คนไทยเครียดแต่นายกฯคงสนุก จึงมีภาพ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล โผล่หน้าจากรถให้นักข่าวถ่ายรูปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนคนถูกหวย ระหว่างขับรถไปตรวจปั๊มน้ำมันด้วยตัวเองที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม บอกว่า สถานการณ์ตอนนี้น่าจะดีขึ้น แต่ต้องใช้น้ำมันอย่างประหยัด และช่วยกันรณรงค์ประหยัดพลังงาน สถานการณ์น้ำมันจังหวัดนครพนม วันที่นายกฯไปตรวจ สถานะน้ำมันดีเซลเป็นสีเขียว มีน้ำมันกระจายไปทุกอำเภอ น้ำมันชนิดอื่นๆก็มีตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา พิโถ รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันกลางดึกลิตรละ 6 บาท คนตุนน้ำมันก็รวยพุงปลิ้นในข้ามคืน นักการเมืองก็ถอนทุนเลือกตั้งในข้ามคืน น้ำมันก็ท่วมปั๊มทันที มีอะไรน่าแปลก?มีคนในรัฐบาลบอกว่า นายกฯอนุทิน ไม่รู้เรื่องการขึ้นน้ำมันลิตรละ 6 บาท คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ผอ.ศบก. เจ้าของปั๊มน้ำมัน PT ก็ไม่รู้เรื่องการขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท อมพระ 6 องค์มาพูดคนก็ไม่เชื่อ ขึ้นราคาขนาดนี้เจ้าหน้าที่กล้าขึ้นโดยพลการหรือสถานการณ์น้ำมันโลกวันนี้ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ นายกฯหนู อนุทิน ขับรถไปชื่นชม หลังจากที่ลักหลับขึ้นราคากลางดึกไปลิตรละ 6 บาทนะครับ เว็บไซต์ “การเงินธนาคารออนไลน์” รายงาน การประชุมของซีอีโอบริษัทน้ำมันและก๊าซยักษ์ใหญ่ระดับโลก CERA Week ที่ เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ จัดโดย S&P Global จาก สำนักข่าวซีเอ็นบีซี ระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันและก๊าซต่างประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดยังไม่ได้สะท้อนถึงขนาดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและก๊าซอย่างแท้จริง เพราะโลกยังมีน้ำมันสำรองอยู่เยอะ (IEA มีน้ำมันสำรองกว่า 1,200 ล้านบาร์เรล คลังสำรองภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรล และน้ำมันสำรองของสหรัฐฯและประเทศต่างๆอีกมาก)ผู้บริหารระดับสูงบริษัทน้ำมันระบุด้วยว่า กลุ่มประเทศที่จะเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในอนาคต คือ เอเชีย และยุโรป หากสงครามยืดเยื้อต่อไป (วันนี้ 32 วันแล้ว) ราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูง แม้ความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงก็ตาม เนื่องจากประเทศต่างๆจะต้องเร่งสำรองน้ำมันที่ร่อยหรอกลับมาเต็มคลังอีกครั้งคุณ Ryan Lance ซีอีโอบริษัทน้ำมัน ConocoPhillips กล่าวในเวทีประชุมว่า “คุณไม่สามารถดึงน้ำมันดิบ 8–10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนแบ่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีก 20% ออกจากเวทีโลก โดยไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงได้” และ ชีค นาวาท อัล–ซาบาห์ ซีอีโอ คูเวต ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้อิหร่านได้ปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันตะวันออกกลางโดยพฤตินัย ด้วยการ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลก “นี่ไม่ใช่การโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวเท่านั้น แต่เป็นการโจมตีที่กำลังจับตัวเศรษฐกิจโลกมาเป็นตัวประกัน” สงครามครั้งนี้ จะเกิดผลกระทบลุกลามไปยังเศรษฐกิจทั่วโลก ต้นทุนสงครามครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่เส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ในภูมิภาคนี้ แต่ขยายวงกว้างไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานนี่คือความหายนะของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจาก “คนป่วยสองคน” คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯยิวอิสราเอล ที่โหดกระหายสงครามไม่ต่างไปจาก ฮิตเลอร์ ในสงครามโลกครั้งที่สอง และน่าเชื่อว่า ทรัมป์ ก็อยู่ในขบวนการ “ไซออนิสต์” ของยิวเช่นเดียวกับ โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯคนก่อน จึงเดินตามยิวอย่างเชื่องจนไม่น่าเชื่อคำเตือนที่มองข้ามไม่ได้ในเวทีน้ำมันและก๊าซโลกอีกคนก็คือ ซาวัน ซีอีโอของ บริษัทน้ำมัน Shell เขาเตือนว่า อุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังเผชิญกับการหยุดชะงักที่ใหญ่กว่าน้ำมันดิบเสียอีก ขณะนี้อุปทานน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว ต่อไปจะเป็นน้ำมันดีเซล และตามมาด้วยน้ำมันเบนซิน การขาดแคลนกำลังกระจายไปยัง ประเทศเศรษฐกิจหลักในเอเชีย และ จะไปถึงยุโรปภายในเดือนเมษายน ผมเอาข้อมูลระดับโลกมาเตือน นายกฯอนุทิน ไว้ตรงนี้ คลื่นยักษ์สึนามิกำลังรออยู่ข้างหน้า การแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันของไทย “ต้องแก้การทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาล” ที่เป็น ผู้กำหนดนโยบายน้ำมันและราคาน้ำมัน ไม่ใช่ไปตรวจปั๊มน้ำมัน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม