ก.ต.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี “อัจฉริยะ” ปูดข่าวมีผู้พิพากษาเกี่ยวข้องช่วยเหลือจีนเทาหลบหนี ยันทำอย่างโปร่งใสชัดเจน หากไม่พบการกระทำผิดสามารถใช้กฎหมายปกป้องสิทธิได้เช่นกัน ด้าน “อัจฉริยะ” ขึ้นโรงพักแจ้งจับผู้ที่แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อใช้เปิดทางให้จีนเทาหนี พบมีทั้งหมด 104 ราย 3 สน. เตรียมแฉต่อผู้ร่วมขบวนการทั้งตำรวจ ตม. คนรับหัวคิว ผู้พิพากษาศาลอาญา อ้างมีหลักฐานคลิปเสียงและแชตสนทนา ผบก.น.4 ระบุกรณีแจ้งความเท็จทำคดีควบคู่กับคดี ม.157 จะขยายผลนำตัวมาดำเนินคดีทั้งหมด“อัจฉริยะ” แจ้งจับผู้แจ้งความเท็จเปิดทางช่วยจีนเทาหนี เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สหรัตน์ หลวงสิริธนสิน สว. (สอบสวน) สน.หัวหมาก ให้เอาผิดขบวนการช่วยเหลือแก๊งจีนเทา กลุ่มที่แจ้งความเท็จดำเนินคดีผู้ต้องหาจีนเทา เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการขออายัดตัวผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวที่ ตม. นำตัวไปสอบสวนที่ สน. จากนั้นผู้แจ้งถอนแจ้งความไม่ประสงค์ดำเนินคดี พนักงานสอบสวนไม่นำตัวส่งกลับไปที่ ตม. เปิดช่องให้ชาวจีนเทาหลบหนี ไม่ต้องกลับไปรับโทษที่ประเทศจีนนายอัจฉริยะเปิดเผยว่า นอกจากจะเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีผู้ที่แจ้งความเท็จเพื่อช่วยเหลือชาวจีนเทาที่ สน.หัวหมาก จะเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.บึงกุ่ม และ สน.อุดมสุข ในช่วงบ่ายวันเดียวกันด้วย เพราะพบข้อมูลว่า พนักงานสอบสวนช่วยผู้ต้องกักชาวจีนในลักษณะเดียวกันรวม 3 โรงพัก ช่วยผู้ต้องกักชาวจีนไปแล้วถึง 104 คน การแถลงข่าวที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า มีการตั้งกรรมการสอบวินัยตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือชาวจีน 5 นาย แต่ไม่ระบุรายละเอียดว่า มีกี่โรงพักที่อยู่ในขบวนการนี้กันแน่ อีกทั้งที่ผ่านมาตนยังไม่เห็นความจริงใจของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ทั้งที่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ตอนนี้จีนมองว่า ประเทศไทยถ้าทำผิดก็ซื้อตำรวจได้ เรื่องนี้กระทบไปถึงองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องน่าอายที่ภาคประชาชนอย่างตนต้องออกมาเปิดเผยเรื่องนี้แทนตำรวจนายอัจฉริยะกล่าวต่อว่า ตอนนี้มีข้อมูลว่า ตม.จังหวัดเชียงราย มีขบวนการช่วยเหลือผู้ต้องกักชาวจีน หลบหนีไม่ต่ำกว่า 150 คนแล้ว ไม่ใช่แค่พื้นที่นครบาล ขบวนการนี้มีผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งตำรวจ ตม. ตำรวจในพื้นที่ต่างๆ ตำรวจชื่อดังที่อยู่เขาใหญ่ก็เกี่ยวข้องด้วย มีทนายความ อินฟลูเอนเซอร์ที่ชอบไลฟ์สดด้วย รวมไปถึงผู้พิพากษา และนักการเมือง ในวันที่ 20 ม.ค.จะเปิดข้อมูลให้ดูว่า เฮียคุณ ที่เป็นนายหน้าของขบวนการจ่ายเงินให้ตำรวจ ตม. และผู้พิพากษาศาลอาญาอย่างไร ตนมีทั้งแชตสนทนาการจ่ายเงิน และคลิปเสียงด้วย อย่างผู้พิพากษาที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ มีข้อมูลว่าใช้ชั้น 11 ของศาลอาญา เป็นที่รับงานเจรจาเรื่องเงินการวิ่งเต้น ตนมีหลักฐานว่า ชาวจีนได้โอนเงินค่ามัดจำให้ผู้พิพากษาคนนี้เพื่อช่วยคดีไปแล้ว 2,500,000 บาท แต่ท้ายที่สุดไม่ได้ประกันตัว จะเปิดเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้งมีรายงานข้อมูลด้วยว่า มีกลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องช่วยเหลือจีนเทาแจ้งความเท็จพนักงานสอบสวนทั้งหมด 104 ราย แบ่งเป็น สน.หัวหมาก 43 ราย มี พ.ต.ท.สมเจต พลเหลา เป็นผู้รับแจ้ง จำนวน 35 ราย ร.ต.อ.ไชยา บัวมาศ อีก 8 ราย สน.บึงกุ่ม รวม 39 ราย พ.ต.ท.กิตตินันท์ กองาม รับแจ้ง 37 ราย และ ร.ต.อ.อัฎพง พลประดิษฐ์ 2 ราย สน.อุดมสุข รวม 22 ราย ร.ต.อ.เลิศฤทธิ์ ลาชโรชน์ 21 ราย และ ร.ต.อ.อัครวัฒน์ เรืองกรุงศรี 1 ราย นายอัจฉริยะแจ้งความเอาผิดกับทั้ง 104 คน ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวชี้แจงตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ และโซเชียลมีเดียมีการให้สัมภาษณ์เรื่องขบวนการและบุคคลที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือชาวจีน ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกจากประเทศ อ้างว่ามีผู้พิพากษาศาลอาญาเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการ ใช้ชั้น 11 ของศาลเป็นที่รับงานเจรจาเรื่องเงินการวิ่งเต้นประกันตัวว่า ในศาล อาญามีระบบการสั่งประกันและการตรวจสอบดุลพินิจในการสั่งประกันอย่างรัดกุม แม้การกล่าวอ้างในลักษณะเช่นนี้ ยังไม่ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนแต่ศาลยุติธรรมพร้อมที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัด ที่ผ่านมาคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต.มีการดำเนินการในชั้นของการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยอย่างโปร่งใส ชัดเจนและเด็ดขาดเสมอ หากพบว่าบุคลากรมีส่วนในการกระทำผิดก็ไม่เคยลังเลที่จะลงโทษ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือองค์กรและความถูกต้องได้ อีกทั้งคนเมื่อมาแล้วก็ไป แต่องค์กรและศรัทธาของประชาชนจะต้องคงอยู่ กระบวนการยุติธรรมถึงจะเดินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่พบการกระทำผิด พร้อมจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่กับผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลนั้นย่อมสามารถใช้กฎหมายในการปกป้องสิทธิของตนได้เช่นกันด้าน พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวนในสังกัด บก.น.4 มีส่วนเกี่ยวข้องทำคดีช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนเทาหลบหนีว่า เบื้องต้นสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดได้ส่งไปที่ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว ส่วนพยานที่มีการแจ้งความเท็จได้มีการสืบสวนทำควบคู่กันไป ต้องให้ ป.ป.ช.ส่งสำนวนกลับมาเพื่อทางคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม ยืนยันว่าจะมีการขยายผลไปถึงตัวผู้ที่แจ้งความเท็จทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่