เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายพิเชฐ์ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดทำแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 เนื่องจากแนวปฏิบัติฉบับดังกล่าวได้ประกาศไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 แต่มีเสียงสะท้อนของแนวปฏิบัติฉบับนี้ในบางประเด็น เช่น การนำผลทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาเป็นส่วนหนึ่งในการสมัครเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 เป็นต้น เนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่า การนำคะแนนโอเน็ตมาใช้ประกอบการสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อนั้น อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากการสอบโอเน็ตที่ผ่านมาจะใช้คำว่าสมัครใจ โดยเด็กบางคนก็ไม่ได้เข้าทดสอบโอเน็ต ดังนั้นการกำหนดแนวปฏิบัติการรับนักเรียนในส่วนนี้อาจทำให้เด็กเสียสิทธิ์และประโยชน์ในการเข้าเรียนต่อ ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายจนนำไปสู่การฟ้องร้องได้เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงมีข้อสรุปให้ตัดคำว่าการนำโอเน็ตมาใช้คัดเลือกในการรับนักเรียนชั้น ม.1และ ม.4 ส่วนแนวปฏิบัติด้านอื่นๆยังคงยึดหลักเกณฑ์ไว้ตามเดิม เช่น โรงเรียนไม่ควรรับนักเรียนเกิน 40 คนต่อห้องเรียน เป็นต้น ซึ่งสำนักนโยบายและแผนการศึกษาของ สพฐ.จะไปสรุปข้อมูลต่างๆ พร้อมจัดทำประกาศแนวปฏิบัติรับนักเรียนปี 2569 อย่างเป็นทางการต่อไป สำหรับการจัดทำแนวปฏิบัติการรับนักเรียนปีนี้ สพฐ.ได้สำรวจและระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แนวปฏิบัติการรับนักเรียนฉบับนี้มีความสมบูรณ์และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนทุกคนนายพิเชฐ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่าการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2569 นี้จะดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม สร้างโอกาสให้กับผู้เรียนอย่างเท่าเทียม และยืนยันว่าเด็กจะมีที่นั่งเรียนครบทุกคนอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าบุตรหลานของผู้ปกครองจะพลาดหวังโรงเรียนอัตราการแข่งขันสูง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าโรงเรียนสังกัด สพฐ.มีคุณภาพเท่าเทียมกันทุกแห่ง.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม