กองทัพไทยจัดพิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบ เนื่องในวันกองทัพไทย 2569 และจัดพิธีสดุดี 42 วีรชนจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาด้านโฆษก ทบ.โต้รัฐมนตรีเขมรให้ข้อมูลมั่ว อ้างกองทัพไทยยึดครองพื้นที่พลเรือนเขมร ย้ำเป็นพื้นที่ของไทยที่ถูกคนเขมรบุกรุกอยู่อย่างผิดกฎหมายมากว่า 40 ปี ซัดเขมรควรนำเสนอข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ขณะที่ศูนย์ข่าวสารฯแจงหลังพบมีการสร้างหนังกล่าวหาไทยรุนแรง ชี้งานภาพยนตร์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ หรือปลุกเร้าอารมณ์ความเกลียดชัง ส่วนครูโรงเรียนชายแดน จ.บุรีรัมย์ โวยถูกตัดสิทธิได้รับเงินเยียวยารอบสอง โยนให้กระทรวงศึกษาดูแลเอง ทั้งที่เป็นผู้เสี่ยงภัยเหมือนกันที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติดอนเมือง เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ม.ค. พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำผู้แทนเหล่าทัพวางพวงมาลา เนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 2569 โดยมีผู้ช่วยทูตทหาร ผู้แทนกรมการปกครอง องค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึก สมาคมทหารผ่านศึกพิการแห่งประเทศไทย รวมถึงครอบครัววีรชนจากกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ร่วมพิธี โดยปีนี้กองบัญชาการกองทัพไทยจัดพิธีสดุดีทหารกล้าที่สละชีพปกป้องอธิปไตย ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 42 นาย รวมถึงได้จารึกรายชื่อทหารกล้าทั้ง 42 นาย ในนาม “วีรชนของกองทัพไทย ผู้พิทักษ์ราชอาณาจักรไทย” ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และเพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 จากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้ชื่อว่า “ดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเสียสละนอกจากนี้ ผบ.ทหารสูงสุด ยังได้มอบของที่ระลึก และพูดคุยให้กำลังใจครอบครัววีรชน ทั้ง 42 ครอบครัว เริ่มตั้งแต่ครอบครัว ร้อยตรีวรัญชิต ยวงสุวรรณ ทหารคนแรกที่สละชีพจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2568 รวมไปถึงครอบครัวจ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ทหารคนแรกที่สละชีพในเหตุปะทะรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568 และเป็นที่มาของชื่อ “ยุทธการศตวรรษ” ที่กองทัพบกตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญ ปัจจุบันจ่าสิบเอกศตวรรษได้รับพระราชทานยศพลตรี เป็นกรณีพิเศษอีกด้านหนึ่งที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) มีการจัดงานวันกองทัพบก โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เป็นประธานในพิธีทางศาสนาและพิธีเชิดชูเกียรติวีรชนผู้เสียสละ รวมถึงกำลังพล ทบ.ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชานอกจาก ผบ.เหล่าทัพ ร่วมพิธีอย่างพร้อมหน้าแล้ว ยังมีอดีต ผบ.ทบ.คนดัง อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา องคมนตรี และอดีตนายกฯ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา พล.อ.อุดมเดช ศรีบุตร และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เข้าร่วมงานจากนั้นเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม อาคาร 2 ชั้นที่ 2 โรงพยาบาลทหารผ่านศึก พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยผู้แทนเหล่าทัพ จากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าเยี่ยมพร้อมมอบของเยี่ยมและเงินบำรุงขวัญให้แก่ทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก จำนวน 73 นาย โดยมี พล.ท.เสรี สุคณธมาลัย รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นผู้แทนผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วย พญ.จิตติมา ปรีชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลทหาร ผ่านศึก ให้การต้อนรับวันเดียวกัน พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีสื่อต่างประเทศเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา ที่กล่าวอ้างว่ากองทัพไทยยึดครองพื้นที่พลเรือน และยังคงควบคุมพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นของตนเอง แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ส่งผลให้ประชาชนกัมพูชาไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ว่า ฝ่ายไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างเป็นพื้นที่อยู่ในเขตอธิปไตยของประเทศไทยมาโดยตลอด และเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาการบุกรุกเข้ามาอยู่อาศัยโดยผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี มิใช่สถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นจากเหตุปะทะในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาฝ่ายไทยประท้วงตามช่องทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศตามขั้นตอนที่กำหนด“กองทัพบกขอให้กัมพูชานำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายไทย รวมถึงบรรยากาศของความร่วมมือ” พล.ต.วินธัยย้ำต่อมา ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงเรื่องที่กัมพูชากล่าวหาไทยสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรุกราน ยึดที่ดินชาวกัมพูชา ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง ไทยยึดหลักการปกป้องอธิปไตยของตนเองมาโดยตลอด ไม่รุกล้ำดินแดนของประเทศอื่น ส่วนการคงกำลังตามแนววางกำลังเป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และลดระดับความตึงเครียดตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อ 27 ธันวาคม 2568ส่วนการสร้างภาพยนตร์ Ghost Mountain: Second Killing Field ที่กล่าวหาไทยรุนแรง ไทยรับทราบข้อมูลดังกล่าว และขอเน้นย้ำว่างานสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ หรือปลุกเร้าอารมณ์ความเกลียดชัง ไทยเชื่อว่าการนำเสนอเรื่องราวความขัดแย้งควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงกรณีกัมพูชาไปให้สัตยาบันอนุสัญญา United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) มีนัยต่อสถานการณ์ชายแดนหรือไม่นั้น การให้สัตยาบัน UNCLOS เป็นสิทธิของรัฐภาคีและเกี่ยวข้องกับกรอบกฎหมายทางทะเล ไทยมองว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องและไม่ควรถูกนำมาเชื่อมโยง หรือใช้เป็นเหตุผลขยายความขัดแย้งทางบกขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ชายแดน ที่กองบัญชาการ กำลังบูรพา (บก.กกล.บูรพา) ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กกล.บูรพา จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ บ.คลองแผง อ.ตาพระยา บ.หนองหญ้าแก้ว และ บ.หนองจาน อ.โคกสูง และพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำนวน 10 นาย โดยมี พล.อ.ศรีศักดิ์ พูนประสิทธิ์ อดีต ผบ.กกล.บูรพา เป็นประธาน และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆร่วมพิธีที่ จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์สงบเงียบและทุกภาคส่วนเร่งฟื้นฟูความเสียหายจากการปะทะเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายวรเทพ มากงามเมือง ครูอัตราจ้าง โรงเรียนร่วมจิตวิทยา ต.หนองแวง อ.ละหานทราย ว่าจากที่ไปติดต่อที่เทศบาลหนองแวง อ.ละหานทราย หลังเปิดรับลงทะเบียนรับเงินเยียวยาที่ศาลากลางหมู่บ้าน เมื่อยื่นเอกสารให้กับผู้นำหมู่บ้าน ได้รับคำตอบว่าเอกสารไม่ครบ ต้องให้ ผอ.เซ็นรับรองและถ่ายภาพบ้านพักครูกับครูมาด้วย ทั้งที่ข้อมูลเดิมมีอยู่แล้ว สรุปเจ้าหน้าที่แจ้งว่าครูจะไม่ได้รับเงินเยียวยา ทั้งที่อพยพตอนปะทะครั้งแรกยังได้เงินเยียวยาคนละ 5 พัน เพราะมีการจำกัดโควตาสิทธิ์มา และเป็นข้าราชการ เป็นบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาน่าจะเข้ามาดูแลมากกว่า ส่วนตัวมองว่าไม่แฟร์ เพราะกระทรวงศึกษายังไม่มีการแจ้งมาว่าจะเยียวยาแค่ไหนอย่างไร ทั้งที่ครูก็คือประชาชนคนหนึ่ง ควรจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน ตนเห็นในเฟซบุ๊กของบุคลากรทางการแพทย์ มีการโพสต์ว่าเอกสารผ่านแล้วจร้า “เงินเยียวยา” แต่ครั้งนี้ครูทำไมไม่ได้นายวรเทพยังกล่าวเชิงตัดพ้อด้วยว่า หากมองว่าครูเป็นข้าราชการหรือมีเงินเดือนอยู่แล้ว หรือให้กระทรวงดูแลกันเองนั้น รัฐบาลทำไม่ถูก เพราะครูที่อพยพพร้อมกับผู้ปกครอง นักเรียน เมื่อกลับมา ครูต้องมาสอนชดเชยในวันหยุดราชการคือวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย การที่รัฐบาลออกมาอ้างว่าจำกัดโควตา ตนไม่เข้าใจ หรือรัฐบาลใช้เงินงบประมาณจนหมดในช่วง 2 เดือนที่มาบริหาร จนไม่มีเงินพอที่จะเยียวยาหรือไม่ ต้องตัดสิทธิ์ของครูออกไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่