สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ระเบิดขึ้นตั้งแต่ 28 ก.พ. วันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทำสงครามตามก้นอิสราเอล ภายใต้การบงการของ เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ความจริงนี้ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นผู้เปิดเผย โดยยอมรับว่า จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน เพราะเกรงว่าอิหร่านจะทำการตอบโต้อิสราเอล ที่มีแผนโจมตีอิหร่านอยู่แล้ว “เราทราบดีว่าอิสราเอลจะลงมือ และสิ่งนั้นจะกระตุ้นให้อิหร่านโจมตีกองกำลังอเมริกัน หากเราไม่ชิงลงมือก่อน เราจะต้องสูญเสียกำลังพลมากกว่านี้” นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าววันถัดมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาว ปฏิเสธว่า ไม่จริงที่อิสราเอลเป็นฝ่ายกดดันสหรัฐฯให้โจมตีอิหร่าน แต่เป็นความเชื่อส่วนตัวของเขาเองว่า อิหร่านจะโจมตีก่อน ถ้าเราไม่ทำ พวกเขาก็ทำอยู่ดี ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น เป็นเหตุผลที่ไร้เหตุผลสิ้นดี ไม่น่าเชื่อจะเป็นเหตุผลของผู้นำประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ใช้ความเชื่อเป็นเหตุผลในการนำประเทศเข้าสู่สงคราม เป็นตรรกะที่บ้าสิ้นดี หรือว่าทรัมป์ป่วย?ก่อนหน้านี้ สภาคองเกรส สหรัฐฯ ก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมประธานาธิบดีทรัมป์จึงสั่งโจมตีอิหร่านพร้อมกับอิสราเอล แต่ทรัมป์อ้างว่า เพื่อปกป้องชาวอเมริกัน โครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน เป็นภัยคุกคามเพิ่มขึ้นต่อสหรัฐฯ อาจคุกคามพันธมิตรในยุโรป กองกำลังสหรัฐฯในต่างประเทศ และอาจยิงถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯได้ในอนาคต รวมทั้ง โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยทรัมป์กล่าวย้ำว่า อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ก็เป็นเหตุผลที่ฟังดูเลื่อนลอย แต่เหตุผลที่ชัดเจนตามที่ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯแถลงคือเดินตามก้นผู้นำอิสราเอลการที่สหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่านตามก้นอิสราเอลอย่างไร้เหตุผลนั้น ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล อาจต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นกลับมาผมประเมินคร่าวๆโดยไม่ต้องใช้ AI มาช่วยคิดว่า สงคราม 4 วันที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกไปแล้วกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์แน่นอน เฉพาะมูลค่าหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงยกโลกในช่วง 3 วันที่ผ่านมา (2–3 มี.ค.) ก็หายไปหลายแสนล้านดอลลาร์ เช่น ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงจนต้องเปิด Circuit breaker หยุดการซื้อขายชั่วคราวถึงสองวันซ้อน เพราะราคาหุ้นร่วงเกิน 8% ดัชนีหุ้นนิกเกอิ ก็ร่วงไปกว่า 4,000 จุด ตลาดหุ้นไทย SET ก็ต้องเปิด Circuit breaker หยุดการซื้อขายชั่วคราวเมื่อเที่ยงวันพุธ 4 มี.ค. เวลา 12.18 น. ราคาหุ้นลบไป 117.52 จุด ร่วงไปกว่า 8.01% ส่งผลให้ต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ มูลค่าการซื้อขายกว่า 95,000 ล้านดอลลาร์ ปิดตลาด ดัชนี SET กระเตื้องขึ้นมาปิดที่ 1,384.61 จุด ติดลบไป 81.90 จุด ลบไป 5.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 159,318 ล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์หุ้นไทยล่าสุด กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางกว่า 20% ของน้ำมันและก๊าซที่ใช้กันทั่วโลกในแต่ละวัน คิดเฉพาะน้ำมันวันละ 20 ล้านบาร์เรล ราคาล่าสุดบาร์เรลละ 84 ดอลลาร์ ก็สร้างความหายนะในธุรกิจน้ำมันวันละกว่า 1,680 ล้านดอลลาร์ ราว 54,000 ล้านบาท ยังไม่รวมธุรกิจขนส่งการกลั่นและการค้าน้ำมันที่เกี่ยวข้องอีกมากมายที่ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่คุญวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ประเมินว่า ถ้าราคา น้ำมันขึ้น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทย 0.10– 0.15% มีผลต่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.4–0.5% จากวันนั้นไม่ถึง 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นไปที่ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลขึ้นไป 14 ดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทยแล้ว 0.15% ไทยซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 60% ก๊าซ LNG อีก 20% ผลกระทบจึงรุนแรง การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ 15 วัน ช่วยอะไรไม่ได้มาก สงครามครั้งนี้คงไม่จบเร็วแน่นอน วันนี้อิหร่านได้ผู้นำใหม่แล้ว แผ่นดินอิหร่านกว้างใหญ่กว่า 1.6 ล้าน ตร.กม. มีประชากรกว่า 92 ล้านคน ไม่ง่ายเหมือนปาเลสไตน์ รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมมากกว่านี้.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม