ยุทธวิธีบางทีใช้ไม่ได้ในสถานการณ์จริง แบบเรียนถูกถอดเหมือน “แก้ผ้า” เอาหน้ารอดซ้ำซากลำบากจะทำความเข้าใจ สดุดีวีรกรรม นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “ใจเพชร” ยอมเป็นตัวประกันแทนเด็กนักเรียนกระทั่งถูกชายคลุ้มคลั่งวัยเพียง 18 ปี ยิงเสียชีวิตคำแสดงความเสียใจอาลัยอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวไม่สามารถทดแทนโศกนาฏกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโรงเรียนพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ออกมายอมรับต้องสั่งการให้มีการทบทวนมาตรการป้องกันและยุทธวิธีในการเข้าระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งใหม่ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าระงับเหตุ การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และการป้องกันเหตุเน้นย้ำเป้าหมายสูงสุด คือ ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสียเอาเข้าจริงการ “ตัดสินใจช้า” แม้สักเสี้ยววินาทีอาจหมายถึงเลือดและชีวิตของสุจริตชน“วิธีการไม่ได้ล้มเหลว การเข้าระงับเหตุในระยะแรกเป็นไปตามยุทธวิธีมาตรฐาน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐออกตัวอ้างเหตุเนื่องจากคนร้ายมีการใช้อาวุธและสถานการณ์เปลี่ยนไปตามห้วงเวลาทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองและตัวประกันในการเข้าประชิดตัว“เป็นจังหวะที่คนร้ายอาศัยโอกาสยื้อแย่งอาวุธปืนไปได้ ดังนั้นต้องนำบทเรียนนี้ไปฝึกทบทวนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ดุลพินิจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า”ยืนยันว่าเมื่อผู้ก่อเหตุแสดงเจตนาประสงค์ร้ายต่อชีวิตผู้อื่นอย่างชัดเจน ตำรวจจำเป็นต้องใช้มาตรการ “เด็ดขาด” ตามยุทธวิธีปัจจัยเหล่านี้ถึงถูกนำมา “ทบทวน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม