หนังม้วนเก่า...สถานการณ์ไทย-กัมพูชากลับมาอีหรอบเดิมอีกแล้ว “อันวาร์” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเสนอตัวเป็นคนกลางเพื่อเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายยุติความขัดแย้งแบบคราวที่แล้วเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องทำให้ภูมิภาคนี้เกิดความสงบร่มเย็น แต่ครั้งต่อไปนี้คงต้องมีอะไรที่มากไปกว่าเก่าเพราะที่ผ่านมาค่อนข้างเอาใจกัมพูชามากกว่าไทยหากจะให้สงบในฐานะ “คนกลาง” ก็ต้องมีเงื่อนไขพิเศษให้เขมรปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีกถ้าจะถามว่า “อันวาร์” รู้ข้อเท็จจริงแค่ไหน?ก็ต้องบอกว่าทะลุปรุโปร่ง แต่เนื่องจากเป็นคนกลางและมีฐานะเป็นประธานอาเซียนที่ต้องการให้เกิดความสงบก็ต้องหรี่ตาข้างหนึ่ง!ดังนั้นในความรับผิดชอบของ “อันวาร์” ที่เสนอตัวอีกครั้งก็ต้องเป็นเรื่องของไทยที่เสียหายมาตลอดจึงต้องมีบทบาทมากกว่าที่ผ่านมาไม่ใช่เพื่อให้เกิดความสงบเท่านั้นแต่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นกันแม้ไทยจะไม่พูดคุยกับ “สหรัฐฯ” ในเรื่องนี้อีกแต่เชื่อว่าสหรัฐฯจะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก เพราะอยู่ในช่วงรอยต่อที่มีผลประโยชน์ได้เสียอยู่ว่าไปแล้วสหรัฐฯอาจจะชอบที่เกิดเหตุขึ้นมาอีกก็ได้เพราะเขาต้องการจัดสรรผลประโยชน์ได้อย่างเต็มตัวโดยไม่ต้องสนใจ “จีน” เท่าใด!คล้ายกับเป็นความชอบธรรมที่จะต้องเข้ามาสานต่องานก็ต้องดูท่าทีของ “จีน” คงไม่ปล่อยให้สหรัฐฯแสดงบทบาทจนเป็น “พระเอก” ฝ่ายเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องคิดถึงประเทศไทยด้วยเพราะต้องกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นแล้วยังต้องห่วงภาพที่ไทยเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอดอย่างหนึ่งก็คือต้องมีบทสั่งสอน “กัมพูชา” ให้เข็ดหลาบเสียบ้างแต่ที่แน่ๆคือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่จะต้องรับผิดชอบเต็มๆ คราวที่แล้วรอดตัวมาได้ก็บุญโขอยู่เพราะแทนที่จะเก็บเกี่ยวความนิยมได้เต็มๆ ทั้งภาคอีสานและความเป็นผู้นำประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทำให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายแดนปลอดภัยแต่มาเจอเหตุซ้ำเข้าไปอีก!เหตุการณ์ก็ไม่ต่างไปจากเดิมอยู่ที่ว่าจะทำให้เกิดความสงบประชาชนสบายใจได้อย่างไร หากแก้ไม่ได้ก็เสียคะแนนอีกแม้ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะแสดงบทบาทที่ค่อนข้างแข็งกร้าวแสดงความเป็นผู้นำเต็มตัวประกาศพร้อมลุยเต็มที่แม้แต่การใช้กำลังทหารแต่นั่นก็เป็นลีลาที่หวังผลทางการเมืองได้สำคัญว่าจะทำให้สถานการณ์สงบได้อย่างไรและไทยต้องไม่เสียอธิปไตยยิ่งไปกว่านั้นไทยจะได้อะไรบ้างเพราะแค่จะทำให้เกิดความสงบก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆจะมีประเทศไหนล่มหัวจมท้ายกับเราก็ไม่รู้ได้!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม