เพื่อนเก่าเล่ายี่ห้อของผมรายหนึ่งโทร.มารายงานแบบระลํ่าระลักว่า เมื่อตรุษจีนมีโอกาสผ่านไปแถวๆ “ถนนบรรทัดทอง” ปรากฏว่ารถติดยาวมากจนตอนแรกรู้สึกโกรธ...แต่พอรู้สาเหตุของรถติดก็กลับเปลี่ยนอารมณ์มาเป็น “ยินดี” และ“ปลื้มใจ” แทนประเทศไทยเหตุเพราะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง และส่วนหนึ่งไปแออัดยัดเยียดอยู่ที่ “ถนนบรรทัดทอง” แบบชนิดแทบไม่มีที่ยืนไปต่อคิวรอกินอาหาร, ที่ได้คิวได้โต๊ะแล้วก็ออกมากินข้างนอกบางส่วนแน่นตรอกแน่นซอยไปหมด...ในขณะที่พวกไม่ได้ยืนรอ และยังไม่ได้ที่นั่งกินก็เดินถ่ายรูป เดินเช็กอิน วนเวียนไปมายาวเหยียดไปทั้ง 2 ฝั่งถนนผมฟังรายงานจากเพื่อนจบ ลองไปค้นข่าวเก่าๆดู พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปจากประเทศไทยเสียนานนั้น เริ่มทยอยกลับมาเที่ยวบ้านเราอีกหน จากวันละ 10,000 กว่าคน เป็น 20,000 กว่าคน และช่วงวันตรุษจีน 15-16-17 กุมภาพันธ์ ทะลุเกินวันละ 3 หมื่นคนตลอดระยะเวลาดังกล่าวส่งผลให้นับตั้งแต่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวแล้ว 5 ล้านกับอีก 67,847 คน แม้จะน้อยลงกว่า 7.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ก็เกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ สำหรับนักท่องเที่ยวจีนแม้จะยังไม่เท่ากับยุคที่เคยมาในอดีต แต่ก็ส่อแววที่น่าพึ่งพอใจ ขยับกลับมานำหน้าเป็นอันดับ 1 ดังที่เคยเป็นมา--และแน่นอนย่อมส่งผลไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวจีนนิยมทุกแห่ง รวมทั้งย่าน “ถนนบรรทัดทอง” ดังกล่าวผมฟังข่าวจากวิทยุรายงานเพิ่มเติมว่าทางฝ่ายประจำของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย ยืนยันว่าจะไม่เกียร์ว่างแน่นอนในช่วงนี้...จะเดินหน้าลุยต่อตามแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน...โดยจะประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าไปถึง “เทศกาลสงกรานต์” ต่อเลย“โมเมนตัม” ยังเหวี่ยงไปแบบไม่หยุดเช่นนี้ เราก็อย่าให้มันหยุด...ภาครัฐบาลภาคการเมืองอาจทำไม่เต็มที่ แต่ภาคข้าราชการประจำยังทำได้ ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่เฉพาะเรื่องท่องเที่ยวเท่านั้น เรื่อง การส่งออก ตัวเลขเดือนมกราคมก็ดีมาก เห็นว่าสูงถึง 31,573 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวถึง 24.4 เปอร์เซนต์สูงสุดในรอบ 4 ปีเลยทีเดียวส่วนกรณีภาษีใหม่ล่าสุดของทรัมป์ที่หลายๆฝ่ายวิตก แต่เมื่อดูในรายละเอียดแล้วพบว่า ระยะสั้นจะเป็นผลดีต่อไทยเรา...เพราะที่น่าห่วงจะเป็นเรื่องความไม่แน่นอนระยะยาวมากกว่าก็ขอให้ทุกฝ่ายเดินหน้าต่อเก็บเกี่ยวผลดีให้มากที่สุด พร้อมกับเตรียมการไว้สำหรับผลร้ายที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตควบคู่ไปด้วยพร้อมๆกันแต่จะต้องระวังไว้ด้วยว่าตัวเลข “นำเข้า” ในช่วงปีใหม่ของเราก็สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน...ทำให้เชื่อกันว่าน่าจะเป็น “การนำเข้า” เพื่อมาแปลงรูปร่างอะไรบางอย่างเพื่อ “ส่งออก” เสียเป็นส่วนใหญ่...ซึ่งกรณีเช่นนี้ไทยเราก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรมาก มีแต่จะเสียด้วยซ้ำ ถ้าโดนประธานาธิบดีทรัมป์จับได้ว่าเป็นสินค้าที่แอบเข้ามาสวมสิทธิของประเทศไทย...ขอให้ระวังไว้ด้วยครับ! แม้เรายังจะต้องรอรัฐบาลตัวจริงอีกหลายเดือน แต่อะไรที่พอทำได้และไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ขอให้ทำต่อไป หรือเตรียมการเอาไว้ให้พร้อมสรรพ...ด้วยระยะเวลาที่ยังอีกหลายเดือน...เป็นไปได้มากที่โมเมนตัมจะเปลี่ยนได้อีกเรื่อยๆ...ดังนั้นตราบเท่าที่โมเมนตัมเก่ายังไม่หมด ยังมีผลดีและข่าวดีออกมาเรื่อยๆ เราก็ตักตวงเอาไว้ให้เต็มที่เผลอๆถ้าทุกอย่าง “เป็นใจ” ดีไปตลอดทั้งปี เดี๋ยวเราก็หายป่วยกลับมาวิ่งได้ปร๋ออีกครั้ง ผมยังเชื่อในฝีมือและมันสมองของคนไทยครับ เลิกทะเลาะกันได้เมื่อไร...เวียดนามก็เวียดนามเหอะ...อย่าไปกลัว!“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม