สะเพร่าหรือจงใจ บางครั้งมันพิสูจน์ยาก? ยิ่งถ้าเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งถือเป็นด่านแรกของกระบวนการยุติธรรม มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายด้วยแล้ว มันเข้าตาชาวบ้านดีนักแลเห็นคดีแรงงานชาวเมียนมา 2 คน ก่อเหตุข่มขืนฆ่าชิงทรัพย์สาวใหญ่ชาวม้งอย่างอำมหิต ถูกชุดสืบสวน สภ.พะวอ จ.ตาก ตามจับกุมได้แล้ว กลับมีคนปล่อยให้หลุดรอดเงื้อมมือกฎหมายไปทำให้คิดไปว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายบ้านเราทำอะไรอยู่?เรื่องราวหลังชุดสืบสวนจับกุม นายโทน ตาอ่อง อายุ 50 ปี และ นายอะ ตือ อายุ 41 ปี แรงงานเมียนมาได้ เพราะมีพิรุธ แต่ทั้ง 2 คนยังปากแข็ง ให้การปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นพนักงานสอบสวน สภ.พะวอ เก็บดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ร่างเหยื่อ ระหว่างนั้นส่งตัวทั้ง 2 คนไปให้ตำรวจ ตม.ตาก ควบคุม เพราะยังไม่มีหมายจับหรือแจ้งข้อกล่าวหาแต่หลังจากผลการตรวจสอบดีเอ็นเอออกมายืนยันว่า นายโทน ตาอ่อง เป็นคนลงมือข่มขืนเหยื่อ ส่วนนายอะ ตือ ร่วมกันชิงทรัพย์ รีบประสานเอาตัวจากห้องกัก ตม.ตาก มาดำเนินคดีแต่คำตอบที่ได้คือ ผลักดันทั้ง 2 คนกลับประเทศไปแล้ว!หลังความแตก พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท รอง ผบก.ตม.5 ฐานะโฆษก บก.ตม.5 รีบออกมาชี้แจงว่า พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 สั่งการให้ ผกก.ตม.จ.ตาก ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า...เมื่อวันที่ 15 พ.ย. สภ.พะวอ ส่งตัวนายโทน ตาอ่อง มายัง ตม.ตาก เพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักร แต่วันเดียวกันมีหนังสือแจ้งขอชะลอการส่งกลับ เพราะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าผู้อื่นหลังจากนั้น 3 วันหมายจับออก พนักงานสอบสวน สภ.พะวอ ทำหนังสือขอตัวผู้ต้องหาคืน ปรากฏว่า ถูกผลักดันกลับประเทศไปแล้ว คราวนี้เลยวุ่น เพราะต้องส่งชุดสืบสวนไปประสานทางการเมียนมาให้ช่วยตามตัวมาลงโทษ นอกจากนี้ต้องตั้งกรรมการสอบกันยกใหญ่ว่า ทำไมถึงผลักดันผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกลับไป?อย่างดีก็เลินเล่อ แต่ถ้าอย่างเลวคือมีผลประโยชน์ สงสัยงานนี้มีคนติดคุก?"สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม