะเปราะบางของเศรษฐกิจประเทศไทยที่เจอแรงกระแทกหนักๆจากแนวรบอ่าวเปอร์เซีย“วิกฤติพลังงาน” เผาซ้ำ “กระดูกที่ลอยอังคาร”สถานการณ์ “ฝันร้ายต้มยำกุ้ง” ย้อนกลับมากระตุกขวัญคนไทย ตามภาพข่าวที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เพิ่งบินไปสหรัฐฯร่วมวงหารือกับผู้บริหารกองทุนไอเอ็มเอฟ แสดงความพร้อมของกรุงเทพฯ ที่รับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในเดือนตุลาคมปีนี้จังหวะบังเอิญพอดี ข่าวพาดหัวยักษ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐตัวเบ้อเริ่มรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” จ่อเข็น พ.ร.ก.กู้เงินนับแสนๆล้านบาท ลุยทลายเพดานเงินกู้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ไปอยู่ที่ร้อยละ 75 ของจีดีพีเพื่อเปิด “ช่องว่าง” ให้รัฐบาลทำยอดเงินกู้เพิ่มอีกเกือบ 1 ล้านล้านบาทบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่กันแทบไม่ทัน ยุคนายกรัฐมนตรีชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” สภาพการคลังของประเทศไทย “ตูดขาด” จนลูกหลานในอนาคตต้องร้องขอชีวิต “พอแล้ว พอแล้ว แบกหนี้ไม่ไหวแล้ว”แต่นั่นก็ว่ากันไม่ได้ เมื่อมันเป็นวิบากกรรมร่วมของพลเมืองโลกไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็มีความจำเป็นต้องสวมบท “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” เพื่อประคองเศรษฐกิจบักโกรกจากภาวะสงครามเขย่าพลังงานยักเงินลูกหลานในอนาคต มาประคองปากท้องปู่ย่าตายายไม่ให้อดตายประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจได้ อย่างน้อยๆการกู้เงินมหาศาล ภาระงบประมาณแผ่นดินหนักๆก็อยู่ในอำนาจบริหารจัดการโดย “ดร.เอกนิติ” พะยี่ห้อศิษย์เอกของ “จอมยุทธ์กวง” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มือเศรษฐกิจเบอร์ใหญ่ของเมืองไทย ที่มีทั้งกึ๋นในเชิงบริหารพ่วงดีกรีหน้าตักความโปร่งใสไม่ยอมให้นักการเมือง “เสือหิว—เสือโหย” ปล้นเสบียงก้อนสุดท้ายง่ายๆแน่และก็มีบทเรียนให้ลอก ตัวอย่างจากมหาวิกฤติโควิดที่รัฐบาลไทยจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินนับล้านๆบาทมาบริหารวิกฤติเศรษฐกิจ ติดล็อก ภายใต้การบริหารจัดการโปร่งใส แทบไม่มีจุดรั่วไหลในมุมของการประคองเศรษฐกิจ วิกฤติฉุกเฉินสงครามเขย่าพลังงาน เตรียมรับแรงกระแทกหนักๆอยู่ในวิสัยที่ “เดอะแบก” อย่าง “ดร.เอก” ยัง “เอาอยู่”แต่จุดที่จะฉุด “ความชอบธรรม” ในการใช้อำนาจของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯอนุทิน” มันอยู่ในมุมเบ็ดเสร็จทางการเมืองมากกว่าท้าทายความรู้สึกสังคม ยั่วอารมณ์ “ความเงียบที่น่ากลัว”ณ จุดที่ ป.ป.ช.โดนล้อโดนอำ ไม่ได้ย่อมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแต่กลายเป็น “คณะกรรมการป้องกันและปกป้องตระกูลชิดชอบ”หลัง “มติยกคำร้อง” คดีที่ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมและอดีตเลขาธิการค่ายภูมิใจไทย ถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้นหรือถือหุ้นแทน (นอมินี) ใน หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชัน และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ“หัก” คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้นายศักดิ์สยามสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีอยู่ในข่ายโดนแบนตลอดชีวิต แต่มีเค้าจะได้สิทธิกลับมานั่งร่วมวงใน ครม. “อนุทิน” อีกต่างหากเทียบกับวิบากกรรมของ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกลที่ติดเงี่ยงเสนอกฎหมายแก้ไข ม.112 ป.ป.ช.ไล่ขยี้แบบไม่มีปรานีปราศรัย ลากคอเข้าหลักประหาร ลุ้นชะตาในศาลฎีกาอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าภาพขององค์กรอิสระที่มาจากการฟักไข่ “สว.โพยฮั้ว” เขากระโดง ชูธงไล่ล่ากองทัพส้มความผิดจากเสนอกฎหมายไม่ได้ผุดได้เกิด แต่ก๊วนน้ำเงินโทษฉกรรจ์ยังไงก็รอดพล็อตเรื่องยิ่งกว่าละครน้ำเน่า ดาวพระศุกร์ ตัวโกงยั่ว ความรู้สึกคนทางบ้านแบบโอเวอร์เล่นกันเบอร์ใหญ่ ไม่สนคนด่า ช่างกล้ากันซะเหลือเกิน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม