พี่ไมตรี ลิมปิชาติ เขียนถึงคุณสัมพันธ์ ก้องสมุทร...ในคอลัมน์ประจำ นสพ.ฉบับวันอาทิตย์ ผมสะดุดใจงานเขียนภาพวงจรปฏิจจสมุปบาท บนจิตรกรรมฝาผนัง โรงมหรสพทางวิญญาณ สวนโมกข์ ไชยา ที่เคยดูหลายครั้ง เพิ่งรู้ฝีมือคุณสัมพันธ์นี่เองค่อยๆนึกต่อ...เคยได้หนังสือที่คุณสัมพันธ์พิมพ์...เล่มที่จำได้แน่ ชุดงานเขียนคอลัมน์ของคุณวิลาศ มณีวัตร นามปากกา ฉางกาย หน้า 3 ไทยรัฐ ยุคหลัง พ.ศ.2500 และอีกหลายๆเล่มจารึกในใจ...นี่คือครูคนหนึ่งที่แอบนับถือกันมานานเพียงแต่ยังนึกไม่ออกว่า เจอกันบ้างสักครั้งที่ไหน?คนใกล้ตัวเตือนความจำ ครั้งที่เข้าขบวนทัวร์ ททท.ไปแวะสวนโมกข์ ไม่แค่ได้ร่วมพิธีที่ลานหินโค้ง...จิตรกรประยงค์ เอมเจริญ ...ตวัดพู่กัน ละเลงภาพไปกับเสียงขลุ่ย อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ พร้อมพระสงฆ์สวดพุทธมนต์จบเสียงพระ สิ้นเสียงขลุ่ย จิตรกรปาดพู่กันเส้นสุดท้ายไปขอบเฟรมผืนผ้าใบภาพนี้ มีคนถามจิตรกรตั้งชื่ออะไร... “ชื่อตัวกูไม่ใช่ของกู”ผ่านกิจกรรมภาพเขียนปลุกเสกขลังแล้ว ผมไม่ทันตั้งตั้งตัว ถูกดันหลังขึ้นไปพูดธรรมะ...ผมใช้วิชาท่านอาจารย์พุทธทาส...ไล่เลียงวงจรปฏิจจสมุปบาท...ไปถึงชาติ...แล้วตอนนั้นก็เข้าใจเองเมื่อยอมให้วงจร...ปฏิจจสมุปบาท เริ่มจากอวิชชา...หมุนไปถึง ชาติ ที่แปลว่า เกิด...ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะวงจรต้องเชื่อมต่อไปถึงข้อ ชรา (เสื่อม) มรณะ (ดับ) ซึ่งนำไปสู่ความทุกข์สามอาการโศกะ ปริเทวะ...(ความโศรกเศร้ารำพัน) ทุกข์ โทมนัส (ทุกข์กาย ทุกข์ใจ) อุปายาส (ความคับแค้นขัดเคืองใจ)ตามความเข้าใจตอนนั้น ผมสรุปคำบรรยาย...นี่คือคำสอนที่ผมเคยฟังมา ถ้าไม่อยากให้ทุกข์ ก็จงตาย เสียก่อนตายตอนพูดผมมองไปที่โคนไม้ตรงหน้า แม่ชีสองคน....สีหน้าเธอเหมือนไม่แน่ใจ...มาทบทวนจากหนังสืออาจารย์พุทธทาสตอนหลัง ...ไม่ใช่ แต่โดยเนื้อหาไม่ผิดเพี้ยนเกินไป ยังไปตามทางเดียวกับของอาจารย์ประโยคตาย...ก่อนตาย...ที่ผมพูดออกเครื่องขยายเสียง เพื่อน บริสุทธิ์ ประสบทรัพย์ รถคันหลังเพิ่งมาถึงวัด ได้ยินเข้าหู เอาไปคุยเป็นเรื่องโจ๊ก ตกใจคิดว่าจะได้ยินเสียงพระสวนโมกข์เทศน์ แต่กลับที่ได้ยินเสียงผม มีคนจำได้คุณสัมพันธ์เป็นหนึ่งในหัวแรงร่วมจัด หากจะเจอกัน...ก็น่าจะเป็นครั้งนี้ผมฟื้นความหลังเรื่องหลายปีเต็มที ก็เพื่อจะบอกว่าด้วยเหตุที่ยอมรับนับถือเป็นกัลยาณมิตรทางใจมาเนิ่นนาน...เมื่อรู้ข่าวคุณสัมพันธ์ ก้องสมุทรตาย...ศพสวดคืนสุดท้าย 16 พ.ย. ที่วัดศรีเอี่ยม บางนา...ผมก็ดั้นด้นไปไหว้ศพบอกความผูกพันหน้าศพแล้ว ผมไม่มีเจตนาแนะนำตัวเพิ่มความยุ่งยากให้เจ้าภาพ เลือกที่นั่งหลังฟังพระสวดฟังท่าน ชยสาโร... (เป็นเจ้าคุณขึ้นชั้นพรหมแล้วครับ) เทศน์ไม่เสียทีที่ได้ยินชื่อมานาน...ศิษย์แถวหน้าหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง เทศน์ของท่าน ทั้งตรงใจ จับใจก่อนกลับเจ้าภาพแจกหนังสือธรรมะของท่านชยสาโรสามเล่ม เล่ม ทุกข์ ทำไม ผมขอคัดธรรมะฝากต่อ วรรคเดียว...อาตมาไม่เห็นท่านหลวงพ่อชาเดือนกว่า ก็คิดว่าเราจะได้ความอบอุ่นจะได้รับอะไรจากท่านเช่นเคยท่านถามเจ้าอาวาส รองฯ ถามทุกคนที่อยู่ในแถว เว้นแต่เราคนเดียว แม้แต่มองก็ไม่ได้มองมาทางเราเลย ไม่ใช่ไม่เห็นนะ...ท่านชอบทำ (สอน) อย่างนี้คือไม่ให้สิ่งที่เราอยากได้ กลับให้สิ่งที่เราไม่อยากได้ ให้ดูใจผมถือว่าบุญจากการรู้จักคุณสัมพันธ์ แตกหน่อต่อยอดให้ผมได้ฟังได้อ่านธรรมะดีๆ...ที่ยอมรับว่าชีวิตนี้คงหาฟังไม่ได้จากที่ไหนง่ายๆเลย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม