บริหารอารมณ์สังคม ว่าไปแล้วนับแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อรัฐบาลต่างกันลิบลับ ชนะเลือกตั้งมาอย่างพลิกความคาดหมายด้วยเสียง สส. 190 กว่าเสียงกำลังเตรียมฉลองชัยชนะเริ่มต้นรัฐบาลใหม่แต่ก็มาเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันพูดง่ายๆ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ!เพราะน้ำมันราคาพุ่งสูงขึ้นกระทบไปทุกองคาพยพ เป็นแรงกระแทกใส่รัฐบาลที่จะต้องแก้ไขอย่างไม่ทันตั้งตัวโดยเฉพาะน้ำมันขาดตลาดต้องเรียงคิวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมันก็เลยถูกโจมตีว่ามีการกักตุนพุ่งเป้าไปที่“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รับผิดชอบ ไม่รู้เป็นเพราะเหตุผลอะไรจึงเลือกคนคนนี้เพราะมีประวัติเคยประกอบธุรกิจน้ำมันก็เลยถูกชี้หน้าว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนถึงขนาดไล่ออกจากตำแหน่งที่มองต่างกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” คงเห็นว่ารู้เรื่องน้ำมันดี จึงให้รับผิดชอบจนกระทั่งรัฐบาลตั้งหลักได้โดยไม่ได้ตอบโต้กับพวกที่ออกมาโจมตี ให้ความเงียบสยบความเคลื่อนไหวจนสถานการณ์ดีขึ้นพร้อมกับออกมาตรการช่วยเหลือพวกที่ได้รับความเดือดร้อนในสาขาอาชีพต่างๆ และยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนไปจนถึงสิ้นปีไปเที่ยวสงกรานต์กันให้สนุกไม่ต้องห่วงจากนั้นก็มีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อออกมาตรการเป็นชุดๆเพื่อช่วยเหลือในแต่ละเซ็กชันนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความเดือดร้อนยอมรับว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์ผิดพลาดคิดว่าสงครามจะจบเร็วและเอาใจด้วยการประกาศว่ารัฐบาลจะเร่งนโยบายคนละครึ่งทันทีหลังแถลงนโยบาย เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องมากและสามารถช่วยเหลือประชาชนได้รัฐบาลมาไม้นี้ก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ลดกระแสต่อต้านให้เบาบางลงพูดง่ายๆดับอารมณ์ได้ระดับหนึ่ง!ก่อนที่จะประกาศรายชื่อรัฐมนตรีชุดใหม่และเข้าบริหารประเทศ ทำให้รอดพ้นจากแรงเสียดทานได้มากพอสมควรจากนี้ไปถ้าสถานการณ์สงครามจบเร็วก็โชคดีไปแต่อย่างน้อยก็สามารถฝ่ากระแสต่อต้านไปได้ระดับหนึ่ง เมื่อมีการประกาศรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ สังคมก็จะไปสนใจตรงนั้นมากกว่าคือใครได้เป็นรัฐมนตรีอะไร หน้าตาเป็นอย่างไรสามารถเบนความสนใจจากความเกรี้ยวกราดไปได้ก็เป็นเรื่องของการบริหารสถานการณ์ เป็นเรื่องคนเฉพาะรัฐบาลได้รัฐบาลใหม่ก็เป็นเรื่องที่จะวัดว่าฝีมือมากน้อยแค่ไหนหากสงครามจบเร็วก็สามารถบริหารได้ตามปกติ อยู่ที่ความรู้ความสามารถเท่านั้นแต่ถ้ายังไม่จบนั่นแหละยุ่งแน่เพราะจะเกิดผลกระทบซ้อนที่หนักหนาสากรรจ์ไม่น้อย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม