รมว.ยุติธรรมแถลงขยายผลทลายเหมืองขุดบิทคอยน์เถื่อน ตะลึงพบระดับผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟภ.เกี่ยวพันด้วย ขอหมายศาลตรวจค้นบ้าน 3 หลังใน จ.นครปฐม และ จ.ชลบุรี พบเงินสดและเส้นเงินเข้าบัญชีกว่า 15 ล้านบาท เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ สอบเชิงลึกพบระดับบริหาร กฟภ. 4 คนเกี่ยว รับทรัพย์จากแก๊งเดือนละ 1-4 แสนบาท ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ผู้ว่าการ กฟภ.เต้น สั่งพักราชการพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยแล้วที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ม.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย และพัวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับพล.ต.ท.รุทธพลเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 เปิดปฏิบัติการ “Operation Copperhead” กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมด รวมถึงผู้มีอิทธิพลและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด ต่อมาวันที่ 19 ม.ค. ดีเอสไอขยายผลภายใต้ปฏิบัติการ “Clean House” ตรวจค้นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองบิทคอยน์ เถื่อน ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจำนวน 3,642 เครื่อง พบพยานหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐ นำไปสู่การขอศาลออกหมายค้น 7 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาครพล.ต.ต.แพรดำกล่าวว่า ผลการตรวจค้นวันที่ 19 ม.ค. พบหลักฐานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 4 คน มีตำแหน่ง 3 คนระดับบริหารและปฏิบัติการ (ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และรองผู้จัดการเขตระดับ พื้นที่) ส่วนอีก 1 คนเกษียณราชการเมื่อปี 2568 มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการเหมืองบิทคอยน์เถื่อน ทั้งจัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบการโหลดไฟ รวมถึงรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลัก 1—4 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และสมุดบัญชีธนาคาร เป็นหลักฐานสำคัญ เชื่อมโยงเส้นทางการเงินและการทุจริตการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุนและเครือข่ายจีนเทา รวมถึงบุคคลต้องสงสัยว่า พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด และเอกสารทางคดีจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบร.ต.อ.เขมชาติกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นบ้านผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าฯจำนวน 3 จุด ใน จ.นครปฐม และ จ.ชลบุรี ผลจากการตรวจค้นพบเงินสดและหลักฐานการนำเงินฝากเข้าธนาคารรวมมูลค่ากว่า 15,770,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม พบว่ารายได้ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่ครอบครอง เข้าข่ายการร่ำรวยผิดปกติ นอกจากนี้พบหลักฐานหลักเป็นเส้นทางการเงินตั้งแต่ ปี 2567 กรณียืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่ละเว้น แม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ พร้อมเร่งรัดสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศด้านนายมงคล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวเสริมว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับดีเอสไอ ร่วมตรวจสอบผู้ลักลอบใช้ไฟฟ้าลักลอบขุดเมืองบิทคอยน์ผิดกฎหมาย ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหายหลาย 1,000 ล้านบาท ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสั่งให้พัก ราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่