นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจความพร้อม “ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร” (BMA Command Center) แห่งใหม่ ที่อาคารศาลาว่าการ กทม. ดินแดง ซึ่งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์เมืองแบบบูรณาการในจุดเดียว ว่า ที่ผ่านมา กทม. มีศูนย์ควบคุมและติดตามสถานการณ์กระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งด้านจราจร ฝุ่นและสิ่งแวดล้อม และระบบระบายน้ำ ทำให้ข้อมูลแยกส่วนกัน การจัดตั้ง BMA Command Center จึงทำหน้าที่เป็นมันสมองของเมือง โดยรวมศูนย์ข้อมูลสำคัญมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้สามารถติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ และสั่งการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า ภายในศูนย์มีการเชื่อมโยงกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั่วกรุงเทพฯ โดยนำเข้าระบบแล้วกว่า 36,000 ตัว และอยู่ระหว่างทยอยเชื่อมต่อให้ครบถ้วน รวมประมาณ 60,000 ตัว รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานและภาคเอกชนที่มีกล้องในพื้นที่สาธารณะสามารถเชื่อมสัญญาณเข้าระบบได้ ภายใต้ข้อกำหนดด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามสถานการณ์ เช่น การจราจร อุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ นอกจากนี้ ศูนย์บัญชาการยังสามารถดึงข้อมูลคุณภาพอากาศ (PM2.5) ระดับน้ำในคลองและสถานีสูบน้ำ จุดเสี่ยงน้ำท่วม ตำแหน่งหัวจ่ายน้ำดับเพลิง รวมถึงข้อมูลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง มาแสดงผลบนแดชบอร์ดเดียว ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนเผชิญเหตุ รวมถึงบัญชาการเหตุการณ์ได้อย่างรอบด้านและทันท่วงที.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่