หลังจากปรากฏข่าวฉาว กรณีอาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง โพสต์ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะดูหมิ่นชาติกำเนิดของผู้สมัคร สส.หญิง ตามด้วยกรณีนักร้องนักแสดงชื่อดังโพสต์ข้อความในลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศลูกสาวของหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง จนถูกแจ้งความดำเนินคดีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าวว่า การดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิง ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แม้ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ต้องเคารพและไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม หยาบคาย ดูหมิ่น ด้อยค่า ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง เรียกร้องให้สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัดเร่งตรวจสอบพฤติกรรมและจริยธรรมอาจารย์คนดังกล่าว และให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีนักร้องนักแสดงคุกคามทางเพศ และขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะที่มีส่วนชี้นำสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรับผิดชอบแต่ที่น่าจับตา ก็คือกรณีการคุกคามทางเพศลูกสาวหัวหน้าพรรคการเมือง อยู่ในช่วงที่มีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2568 ซึ่งมีการเพิ่ม (19) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้ “(19) “คุกคามทางเพศ” หมายความว่าการกระทำโดยทางกาย วาจา การส่งเสียงการแสดงอากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใดๆ รวมถึงกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้ต่อผู้อื่น อันมีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเดือดร้อนรำคาญอับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ” ที่สำคัญ มาตรา 284/1 วรรคสาม กำหนดบทลงโทษกรณีการคุกคามทางเพศ ที่กระทำในที่สาธารณะ ต่อหน้าธารกำนัล หรือในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ มีโทษหนัก จำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับจากพฤติการณ์ของนักร้องนักแสดงคนดัง ที่โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ลักษณะคุกคามทางเพศลูกสาวของหัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าวนั้นนอกจากมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แล้ว ยังเข้าข่ายความผิดฐานคุกคามทางเพศ ท้าทายกฎหมายใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้บท ลงโทษจะเข้มขลังหรือไม่ ต้องรอพิสูจน์กัน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม