เสธ.ทบ.เยี่ยมทหารเจ็บ ก่อนลงพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม วางยุทธการระยะยาว ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ค้างคืนกับลูกน้อง ใช้ชีวิตเรียบง่ายในพื้นที่ปฏิบัติการจริง จ.ส.อ.ที่โดนสะเก็ดระเบิดลูกปืน ค.ที่แขนขวาจากเหตุการณ์กัมพูชายิงระเบิดใส่ฝั่งไทย เผยนาทีลูกปืน ค. แหวกอากาศกระทบกอไผ่ก่อนระเบิดบึมขณะนั่งกินข้าวเช้ากับเพื่อนทหาร กระดูกแขนที่ร้าวต้องใส่เฝือกอ่อน กรมวังผู้ใหญ่นำถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์มอบให้ประชาชนชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบ ไทย-กัมพูชา พร้อมให้กำลังใจอดีตผู้ใหญ่บ้านที่บ้านพังทั้งหลังจากจรวด BM-21 เจ้าตัวขอชะลอบิ๊กคลีนนิ่ง รอเงินเยียวยาชัดเจนก่อน หวั่นสร้างบ้านใหม่ไม่ไหวที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 7 ม.ค. พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (เสธ.ศปก.ทบ.) เข้าเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 4 นาย อยู่ระหว่างการลำเลียงด้วยอากาศยานของกองทัพบก เข้ารับการรักษาพล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวขอบคุณครอบครัวกำลังพลทุกนาย ที่เสียสละและให้การสนับสนุน ยืนยันว่ากองทัพบกจะดูแลรักษาพยาบาลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด ได้มีโอกาสพูดคุยกับกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิดว่า “ใจพวกเอ็งนี่มันสุดจริงๆ แทนที่ เสธ.ทบ.จะมาให้กำลังใจ กลับเป็นฝ่ายได้รับพลังจากพวกเอ็ง ที่บอกว่ายังพร้อมจะกลับไปสู้ หากประเทศชาติต้องการ นี่แหละหัวใจนักรบ” จากนั้น เสธ.ทบ.เดินทางไปตรวจพื้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ประเมินสถานการณ์ เตรียมความพร้อมด้านยุทธการในการควบคุมพื้นที่ พร้อมร่วมพิจารณากำหนดแนวทางการสถาปนาความมั่นคงตามแนวชายแดนในระยะยาวต่อไปขณะที่ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่แนวตามาเรีย-สัตตะโสม จ.ศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมกำลังพล ติดตามสถานการณ์จริงจากประสบการณ์ตรงในพื้นที่ที่เคยปฏิบัติภารกิจมาก่อนพร้อมพักค้างคืนและใช้ชีวิตร่วมกับกำลังพลแนวหน้า กำชับการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบยึดความปลอดภัยสูงสุดเพื่อภารกิจและชีวิตกำลังพลทุกนายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านที่มีทั้งบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายจากลูกระเบิดกัมพูชาและมี ชรบ.เสียชีวิตจากถูกสะเก็ดระเบิดของกัมพูชา พบตำรวจ สภ.บึงมะลู เจ้าหน้าที่ชุด EOD จาก ภ.จ.ศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่เก็บหลักฐานสะเก็ดระเบิดและถ่ายภาพเป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด โดยหมู่บ้านซำเม็ง มีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังอยู่ 2 หลัง และมีบ้านเรือนที่พังเสียหายจากสะเก็ดระเบิดอีกหลายหลังนายทวี เกตุแก้ว อายุ 52 ปี หนึ่งในเจ้าของบ้านที่ถูกลูกระเบิดของกัมพูชา ยิงมาตกลงใส่บ้านพังทั้งหลัง เล่าถึงวินาทีลูกระเบิดลงต่อหน้าต่อตาว่า จากเหตุยิงปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชารอบ 2 ส่งผลให้บ้านถูกระเบิด BM-21 พังเสียหายทั้งหลัง เมื่อเย็นวันที่ 24 ธ.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ กลับจากให้อาหารสัตว์เลี้ยงที่ทุ่งนามาถึงบ้านยังไม่ทันได้จอดรถ ระเบิดก็ตกมาใส่บ้าน ทำให้ตนพร้อมรถจักรยานยนต์ล้มลงทันที โชคดีที่ยังไม่ได้เข้าไปที่ตัวบ้านเลยไม่ได้รับบาดเจ็บ ปกติทุกๆวันเวลา 17.00 น. จะเข้าไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้าไปหลบที่บังเกอร์วันนั้นถือว่าเป็นความโชคดี และไม่เคยคิดเลยว่าระเบิดจะมาตกที่บ้านของตนนายทวีกล่าวอีกว่า การสู้รบรอบแรก ระเบิดมาตกข้างบ้าน แต่โชคดีไม่ตกในตัวบ้าน ตอนนั้นไปหลบอยู่ในบังเกอร์เลยไม่ได้รับบาดเจ็บ ได้ยินเสียงระเบิดดังมาก เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆรู้สึกชิน คิดว่าน่าจะเกิดเหตุยิงกันเป็นครั้งที่ 3 อีก เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว เพราะกัมพูชาไม่ยอมแน่ กัมพูชาพูดอย่างทำอย่าง ทุกวันนี้ตนและชาวบ้านใช้ชีวิตลำบาก จะออกไปทำงานไปทำมาหากินก็ไปไม่ได้ มัวแต่หวาดระแวงว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หลังจากบ้านถูกระเบิด BM-21 พังหมดต้องไปนอนที่บ้านแม่ มีเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจแล้วแต่ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายส่วนบรรยากาศที่หมู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่ยังเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา หลังจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. กัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิดในพื้นที่ช่องบก ด้านหน้าเนิน 469 มี กำลังพลคือ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย โดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บที่แขนขวา ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้วด้านนางโสม ผิวขาว อายุ 58 ปี แม่ค้าขายไก่ย่างชาว อ.กันทรลักษ์ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าอยู่บนผามออีแดง ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศขึ้นมาชมวิว กิจการดีมีรายได้ถึงวันละ 2-3 หมื่นบาท หลังเกิดเหตุยิงปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ทุกวันนี้ต้องหันมาเป็นแม่ค้าขายไก่ย่าง จากที่เคยขายเสื้อผ้าได้วันละเป็นหมื่น หันมาขายไก่ย่างได้วันละ 300-400 บาท พอได้เงินประทังชีวิตไปวันๆ ช่วงเหตุการณ์ยิงกันครั้งที่ 1 หลบไปอยู่กับลูกที่นครราชสีมา กลับมาได้ 2 วันยิงกันครั้งที่ 2 ต้องไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ 20 วัน มาได้ยินข่าวอาจมีการปะทะกันอีก ทำให้ใช้ชีวิตลำบากมากอยากให้เหตุการณ์สงบลงเร็วๆ จะได้ทำมาหากินอยู่อย่างสงบสุขเหมือนที่เคยเป็นสำหรับ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อย ร.6021 ที่บาดเจ็บจากถูกกระสุน ปืน ค.ที่ฝั่งทหารกัมพูชายิงเข้ามาบริเวณเนิน 469 ฐานภูมิมะละกอ ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่แขนขวาอาการไม่สาหัส ถูกนำตัวมารับการรักษาที่ รพ.น้ำยืน แพทย์นำเอาสะเก็ดระเบิดลูกปืน ค.ออกเรียบร้อยแล้วอาการอยู่ในขั้นปลอดภัย หลังเอกซเรย์เพิ่มเติม พบกระดูกท่อนแขนร้าวแต่ไม่อันตราย หลังออกจาก รพ.อาจต้องงดการใช้งานแขนขวาชั่วคราวจ.ส.อ.ปรัชญาเผยถึงนาทีเกิดเหตุว่าหลังมีการหยุดยิงในพื้นที่เงียบสงบมาตลอด กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุตนและเพื่อนทหารกำลังนั่งทานข้าวเช้า ระหว่างนั้นมีเสียงระเบิดกระทบยอดกอไผ่ จึงพากันกระโดดหลบเข้าบังเกอร์ และรู้สึกเจ็บที่แขนขวา เมื่อก้มมองถึงรู้ว่าถูกสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ที่แขน ได้รายงานให้หน่วยเหนือทราบและถูกส่งตัวมารักษา ฝากความเป็นห่วงถึงพี่น้องทหารเตือนว่าอย่าไว้ใจเขมร ส่วนตนถ้าหายดีแล้วจะกลับไปประจำการที่เนิน 469 ตามเดิมขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จำนวนมากกล่าวถึงเหตุการณ์นี้และไม่เชื่อที่ฝั่งกัมพูชาอ้างว่าเหตุระเบิดเกิดจากการจัดระเบียบพื้นที่ฐานที่ตั้งและทำความสะอาดเผาขยะภายในเขต ทำให้ลูกระเบิดที่ตกค้างเกิดระเบิดขึ้นนางชุติการณ์ แก้วพวง อายุ 59 ปี เกษตรกรปลูกยางพารา อยู่ที่ ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด กล่าวว่า ตอนนี้กรีดยางได้เท่าไหร่เอามาขายหมด นำเงินเป็นทุนหากต้องอพยพอีกรอบยอมรับว่ายังกังวล หลังผู้ใหญ่บ้านแจ้งเหตุการณ์ในไลน์กลุ่ม เช่นเดียวกับนางสำรวม ดวงสิงห์ อายุ 48 ปี ชาว ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด อาชีพทำสวนยางพารา 4 ไร่ กล่าวว่าตอนนี้เร่งเอายางก้อนมาขาย เพราะเกรงจะมีการปะทะกันรอบที่ 3 ต้องเอาเงินไว้ก่อนเพราะการอพยพทุกครั้งต้องมีค่าใช้จ่าย ส่วนตัวมองว่าการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชาคงไม่จบเพราะเขมรเชื่อใจไม่ได้ ตนเคยค้าขายกับคนฝั่งเขมรรู้ดี ถ้าเขาขึ้นมาซื้อสินค้าเรามักจะหยิบของเราไปถ้าไม่ระวัง เรียกว่าเผลอไม่ได้ในส่วนพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว หลังจากเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าดำเนินการบิ๊กคลีนนิ่ง เก็บกวาดทำความสะอาดซากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุจรวด BM-21 ตกใส่ในช่วงเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา แม้เวลาผ่านมาหลายวันแล้ว แต่สภาพจิตใจเจ้าของบ้านยังคงย่ำแย่ โดยเฉพาะบ้านของนางผ่องศรี ระพันธ์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านที่ถูกจรวด BM-21 ตกใส่จนบ้านพังเสียหาย 100% ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ เจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะหาเงินจากช่องทางใดมาซ่อมแซมหรือสร้างบ้านใหม่นางผ่องศรีเผยว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ตาพระยา เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สระแก้ว มาเตรียมบิ๊กคลีนนิ่งบ้านของตนเอง แต่ได้ปฏิเสธการเก็บกวาดและรื้อถอนซากบ้านออกไปก่อน เนื่องจากยังมีความกังวล หากมีเหตุปะทะเกิดขึ้นซ้ำอีก บ้านอาจได้รับความเสียหายอีกครั้ง อีกทั้งประเด็นสำคัญคือ เงินเยียวยายังไม่ได้รับอย่างเป็นทางการ หากปล่อยให้มีการรื้อถอนและเก็บกวาดซากบ้านออกไปทั้งหมด เกรงว่าจะกระทบต่อการขอรับการช่วยเหลือในอนาคต อบต.คลองแผง และ อ.ตาพระยา แจ้งว่าจะมีงบช่วยเหลือบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 230,000 บาทอย่างไรก็ตาม นายช่าง อบต. ที่เข้ามาประเมินระบุว่า บ้านหลังนี้หากก่อสร้างใหม่ ราคาจะสูงกว่า 1 ล้านบาท ทำให้นางผ่องศรีกังวลว่า เงินเยียวยาที่ได้รับอาจไม่เพียงพอในการสร้างบ้านใหม่ หรืออาจได้บ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงยืนยันว่าจะยังไม่ให้มีการรื้อถอน หรือบิ๊กคลีนนิ่ง จนกว่าเรื่องเงินเยียวยาจะมีความชัดเจนทั้งหมด นางผ่องศรีกล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อแม่ที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 ตนเข้ามาอยู่อาศัยมีลูกมีหลาน ใช้ชีวิตมากว่า 30 ปี ไม่เคยคิดว่าจะต้องสูญเสียบ้านที่มีคุณค่าทางจิตใจมากที่สุดในชีวิต และไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อนต่อมาเวลา 13.00 น. พล.อ.อ.สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ ระดับ 10 (นายแพทย์) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา นำถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ มามอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบและได้เข้าให้กำลังใจนางผ่องศรี พร้อมแจ้งว่าในหลวงทรงทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว งบประมาณที่มอบให้ขณะนี้เป็นการเยียวยาเบื้องต้น จะมีการพิจารณาความช่วยเหลือเพิ่มเติมในระยะต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่