พงศาวดารสามก๊กจี่ ภาคง่อก๊ก ตอนประวัติโลซก บันทึกว่า ก่อนเกิดศึกเซ็กเพ็ก ขุนนางพลเรือน มีเตียวเจียวนำ เสนอให้ซุนกวนยอมอ่อนน้อมต่อโจโฉ แต่โลซกกลับคัดค้านเต็มที่(101 คำถามสามก๊ก หลี่ฉวนจวินและคณะ เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล มติชนพิมพ์ พ.ศ.2556 คำถามที่ 53 ทำไมโลซกนั่งรถวัวเข้าท้องพระโรง)โลซกบอกซุนกวน...ข้าพเจ้าอ่อนน้อมโจโฉได้ แต่ท่านไม่ได้เด็ดขาดหากข้าพเจ้าอ่อนน้อมโจโฉ โจโฉก็คงส่งกลับภูมิลำเนา ตั้งให้เป็นเจ้าเมืองหรือข้าหลวงมณฑล ได้นั่งรถวัวมีเจ้าหน้าที่ติดตาม แต่ถ้าท่านซุนกวน (เจ้าเมืองกังตั๋ง) จะไปอยู่ที่ไหน?คำพูดโลซกแสดงโดยนัย ยุคนั้นขุนนางผู้ใหญ่กังตั๋ง ไม่ได้นั่งรถม้าเข้าท้องพระโรง แต่นั่งรถวัว“รถวัว” เป็นอย่างไร? พงศาวดารซ่งซู บทจารีต บันทึกว่า อยู่ในจำพวกรถประทุน เป็นยวดยานที่ท้าวพระยายากจนนั่ง แต่ต่อมาถึงปลายราชวงศ์ฮั่น จนถึงราชวงศ์เหนือ-กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสูงศักดิ์ในกังตั๋ง ซุนกวนเดินทางด้วยรถเทียมโคแปดตัวสาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้ ช่วงนั้นแคว้นกังตั๋งเป็นปฏิปักษ์กับโจโฉทางภาคเหนือ การค้าขายม้าสองฝ่ายไม่สะดวก ม้าใช้เป็นพาหนะสำคัญในการศึกใช้ในสงคราม ในชีวิตประจำวันจึงต้องใช้วัวเดินทางจารีตโบราณ ยุคราชวงศ์โจว ขบวนเสด็จกษัตริย์มีรถตาม 81 คัน เจ้าผู้ครองนคร 9 คัน ยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก หลังกบฏแคว้นทั้งเจ็ดและในถิ่นอู่และฉู่ ราชสำนักไม่ยอมให้เจ้าผู้ครองนคร ตั้งขุนนางในแคว้น เช่น ผู้ตรวจราชการ ผู้พิพากษาเองแต่จะส่งไปจากเมืองหลวง อำนาจฐานะของเจ้าผู้ครองนครจึงตกต่ำลงเดิมที่เคยนั่งรถม้า เจ้าผู้ครองนครท้าวพระยาที่ยากจน ส่วนหนึ่งไม่มีกำลังนั่งรถม้า จึงเปลี่ยนเป็นรถวัวยังมีเหตุปัจจัยอีกบางประการ รัชกาลพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ ทำศึกใหญ่กับชนเผ่าซุงหนู เป็นเหตุให้จงหยวน (ศูนย์กลางจีน) ขาดแคลนม้า มีบันทึกไวในพงศาวดารฮั่นซู ราชรถไม่สามารถหาม้าสีเดียวกันให้ครบสี่ตัวครั้งหนึ่งพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ต้องการได้ม้าเหงื่อโลหิตของซีอี้ว์ (ตะวันตกซินเจียงปัจจุบัน) ถึงกับประกาศสงคราม ยืนยันความกระหายอยากได้ม้าด้วยเหตุนี้พงศาวดารจิ้นซูจึงเขียนว่า ผู้สูงศักดิ์ยุคโบราณไม่นั่งรถม้าจนถึงรัชกาลพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ ออกพระราชโองการแบ่งซอยแคว้นเจ้าผู้ครองนครให้กลายเป็นแคว้นเล็ก ทำให้คนเหล่านี้ยากจนลง บางคนนั่งรถวัวราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์จิ้น ราชวงศ์เหนือ-ใต้ การนั่งรถวัวกลายเป็นเรื่องโก้เก๋ทันสมัย พวกผู้ดีมีตระกูลต่างรู้สึกว่าการนั่งรถวัวมีสง่าราศี จึงนิยมเปลี่ยนรถม้าไปนั่งรถวัวต่อเนื่องไปจนถึงราชวงศ์สุยผมอ่านเรื่องขุนนางจีนโบราณนั่งรถวัวเข้าท้องพระโรงแล้ว... ก็ได้แต่ยิ้มๆพวกขุนนางพวกนั้นเปลี่ยนรถม้าเป็นรถวัวเปลี่ยนรถวัวเป็นรถม้าไปตามยุคสมัยนิยม แต่ต้องไม่ลืม ไม่ว่ารถวัวรถม้า เป็นสิทธิพิเศษที่พาเข้าประชุมในสภา เอ๊ย! ท้องพระโรง ต่อหน้าฮ่องเต้เพ็ดทูลกับฮ่องเต้ได้เหมือนกันสมัยนั้น สิทธ์ิในตำแหน่งขุนนางสำคัญอยู่ที่ฮ่องเต้...พระองค์เดียวไม่ยากสักเท่าไหร่? แต่ถ้าเป็นสมัยนี้...กว่าจะได้สิทธิ์นั่งรถม้ารถวัว...ตามระบอบประชาธิปไตยต้องใช้คะแนนประชาชนบางบ้านเมืองที่ผมรู้จัก...ใกล้วันเลือกตั้งเต็มที...มีครูบาอาจารย์ท่านช่วยสรุปแล้ว แบ่งขุนนางเป็นสองพวก พวกแรก ทำความดีซื้อใจ พวกที่สองดีเลวไม่ว่ากัน เตรียมขนเงินซื้อเสียงอย่างเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม