“เสือ ดุสิต” สิ้นลายพา 2 สมุนโร่มอบตัวตำรวจ หลังก่อเหตุรุมกระทืบหนุ่มใหญ่วัย 55 ปี ปางตายคาร้านอาหารย่านสนามบินน้ำ เจ้าตัวเครียดจัดสำนึกผิดยกมือไหว้ขอโทษก้มหน้ายอมรับกรรม อ้างคู่กรณีจับก้นแฟนสาวจริง ยันไม่ได้ประกาศศักดาท้าตำรวจนนท์ หลังเกิดเหตุกินไม่ได้นอนไม่หลับครอบครัวแตกแยกต้องเลิกกับเมียที่อยู่กันมา 9 ปี ตำรวจคุมตัวทำแผนฯก่อนส่งฝากขังศาลอนุญาตให้ประกันตัวรอดนอนคุก ผบช.ภ.1 เข้าเยี่ยมอาการเหยื่อบาทายังโคม่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจนอนอยู่ห้องไอซียู รับปากให้ความเป็นธรรมดำเนินคดีกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุดกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ จากเหตุการณ์นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน อายุ 40 ปี หรือ “เสือ ดุสิต” อินฟลูฯคนดังโซเชียล พาพวกอีก 2 คนชกต่อยรุมกระทืบนายธนพล เวคะวากยานนท์ อายุ 55 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณหน้าห้องน้ำในร้านอาหารเลควิว 90 ย่านสนามบินน้ำ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี อ้างไม่พอใจที่มาจับก้นแฟนสาว เหตุเกิดเมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 18 ก.พ. ลูกสาวคนเจ็บออกมาโพสต์ร้องเรียนหวั่นเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุประกาศกร้าวว่า “นนทบุรีใครก็ได้ ตำรวจนนท์กูไม่กลัวหรอก”ความคืบหน้าหลังเกิดกระแสในโลกออนไลน์กลุ่มผู้ก่อเหตุก็โร่เข้ามอบตัวที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ก.พ. นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” พร้อมด้วยนายอานนท์ จันสอน อายุ 36 ปี และนายไมตรี แสงฤทธิ์ อายุ 28 ปี เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เมื่อทั้งหมดเดินทางมาถึง ตำรวจนำตัวขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 2 พร้อมใส่กุญแจมือทันทีนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือเสือ ดุสิต กล่าวว่า วันนี้มามอบตัวและยอมรับผิดไม่คิดจะหลบหนี ร้านนี้เพิ่งไปครั้งแรกไม่รู้จักกับคู่กรณี ส่วนแฟนสาวกับคู่กรณีรู้จักกัน แต่ถึงจะรู้จักกันก็ไม่สมควร ขอโทษที่ทำเกินกว่าเหตุและขอโทษตำรวจ ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนพูดท้าทายเจ้าหน้าที่และไม่ได้พูดเรื่องนนทบุรีใครก็ได้ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษหากทำให้ใครเข้าใจผิด รู้สึกผิดที่ก่อเหตุครั้งนี้ ได้ให้คนกลางติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อขอเยียวยาแต่อีกฝ่ายไม่พร้อมที่จะคุยก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องรับสภาพ ทำผิดไปแล้วต้องยอมรับ อยากขอโทษจากใจจริงๆ พร้อมให้ประหาร ชีวิตถ้าไม่มีการจับก้นแฟนตนจริง ตนรู้สึกผิด นอนไม่ได้กินไม่ได้ ครอบครัวแตกแยก หลังจากนี้จะไม่ขอเที่ยวอีกแล้ว ส่วนภรรยาทนมา 9 ปีมากพอแล้ว ตอนนี้เลิกกับภรรยาไปแล้วและจะรับผิดครั้งนี้ด้วยตัวเองพล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเดินทางมามอบตัว เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่ รพ.วิภาราม ปากเกร็ด อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุพูดว่า “นนทบุรีใครก็ได้ ตำรวจกูไม่กลัวหรอก” จากการสอบสวนผู้ต้องหายืนยันว่าไม่ได้พูด และหลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้าดำเนินการทันที อยากให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของตำรวจว่าหากมีการกระทำผิดทางอาญาและมีผู้เสียหายจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ นำกำลังตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดที่รุมทำร้ายผู้เสียหายบริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารที่เกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ผู้ต้องหาทั้งสามคนปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยนายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ดุสิต มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลากล่าวสั้นๆเพียงว่าได้ให้ข้อมูลและให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว ภายหลังการทำแผนฯตำรวจควบคุมตัวทั้งหมดกลับไปยัง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาต่อมาในช่วงบ่าย ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 3 ชม. ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ขณะนำตัวเสือดุสิต พร้อมพวก ออกมาจากห้องพนักงานสอบสวน เจ้าตัวยังมีสีหน้าเคร่งเครียดยกมือไหว้ขอโทษและกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมพูดอะไรไปก็ไม่มีคนเชื่อ” เมื่อไปถึงศาล พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสาม โดยใช้เงินสดคนละ 120,000 บาทที่ รพ.วิภาราม ปากเกร็ด ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เดินทางไปเยี่ยมอาการนายธนพล เวคะวากยานนท์ อายุ 55 ปี ผู้บาดเจ็บ ยังอาการสาหัสนอนรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก่อนเดินทางกลับ พ.ต.อ.พฤฒกล่าวว่า ผบช.ภ.1 ทราบเรื่องและมีความห่วงใยผู้บาดเจ็บจึงเดินทางมาเยี่ยม พร้อมรับปากดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทุกข้อหาและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย ส่วนอาการผู้บาดเจ็บยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตำรวจจะรอให้อาการคงที่เพื่อให้แพทย์ยืนยันอาการจะได้สรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องต่อศาลต่อไป ขณะเดียวกันได้ประสานตำรวจ สภ.ปากเกร็ด มาดูแลความปลอดภัยให้ผู้เสียหายที่โรงพยาบาลด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่