วันวาน “กาญจนาคพันธุ์” อ้างสมุดมาลัยพรรณนายุค พระศรีอาริย์เอาไว้ วันนี้จึงต้องอธิบายต่อ สมุดมาลัย คือเรื่องพระลังกาชื่อพระมาลัย เมื่อพันกว่าปีที่แล้วท่านมีฤทธิ์ ดั้นโลกทะลุดินไปถึงนรก เหาะขึ้นสวรรค์ไปเจอพระศรีอาริย์ พระศรีอาริย์ท่านก็ฝากบอกมาถึงมนุษย์เราว่าโลกยุคของท่าน แผ่นดินราบเรียบ มีหญ้าขึ้นเขียวยาวเพียงสี่องคุลี น้ำในแม่น้ำไหลขึ้นข้างหนึ่ง ไหลลงข้างหนึ่ง เต็มฝั่งเสมอ ฝนมีกำหนดตก หน้าฝนห้าวันตก หน้าหนาวสิบห้าวันตก หน้าร้อนตกในวันสิบห้าค่ำและฝนที่ตกก็ตกเฉพาะกลางคืนให้นอนกันสบายๆ กลางวันแจ่มใส ไม่มีตกให้เปียกแฉะลำบากผู้คน ไม้ดอกมีดอกงามสะพรั่งตลอดเวลา ไม้ผลก็มีผลห้อยลงมา ให้เอามือปลิดได้สะดวกไม่ต้องสอย ไม่ต้องปีนขึ้นมีไม้กามะพฤกษ์ขึ้นอยู่ทั่วไป ใครต้องการอะไร ก็ไปบอกความปรารถนาได้ทุกสิ่งข้าวเกิดเอง เมล็ดหนึ่ง งอกเป็นพันหน่อ หน่อหนึ่งเป็นพันกอ กอหนึ่งเป็นพันลำ ลำหนึ่งเป็นพันรวง รวงหนึ่งได้สองพันทะนาน สมุดมาลัยคิดให้เรียบร้อยว่า ข้าวเมล็ดหนึ่ง จะได้ข้าวเป็นจำนวน 2,272 เกวียน 16 สัก 8 ทะนานข้าวพอสุกก็เป็นข้าวสุกขาวบริสุทธิ์ ไม่ต้องหุง กินได้เลย คนไม่ต้องทำไร่ ทำนา ทำสวนครัว หรืออะไรให้เหนื่อยยาก ทุกอย่างไปเอาที่ต้นข้าวสำเร็จ หรือต้นกามะพฤกษ์คนทุกคนสวยงามเหมือนกัน คนในเรือนเดียวกัน ลงจากเรือนไปแล้ว เดินสวนกันก็จำกันไม่ได้ มั่งมีศรีสุขเท่ากัน มีแต่เกษมสันต์หรรษา ร้องรำทำเพลงสนุกสนานร่าเริง เสียงดนตรีปี่พาทย์ดังกึกก้องไปทุกหนทุกแห่งพระศรีอาริย์ท่านยังบอกต่อไป ถ้าอยากไปเกิดในยุคของท่าน ต้องทำบุญรักษาศีลฟังธรรม ให้ฟังเทศน์มหาชาติ คือพระเวสสันดรชาดกวันเดียวให้จบทั้งสิบสามกัณฑ์ ก็จะได้ไปเกิดในศาสนาของท่านแน่นอนเมื่อพระมาลัยถาม เมื่อใดถึงเวลาศาสนาท่าน พระศรีอาริย์บอกว่า ตอนที่ศาสนาพระโคดมคือพระพุทธเจ้าของเราเดี๋ยวนี้เสื่อมลง คนทำบาปมาก ลามกมาก พระสงฆ์จะมีแต่ผ้าเหลืองน้อยห้อยหูคนตัวเล็กลง มีผัวมีเมียกันตั้งแต่เด็กๆ ออกลูกมาตัวก็เล็กลงไป จนต้องใช้ไม้สอยมะเขือ อายุขัยคนจะลดลงถึงสิบปีตาย โลกก็จะเกิดวุ่นวายโกลาหล เกิดรบพุ่งฆ่าฟันกัน จะจับใบไม้ใบหญ้าอะไร ก็จะกลายเป็นหอกดาบแหลนหลาว เอาเข้าไปไล่ทิ่มแทงกัน สถานการณ์นั้นเรียกว่ามิคสัญญีคนมีปัญญาจะหนีไปอยู่ในถ้ำในซอกเขา เมื่อฆ่าฟันกันตายจนหมดแล้ว คนมีปัญญาก็จะออกจากถ้ำเขามารักษาศีล ฝนจะตกเจ็ดวันเจ็ดคืน กวาดเอาซากผีที่ฆ่ากันตายออกทะเลคราวนี้ คนประพฤติดีอายุกลับทวีขึ้น จนถึงอสงไขยปีตาย แล้วถอยลงเหลือแปดหมื่นปีเมื่อใดที่โลกเปลี่ยนแปลงจนมาถึงจุดนี้ นี่คือสัญญาณบอกว่า พระศรีอาริย์ท่านจะมาโปรดเรื่องในสมุดมาลัย ผมอ่านจากหนังสือเล่มอื่น จำได้ว่า คนไทยสมัยโบราณอย่างน้อยก็ตอนต้นๆรัตนโกสินทร์ นิยมกันมาก ในงานแต่งงานคู่บ่าวสาวจะต้องฟังจนขึ้นใจชาววัด อย่างพระเถรเณรชีสวดกันได้ แต่สุ้มเสียงร้องลีลาประกอบการสวดโลดโผน จนเกินงาม ไม่เหมาะกับสมณวิสัย รัชกาลที่ 4 ท่านผนวชเป็นพระนาน 27 ปี ท่านคงทนรำคาญอยู่นาน เมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก็ทรงห้ามเสียเหตุนี้แล! คนไทยรุ่นหลังจึงได้ฟังสวดพระมาลัยน้อย เป็นเหตุให้วันนี้ กลัวบาปกันน้อยลงคนในโลกก็ยิ่งแล้ว แม้ศาสดาทุกศาสนาจะสอนเหมือนพระพุทธเจ้าของเราสอน ธรรมเป็นโลกบาลคุ้มครองโลกมีสองข้อ หิริ ความละอายต่อบาป โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป แต่ดูเหมือนคนจะไม่เชื่อ สงครามนิวเคลียร์ ทำท่าจะระเบิด หรือจะเป็นอย่างที่โบราณว่า ใกล้เวลาไฟประลัยกัลป์ล้างโลกแล้วล่ะกระมัง!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม