สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่านที่เคารพ...ขอความสุข ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง ตลอดจนความโชคดีมีชัยและสุขภาพร่างกายอันแข็งแกร่งจงเป็นของท่านผู้อ่านทุกท่าน ณ ศักราชใหม่ 2569 ที่เวียนมาบรรจบสู่วันที่ 2 เรียบร้อยแล้ววันนี้หวังว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะได้ฉลองปีใหม่กันมาบ้างแล้วอย่างเต็มอิ่ม และหากยังไม่อิ่มก็ฉลองต่อได้อีกเพราะเรายังมีวันหยุดยาวติดต่อกันไปจนถึง 4 มกราคมโน่นเลยเหตุที่ต้องเรียนย้ำให้ท่านผู้อ่านเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่เท่าที่จะฉลองได้ก็ไม่ใช่อื่นไกลเป็นเพราะคำทำนายทายทักของบรรดากูรูทางเศรษฐกิจทั้งหลายนั่นเองทุกสำนักทั้งระดับประเทศไทยและระดับโลกต่างออกมาฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่าใน “ปีม้า” 2569 ที่กำลังวิ่งกับๆมาถึงนี้จะเป็นปีแห่งความยากลำบากของประเทศไทยอีกปีหนึ่งเพราะจากตัวเลขจากข้อมูลสถานการณ์โลกในปีหน้าประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตน้อยกว่าปี 2568 แน่นอนปี “มะเส็ง” งูเล็กที่ว่าเลื้อยไม่ค่อยออก กระด๊ึบตัวได้แค่ร้อยละ 2 ตํ่าสุดในบรรดาประเทศชั้นนำอาเซียน ซึ่งก็ถือว่าเหนื่อยมากแล้วปี “มะเมีย” หรือ “ปีม้า” 2569 จะยิ่งแผ่วลงไปอีก บ้างก็ว่าเหลือแค่ร้อยละ 1.7, 1.8 หรืออย่างเก่งก็แค่ร้อยละ 1.9มีหลายกูรูเลยทีเดียวที่เชื่อว่าอาจจะร่วงลงไปถึงร้อยละ 1.5สาเหตุใหญ่สุดก็คือผลของ “ภาษีทรัมป์” จะเกิดขึ้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในปีม้าที่ว่านี้ และจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของประเทศไทยติดลบร้อยละ 1 หรืออาจกว่านั้น เทียบกับปีงูเล็กที่ส่งออก 11 เดือนแรกยังโตถึงกว่าร้อยละ 12 (เพราะพ่อค้าสหรัฐฯเร่งซื้อสินค้าไทยตุนไว้ก่อนเจอภาษี) แล้วก็ใจหายวาบไปตามๆกันแต่สำหรับ “เล่าฮู” ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 80 ร้อน 80 หนาว (ปีนี้จะเข้าสู่ 85) ผมยังเชื่อมั่นในประเทศไทยของเราเสมอในยุคที่โลกเกิดภาวะเศรษฐกิจตกตํ่าสูงสุดช่วง ค.ศ.1930 หรือระหว่าง พ.ศ.2473 เป็นต้นมานั้น แม้ผมยังเกิดไม่ทัน แต่ฟังจากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในอดีตที่เกิดทัน และอ่านจากตำรับตำราที่มีการบันทึกไว้ พบว่าความเดือดร้อนต่างๆ แม้จะหนักหนาสาหัสพอสมควร แต่ประเทศไทยของเราก็ผ่านมาได้จากนั้นเราก็เจอสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า และภาวะถดถอย ใหญ่บ้างเล็กบ้างอีกไม่รู้กี่ครั้ง ซึ่งเราก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งไปรวมทั้งเมื่อปี 2540 ยุค “ต้มยำกุ้ง” ที่ได้ชื่อว่าแสนสาหัส สำหรับ “คนรุ่นเรา”...เราก็ยังผ่านมาได้อีกมองจากมุมของ “สายมู” หรือสาย “ไสยศาสตร์” อาจกล่าว ได้ว่าเพราะประเทศไทยเรามี พระสยามเทวาธิราช ทรงคุ้มครองในส่วนรวม และมี “พระคลังมหาสมบัติ” เทวะของกระทรวงการคลัง ช่วยคุ้มครองทางด้านเศรษฐกิจแต่เมื่อมองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์+สังคมวิทยา ผมมีความเชื่อมาโดยตลอดว่าเป็นเพราะ ความใจสู้, ความไม่ยอมแพ้, ความสามัคคีในยามมีเภทภัย, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในยามยาก ฯลฯ ที่เป็นคุณสมบัติประจำชนชาติไทยนั่นเอง ที่เป็น “แกนหลัก” ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในทุกครั้งที่เราเจอวิกฤติดังนั้นถ้าเรานำทั้ง 2 ศาสตร์นี้มาประกอบกัน คือยังคงกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายต่อไป และยังคงรักษาคุณสมบัติในเรื่องใจสู้, สามัคคี, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในยามยาก ฯลฯ ต่อไปอีกผมเชื่อว่า “ปีม้า” 2569 อาจจะเป็น “ม้ามืด” ดังที่คอลัมน์ “จากใจไทยรัฐ” เขียนไว้เมื่อฉบับวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา“ม้ามืด” คือม้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเข้าวินได้เลย แต่ก็พลิกล็อกเข้าสู่ชัยชนะได้ พร้อมเงินรางวัลตอบแทนที่งดงามขอให้ปี 2569 จงเป็นปี “ม้ามืด” พลิกสถานการณ์อัน “เลวร้าย” ให้กลับมา “ดีงาม” ได้อีกครั้ง...สู้สู้ครับท่านผู้อ่านที่เคารพ!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม