สงครามยกใหม่ในตะวันออกกลางจากการจุดชนวนของ สหรัฐฯ และ อิสราเอล รุมถล่ม อิหร่าน ทำท่าจะยืดเยื้อบานปลายค่อนข้างแน่นอน แม้แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯที่สั่งโจมตีอิหร่านเปิดสงครามครั้งนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อไหร่ ได้แต่คาดเดากับผู้สื่อข่าวว่า อาจยาวนานถึง 5 สัปดาห์ หรืออาจยาวนานเท่าที่จำเป็น ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นทั่วโลก ล่าสุด 3 มี.ค. กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศเตือน ให้ชาวอเมริกันเดินทางออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางโดยทันที โดย โมรา นัมดาร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระบุชื่อประเทศดังนี้ บาห์เรน อิหร่าน อิรัก อิสราเอล เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซา จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน อยู่ในเขตอันตรายทั้งหมดถ้าประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่สามารถปิดเกมยุติสงครามได้ภายใน 4-5 สัปดาห์ รับรองว่าจะเกิดวิกฤติน้ำมันพลังงานทั้งโลกแน่นอน โดยเฉพาะ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก คงจะไม่อยู่นิ่งเฉย นั่งรอวิกฤติแน่นอนวันนี้ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ช่องแคบที่แคบเพียง 3 กม.ฝั่งอิหร่าน เส้นทางส่งออกน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางประมาณ 20% ของทั้งโลก แม้อิหร่านจะไม่ประกาศปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ แต่ก็ปิดไปโดยปริยาย เมื่อ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ได้แจ้งผ่านวิทยุไปยังเรือสินค้าทุกลำว่า “ไม่อนุญาตให้เรือทุกลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” และมีการโจมตีเรือสินค้า 3 ลำให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นช่องแคบร้างไปทันที ไม่มีเรือน้ำมันเรือสินค้ากล้าวิ่งผ่านแม้แต่ลำเดียว เรือกว่าพันลำจอดนิ่งรออยู่กลางทะเลอ่าวเปอร์เซียวันอังคารที่ผมเขียนบทความนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นไปอีกบาร์เรลละ 3 เหรียญกว่า น้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นไปอยู่ที่ 81 เหรียญต่อบาร์เรล เวสต์เท็กซัสขึ้นไปอยู่ที่ 74 เหรียญต่อบาร์เรล แบบรอดูท่าที ยังไม่ถึง 100 เหรียญต่อบาร์เรลที่เป็นจุดวิกฤติดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอ ปตท. บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของไทย ได้ประกาศเมื่อ 3 มี.ค. ยืนยันว่า กลุ่ม ปตท.จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ขอให้ผู้ใช้พลังงานไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุนเชื้อเพลิง เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศยังเป็นไปตามปกติ ขณะเดียวกัน คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีพลังงาน ก็เปิดเผยว่า ช่วง 7—10 วันนี้ ยังไม่มีการขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยจะใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วย ถ้ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นก็จะไม่ขึ้นแบบกระชาก ส่วนน้ำมันเบนซินอาจเข้าไปช่วยแค่บางส่วน ราคาอาจมีการขยับบ้างก่อนหน้านี้ คุณอรรถพล รัฐมนตรีพลังงาน ได้สั่งการด่วนให้ระงับการส่งออกน้ำมัน ตัวเลขน้ำมันสำรอง ณ 1 มี.ค. ไทยมีน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปคงเหลือ 4,877 ล้านลิตร ใช้ได้ 38 วัน มีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,660 ล้านลิตร จากแหล่งอื่นอีก 1,117 ล้านลิตร รวมแล้วมีน้ำมันอยู่ 7,660 ล้านลิตร พอใช้ได้ 60 วัน หรือสองเดือนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันหลังการประชุมวอร์รูมว่า หากมีความจำเป็นด้านความมั่นคง ก็สามารถสั่งห้ามส่งออกน้ำมันได้ ทุกวันนี้ไทยยังห้ามส่งออกน้ำมัน ยกเว้นลาว ปัจจุบันเราผลิตในประเทศได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้ในประเทศ 130 ล้านลิตร ส่งออกไปลาววันละ 7 ล้านลิตร ที่เหลือส่งออกไปประเทศอื่น หากสถานการณ์พัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้น ส่วนที่ส่งออกต้องมากำหนดใหม่โชคดีที่ไทยมีน้ำมันดิบและก๊าซในอ่าวไทย มีโรงกลั่นน้ำมันมากจนเหลือส่งออกแต่สถานการณ์ตะวันออกกลางในเวลานี้ แม้แต่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังงงๆ ยัง go no where ไม่รู้จะไปทางไหน ผมคิดว่า นายกฯอนุทิน ควรจะคิดให้รอบคอบ เก็บสำรองน้ำมันเพิ่มไว้อีกสักเดือนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย จะปลอดภัยกว่าไหม.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม