ปปง.ส่งสำนวน 4 คดีดัง “ยิมเลียก-เบน สมิธ-เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน” ให้อัยการพิจารณาสำนวนยื่นฟ้องศาลยึดทรัพย์ 13,074 ล้านบาท อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษยันพิจารณาแล้วเสร็จตามกรอบ 90 วัน แน่นอนชี้กรณีนี้เป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา เป็นการพิจารณาของพนักงานอัยการฝ่ายเดียว ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมไม่ได้ปปง.ส่งสำนวนยึดทรัพย์ 4 คดีดังมูลค่ารวม 13,074 ล้านบาท เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกสำนักงาน ปปง. นำสำนวนการสอบสวนคดีสำคัญ 4 ราย คดีในความผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน มีนางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษรับมอบสำหรับทั้ง 4 รายคดีที่ ปปง. มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ได้แก่ 1.คดี น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์, นายยิม เลียก กับพวก เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ มีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 68 รายการ ทั้งที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชต์ และเงิน รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน2.คดีนายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group กับพวก เป็นเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ที่ ปปง.มีมติส่งสำนวนให้อัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 68 รายการ รวม 345 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน 3.คดีนายก๊ก อาน กับพวก กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ให้ยึดทรัพย์ 560 ล้านบาท และ 4.ให้ยึดทรัพย์นายเอื้ออังกูร สันติรักษ์โยธิน กับพวก รวม 46 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน กรณีชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์นายเสวต อภัยรัตน์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการส่งสำนวนคดีทั้ง 4 คดีที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย มั่นใจได้ว่าอัยการสำนักงานคดีพิเศษที่รับผิดชอบจะตรวจสอบทรัพย์สินและยื่นคำร้องต่อศาลได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าจะดำเนินการอย่างเที่ยงธรรมด้านนางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า จากนี้จะนำทั้ง 4 สำนวนไปมอบหมายให้กองคดีที่รับผิดชอบตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินและข้อเท็จจริง มี ปปง. มาร่วมช่วยรวบรวมข้อมูล ยืนยันว่าดำเนินการให้แล้วเสร็จในกรอบเวลา 90 วัน กรณีดังกล่าวเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม เป็นการพิจารณาของพนักงานอัยการฝ่ายเดียวขณะที่นายกมลสิษฐ์กล่าวว่า ทั้ง 4 คดีคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. ได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2568 ดังนั้นกรอบเวลา 90 วันจึงนับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.68 จะสิ้นสุดภายในวันที่ 1 มี.ค.นี้ จึงมั่นใจว่า ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาได้ทันและไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขอสงวนรายละเอียดที่จะเปิดเผยว่า ทั้ง 4 คดี มีเส้นเงินที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี แต่ยืนยันว่า ทั้ง 4 คดีนั้นเราแยกเป็นคนละสำนวนกัน แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์เหมือนกันนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า การยื่นสำนวนในวันนี้เป็นเรื่องการดำเนินการทางด้านทรัพย์สินในความผิดมูลฐาน แยกคนละส่วนกับการดำเนินคดีอาญาความผิดมูลฐานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดังนั้น ปปง. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญามูลฐาน มีการประสานข้อมูลทางคดีระหว่างกันกับทางตำรวจ หลังคดีขึ้นสู่ศาลแล้วศาลจะพิจารณาพิพากษาคดี โดยการต่อสู้ทางคดีจะจบลงที่ชั้นศาลฎีกา สำนักงาน ปปง. เตรียมออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้เสียหายทั้ง 4 คดีสามารถส่งคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ์เพื่อนำมาสู่การเฉลี่ยทรัพย์สินได้ในเร็วๆนี้ โดยจะมีกรอบระยะเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันประกาศ ปปง. จะรวบรวมคำร้องของผู้เสียหาย ส่งให้พนักงานอัยการ ก่อนร้องขอต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ไม่ให้ทรัพย์สินส่วนผู้เสียหายตกเป็นของแผ่นดินต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่