ค่ายไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ส่งสัญญาณรุกตลาดปี 2569 ด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ที่พยายามสร้างความแตกต่างผ่านประสบการณ์มากกว่าตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว“พงศธร เอื้อมงคลชัย” ประธานกรรมการบริหาร ค่ายไทยยามาฮ่ามอเตอร์ แถลงลั่นว่า ในภาพรวมของปี 2568 ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ราว 1.6% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตแบบระมัดระวัง ทว่าภายใต้ตัวเลขดังกล่าว ยามาฮ่ากลับสามารถขยายยอดขายได้ถึง 3.4% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาห กรรมอย่างมีนัยสำคัญ ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการอ่านเกมตลาดอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการโฟกัสไปที่รถออโตเมติกแฟชั่นซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้ตรงจุด สองโมเดลที่ถือเป็นกำลังหลักของความสำเร็จครั้งนี้คือ Grand Filano Hybrid และ FAZZIO ซึ่งกลายเป็นเหมือนภาพแทนของกลยุทธ์ยามาฮ่าในยุคใหม่ Grand Filano Hybrid ยังคงรักษาความนิยมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเติบโตเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่ FAZZIO กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงด้วยอัตราการเติบโตสูงถึง 60% สะท้อนว่าผู้บริโภคกำลังให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความคุ้มค่าและฟังก์ชันที่เข้าถึงง่ายมากขึ้นกว่าที่เคย สิ่งที่น่าสนใจคือ ยามาฮ่าไม่ได้มอง การแข่งขันในตลาดรถจักรยานยนต์ เพียงแค่เรื่องสมรรถนะหรือราคา แต่กำลังขยายสนามการแข่งขันไปสู่ “ประสบการณ์” ผ่านแบรนด์แคมเปญ FEEL THE UNIQUE EXPERI ENCE...สุดทุกทางต่างทุกฟีล ซึ่งเป็นการพยายามเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งสำหรับทิศทางในปี 2569 แผนการเติบโตของยามาฮ่าถูกวางไว้ผ่านสามแกนหลักที่น่าสนใจ เริ่มจากการสร้างตลาดใหม่ด้วยกลุ่ม Fashion Moped ซึ่งถือเป็นความพยายามเติมช่องว่างระหว่างรถใช้งานกับรถแฟชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความโดดเด่นแต่ยังคงความคุ้มค่า ต่อมาคือการขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการพัฒนาดีไซน์และเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น และสุดท้ายคือการรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยกิจกรรมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ ซึ่งเป็นแนวทาง ที่หลายแบรนด์ระดับโลก ใช้สร้างความภักดีในระยะยาว เมื่อมองในเชิงผลิตภัณฑ์ ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ยามาฮ่าเดินเกมรุกอย่างชัดเจน การเปิดตัวรถใหม่ 5 รุ่น สะท้อนถึงความพยายามครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด ตั้งแต่ FAZZIO Hybrid Lite ที่เปิดราคาจับต้องง่ายเพียง 49,900 บาท เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าใหม่เข้าสู่แบรนด์ ไปจนถึงการเปิดตัวลิมิเต็ดเอดิชันของตระกูล MAX เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียมสปอร์ตออโตเมติกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ XMAX Tech MAX ที่เสริมเทคโนโลยีใหม่อย่างชิลด์ไฟฟ้าและหน้าจอ TFT ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกัน การรักษาความร้อนแรงของโมเดลหลักอย่าง AEROX155 และ NMAX Tech MAX ยังแสดงให้เห็นว่า ยามาฮ่ายังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มองหาสมรรถนะและเทคโนโลยีระดับสูง เช่น ระบบ VVA, TCS, ABS และเทคโนโลยี YECVT ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์สิ่งเหล่านี้ทำให้ยามาฮ่าสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันระอุเดือดเพิ่มขึ้นทุกปี!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม