ผวจ.นครราชสีมานำทีมแถลง ปิดศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟ ชี้ผลพิสูจน์ 30 ศพ ครบถ้วนแล้ว เผยญาติผู้ตายจะได้รับเยียวยารายละ 1,773,000 บาท ส่วนการรื้อย้ายเครนมรณะยังไม่เสร็จ ส่งผลให้การรถไฟฯเข้าซ่อมรางไม่ได้ เหตุพื้นที่ยังไม่ปลอดภัย ส่วนเหยื่อเครนยักษ์สร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่มทับรถกระบะดับ 2 ราย ผู้บริหารอิตาเลียนไทยร่วมพิธีสวดศพเหยื่อและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียแถลงปิดศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหยื่อเครนยักษ์โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟสายกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานีบริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เวลา 11.30 น. วันที่ 18 ม.ค. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.หญิงพิฐชญาณ์ จิรัญญ์โรจน์ ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นพ.ชยพล สุขโต รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา นายระพี ชมหนองโพธิ์ ผู้ตรวจการรถไฟ 2 ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย และนายกฤษฎิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางรถไฟความ เร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมานายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินงานด้านพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต สามารถยืนยันอัตลักษณ์และส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 30 รายให้ญาติครบถ้วนแล้ว จังหวัดนครราชสีมาให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้สูญเสียอย่างดีที่สุด ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเร่งช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ การเยียวยาชดเชย และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ สำหรับตัวเลขเงินเยียวยาอุบัติเหตุดังกล่าว ผู้เสียชีวิตจะได้รับเบื้องต้นรายละ 1,773,000 บาท เป็นเงินสงเคราะห์พระราชทาน 20,000 บาท การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกฯ 50,000 บาท กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย 200,000 บาท มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 10,000 บาท สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 3,000 บาท และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 150,000 บาทด้านนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ภาพรวมผู้โดยสารจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 157 คน เป็นพนักงานรถไฟ 5 คน มีผู้โดยสารลงระหว่างทาง 12 คน ขึ้นใหม่ระหว่างทาง 7 คน ทําให้ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารประสบเหตุ 157 คน และมีคนงานบริษัท อิตาเลียนไทยบาดเจ็บร่วมเพิ่ม 4 คน รวมผู้ประสบเหตุในครั้งนี้ทั้งสิ้น 161 คน มีผู้เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 71 ราย นอนพักรักษาตัวโรงพยาบาลต่างๆ 16 ราย มีเคสสีแดง 4 ราย หนึ่งในนั้นคือเด็กทารกวัย 1 ขวบ 10 เดือน ล่าสุด อาการดีขึ้นตามลำดับ ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดพล.ต.ต.หญิงพิฐชญาณ์ จิรัญญ์โรจน์ ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุรุนแรง ผบ.ตร.มอบหมายให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจร่วมในภารกิจครั้งนี้ มีทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกับทีมนิติเวชจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาสำหรับวัตถุพยานที่ได้รับจากแพทย์จากการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลยืนยันผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 30 รายจากการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ ส่วนชิ้นส่วนทั้ง 13 ชิ้นยืนยันเป็นของผู้เสียชีวิตทั้ง 30 ราย ไม่มีเพิ่มเติมส่วนนายระพี ชมหนองโพธิ์ ผู้ตรวจการรถไฟ 2 ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการซ่อมแซมรางรถไฟในพื้นที่เกิดเหตุว่า ขณะนี้ประสานงานบริษัทผู้รับเหมาในการรื้อโครงการสร้างเครนที่พังถล่มลงมาออกจากพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าใช้ระยะเวลาไม่เกิน 7 วันในการรื้อย้าย และเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่การรถไฟฯจะเข้าซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 ชม. จากนั้นก็จะสามารถเปิดทางเดินรถไฟได้ตามปกติการปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจหลักด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามการดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมไปถึงการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องเช้าวันเดียวกัน นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงติดตามความคืบหน้าในการรื้อย้ายเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ได้รับความเสียหาย เปิดเผยถึงความล่าช้าในการรื้อย้ายเครนเพื่อเร่งคืนเส้นทางรถไฟให้กลับมาเดินรถได้ตามปกติว่า การดำเนินงานในวันนี้ยังไม่สามารถนำเครนสีส้มด้านบนลงมาได้ตามแผน รายงานในพื้นที่ระบุว่าผู้รับเหมาทำได้เพียงนำรอกสีน้ำเงินหนัก 80 ตัน ลงมาวางไว้บนรางรถไฟ ยังไม่สามารถยกรอกสีน้ำเงินออกจากแนวรางรถไฟได้ ทำให้การเข้าซ่อมแซมรางรถไฟยังไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนโครงเหล็กเครนสีส้มยังต้องอาศัยเครนขนาด 300-500 ตัน ทำหน้าที่พยุงและอุ้มโครงสร้างไว้ตลอดเวลา ป้องกันการเคลื่อนตัวและลดความเสี่ยงเกิดอันตรายซ้ำ มีการส่งคนงานขึ้นไปด้านบนเพื่อถอดประกอบชิ้นส่วน สำหรับแผนเดิมของผู้รับเหมาคือการถอดนอตแยกชิ้นส่วนโครงเหล็กออกทีละชิ้นแทนการใช้ไฟตัดเนื่องจากกังวลว่าพื้นด้านล่างบนรางรถไฟยังมีคราบน้ำมันคงค้าง อาจเกิดประกายไฟลุกไหม้ได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดพนักงานและนำรถต๊อกหรือรถบำรุงทางรถไฟขนาดเล็กติดตั้งบนราง เตรียม พร้อมสำหรับการเข้าซ่อมแซม แต่ยังไม่สามารถเข้าเริ่มงานได้ ต้องรอให้ผู้รับเหมารื้อย้ายโครงเหล็กและชิ้นส่วนเครนออกให้หมดเสียก่อน เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้บริเวณจุดเกิดเหตุยังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ และยังไม่สามารถประเมินได้แน่ชัดว่าจะเข้าซ่อมแซมรางรถไฟได้เมื่อใด ถึงแม้ว่าตามกำหนดการ เดิมที่ตกลงกับบริษัทผู้รับเหมาจะต้องย้ายทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อเปิดเส้นทางเดินรถกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ การรถไฟฯได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถสายอุบลราชธานีชั่วคราวไปใช้เส้นทางชุมทางแก่งคอย-ชุมทางบัวใหญ่-นครราชสีมาแทน ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1690 ตลอด 24 ชั่วโมงส่วนเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางยกระดับโครงการ ก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M 82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 ถนนพระราม 2 ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ถล่มลงมาทับรถกระบะ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ 1 ในนั้นคือนายศราวุฒิ เวชการ ญาตินำศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ล่าสุดช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค. นายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง รองประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นำคณะไปร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพนายศราวุฒิ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตนายจริยะกล่าวว่า บริษัทได้จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตเบื้องต้นจำนวน 150,000 บาทในส่วนของค่าจัดการศพ ขณะที่เงินช่วยเหลือส่วนที่เหลือขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของบริษัทและจะเพิ่มเติมลำดับต่อไป โดยขอให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้มีการพูดคุยกันไว้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต นอกจากนี้บริษัทอิตาเลียนไทยจะส่งตัวแทนทยอยเข้าร่วมฟังสวดอภิธรรมศพถึงวันฌาปนกิจ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความอาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ และยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนส่วนกรณีถนนพระราม 2 ช่องคู่ขนาน ขาเข้า กทม. ทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 หน้าร้านค้าโชคทวีค้าไม้ ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร เกิดแนวท่อประปายุบตัวเป็นหลุมลึก ทำให้รถกระบะพุ่งตกหัวทิ่ม ล่าสุด นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรสาคร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน ด้านนายวีรยุทธ ทองวัชรานนท์ ผู้อำนวยการกองการประปา เผยว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรทำงานกว่า 16 ชั่วโมงจนเสร็จสมบูรณ์ สามารถปล่อยน้ำเข้าระบบ และคืนสภาพผิวจราจรกลับเป็นปกติแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่