ตามคำร้องขอของ ปปง.มีทั้งคดียิมเลียก คดีเบน สมิธ คดีเฉิน จื้อ และคดีก๊ก อาน รวมมูลค่ากว่า 13,074 ล้านบาท โฆษก ปปง.แถลงยันสาเหตุจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์สามารถคัดค้านหรือโต้แย้งสิทธิได้ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เมื่อวันที่ 27 ก.พ. สำนักงานอัยการสูงสุดออกเอกสารแถลงข่าวรายละเอียดความคืบหน้ากรณี ปปง.ส่งสำนวนแก่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน คดีสแกมเมอร์และฟอกเงินรวม 4 คดี ระบุว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่งสำนวนคดีสำคัญ 4 คดี ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน รวมมูลค่าทรัพย์สิน 13,074 ล้านบาทให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินเมื่อวันที่ 17 ก.พ. คณะทำงานได้รับมอบหมายจากอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ พิจารณาตรวจสำนวนและยื่นคำร้องต่อศาลแล้วภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ดังนี้1.คดีนายเอื้ออังกูร สันติรักษ์โยธิน กับพวก พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 ยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.20/2569 ศาลได้ไต่สวนและมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น2.คดีนายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group กับพวก พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.25/2569 ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น3.คดีนายก๊ก อาน กับพวก พนักงานอัยการ สำนักงางานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.29/2569 ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นและ 4.คดี น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์ นายยิม เลียก นางวิรินยา ยิมจ์ นายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ กับพวก พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 ยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 26 ก.พ.เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.31/2569 ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นทั้งนี้ พนักงานอัยการแจ้งคำสั่งศาลให้สำนักงาน ปปง.ทราบแล้ว เพื่อจะได้แจ้งให้เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดทราบ หากไม่มีผู้คัดค้านหรือโต้แย้งสิทธิ ศาลจะไต่สวนพนักงานอัยการผู้ร้องและมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน กรณีมีผู้คัดค้านหรือโต้แย้งสิทธิ พนักงานอัยการจะนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนเพื่อให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์ตามคำร้องให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายต่อไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) วันเดียวกัน นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วย เลขาธิการ ปปง. ฐานะโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงข่าวกรณีเดียวกันว่า ตามที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ให้เลขาธิการ ปปง.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ต่อมาวันที่ 17 ก.พ. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง.มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีสำคัญ 4 คดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาทเรียบร้อยแล้วอนึ่งหากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง.จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่