มีคนจดแต้มแท่งปูนตกๆหล่นๆจากบนโครงการทางยกระดับถนนพระราม 2 นับแต่เริ่มสร้างมาจนถึงครั้งล่า! ที่มหาชัยกว่าสองพันครั้ง ครั้งล่า คนในรถที่ขับผ่านตาย 2 ราย ก็แค่ 2 ราย หากเอาไปเทียบกับคนในขบวนรถไฟถูกแท่งคานปูนหล่นทับสีคิ้วก่อนหน้าตายถึง 32 ก็ต้องถือว่าน้อยไปอีก หากเทียบกับตัวเลขคนงานกว่า 90 ตายในซากตึก สตง.ถล่มคราวแผ่นดินไหวระดับความเสียว สยอง ในความรู้สึกแต่ละคนไม่เท่ากัน ที่สีคิ้วผมมีเพื่อนเคยโทร.หา ที่มหาชัยถนนไปแม่กลองบ้านผม...หายใจขัดๆอยู่สักพัก แล้วภาวนา อย่าถูกหวย (หวยแท่งปูน) ตอนขับรถผ่านหลายครั้งทำใจไม่ได้ อ้อมไปใช้ถนนอ้อมน้อย ไปนครปฐม ไปถึงบางแพ เลี้ยวหาดำเนินสะดวก เข้าแม่กลองนึกถึงสุรศักดิ์ สันติธัญญโชค เพื่อนอาจารย์วิทยาลัยครูยะลา ตอนมาฝึกวิชาข่าวที่ไทยรัฐ เกือบสี่สิบปีที่แล้ว เพื่อนเขียนลงคอลัมน์เสียงร้องเจ้าของประเทศ...เรียกถนนพระราม 2 ตอนนั้นว่า ถนนเจ็ดชั่วโคตรวันนี้เพื่อนยังอยู่ ตอนดูข่าวแท่งปูนหล่นคงนึกได้ ฉายาถนนเจ็ดชั่วโคตรที่ให้ไว้...มาถึงวันนี้เชยไปแล้วเวลาเกิดหายนะภัย...น้อยใหญ่ในบ้านเมือง คนสมัยก่อนก็แค่รุ่นพ่อแม่ผม...มักพูดกันคุ้นหูสองวลีวลีแรก เสนียดจัญไร วลีที่สอง อัปรีย์จัญไรเทพชู ทับทอง เขียนไว้ในหนังสือมหัศจรรย์เมืองไทยในอดีต (สุวิริยาสาส์นพิมพ์ พ.ศ.2546) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำ “เสนียด” ว่า “จัญไร” หรือ “จังไร” จัญไร คือชั่วร้ายเลวทรามในอดีตการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็น “เสนียด” มีมากมาย เรื่องแรกที่พูดกันเป็นกฎหมาย...คือเรื่องน้ำชายคารดเรือน และที่นาที่สวนคาบเกี่ยวกันกฎหมายตราสามดวง “ลักษณะเบ็ดเสร็จ” กล่าวถึงการกระทำอันเป็นเสนียดจัญไรหลายมาตรา114 มาตราหนึ่ง ชายให้อันมิควรแก่หญิงอันเป็นเมียท่าน ท่านให้ไหม (ปรับเป็นเงิน) 100 000 ถ้าหญิงหาผัวมิได้ แลถ้าชายให้อันมิควร ให้ไหม 80 000 ถ้าหญิงให้อันมิดีแก่ชายให้ไหม 120 000 ถ้าหญิงเหมือนกันให้อันมิควรแก่กัน ให้ไหม 70 000 แล115 มาตราหนึ่ง ลวงท่านให้กินอันมิดีอันโสโครก ให้ไหม 170 000 ว่ามาครั้งนี้แต่นา 10 ไร่ขึ้นไป ถึงนา 100อนึ่งถ้านา 200 เอา 2 คูณ ถ้านา 300 เอา 3 คูณ ถ้านา 400 เอา 4 คูณ กว่านั้นให้บวกขึ้นนาร้อยละ 40 000 แล116 มาตราหนึ่ง ผู้ใดเอาอาจมซัดเรือนท่าน ให้ไหม 120 000 ถ้าเอาอาจมซัดบ้านท่าน ให้ไหม 110 000 ถ้าเข้าบ้านท่านแลถ่ายอุจจาระไว้ ให้ไหม 55 000 ถ้าขุดหลุมถ่ายอุจจาระใกล้เสาห้องเรือนท่าน ให้ไหม 55 500ถ้าแลขุนแขวงหมื่นแขวงสิบร้อย อายัดว่ากล่าว แลมันมิฟัง ...ให้ไหมทวีแล้ว แลจะให้มันแบกอาจมเสียจงได้อ่านกันมาถึงตรงนี้ จึงพอเข้าใจ คนรุ่นเก่าใช้คำเสนียดจัญไร กับเรื่องกระทบกระทั่งเล็กๆน้อยๆ การปรับไหม ถ้ายังใช้ไม่ได้ ต้องเพิ่มโทษเป็น “ให้มันแบกอาจมเสียจงได้” ฟังๆแล้วดูเป็นแค่เรื่องมโนสาเร่ของชาวบ้านเอ! แล้วเรื่องใหญ่...ระดับถล่มตึกถล่มเมือง...ที่นายกฯอนุทินท่านกัดฟัน (โถ ท่านก็เป็นพ่อค้ารับเหมาระดับอภิมหามาด้วยกัน)สั่งยกเลิกทุกโครงการหมื่นแสนล้านของอิตาเลียนไทย...ผมสงสัยทำไมคนโบราณท่านไม่ใช้คำเสนียดจัญไรให้ได้ยินกันบ้างเลยค่อยๆคิดก็พอเห็นเค้า...เรื่องชั่วๆอย่างที่เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาพรรณนาดาวเดือนดินฟ้าอาเพศ อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตพิสดารทั้งบ้านเมือง...ของคนใหญ่ๆ โบราณ ท่านเขียนไว้ในตำราชุดอุบาทว์ ตัวอย่างชื่อแรกที่ผมนึกได้ อุบาทว์พระอินทร์หนังสือเล่มนั้น ใกล้มือ ผมขอเวลา ถ้าค้นเจอเมื่อไหร่! จะเอามาขยายให้ฟัง...แต่ละอุบาทว์ๆ นั้น “อุบาทว์แค่ไหน อย่างไร?”กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม