น.ส.อรัญญา พรไชยะ รองปลัด กทม. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ โรงเรียนวัดบางเชือกหนังและโรงเรียนวัดบุญประดิษฐ์ เขตบางแค ซึ่งเป็นการตรวจเยี่ยมและเตรียมความพร้อมการจัดโรงเรียนการศึกษาพิเศษ หรือแบบเรียนร่วมในโรงเรียนสังกัด กทม. รวมถึงคาดการณ์เพื่อวางแนวทางการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆเพื่อนำไปสู่การแก้ไข โดยปัจจุบัน กทม.มีโรงเรียนเรียนร่วมจำนวน 165 โรง โดย กทม.ได้มีแนวทางเปิดเพิ่ม อีก 4 โรง ในเดือน พ.ค.นี้ เริ่มภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2569 เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจ และเด็กทั่วไปได้เรียนรู้ร่วมกัน ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม เขตพระนคร 2.โรงเรียนบางเชือกหนัง 3.โรงเรียนหัวกระบือ เขตบางแค และ 4.โรงเรียนวัดแสน เขตหนองจอกรองปลัด กทม.กล่าวต่อว่า จากสถิติในปัจจุบันพบว่ามีเด็กพิเศษจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้มีสมาธิสั้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากบริบทของสังคม สื่อ สิ่งแวดล้อม ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้น กทม.จึงให้ความสำคัญกับการศึกษากับเด็กเหล่านั้น ด้วยการเพิ่มโอกาสให้สิทธิความเสมอภาค และลดความแบ่งแยก โดยการดำเนินงานในโรงเรียนที่จะเปิดขึ้นใหม่ 4 โรงนี้ จะรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา สมาธิ อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ รวมทั้งมีร่างกายทุพพลภาพ ซึ่งเด็กเหล่านี้มีความต้องการพิเศษแตกต่างกัน โดยการสมัครเข้าเรียนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องพาบุตรหลานไปตรวจ และมีใบรับรองแพทย์ก่อนเข้ารับการสมัคร และการรับนักเรียนเข้าเรียน ก็ต้องดูความเหมาะสมของวิชาเรียน เช่น วิชาหลัก สามารถแยกเรียนตามความบกพร่อง แต่วิชารอง ก็สามารถเรียนร่วมกันได้ โดยจะให้ความสำคัญในการดูแลเด็กพิเศษ และให้การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเด็กได้อย่างเต็มที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่