รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ขีดเส้น 3 เดือนเห็นผล ทุกหมู่บ้านต้องมีชุมชนปลอดยาเสพติด ผมขออนุโมทนาสาธุ ถ้างานนี้เห็นผลลดจำนวนผู้ค้าผู้เสพได้ถึงครึ่งหนึ่ง ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านจะได้บุญกุศลใหญ่ เพราะไม่มีวันไหนเลยที่ไม่มีเหตุการณ์สลดใจจากยานรกเส้นตาย 3 เดือน ตอนนี้ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จลุล่วง หรือหากรัฐบาลแพทองธารเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ก็ขอให้รัฐบาลใหม่สานต่ออย่างจริงจัง ช่วยลูกหลานไทยให้หลุดพ้นจากวงจรยานรกเสียทีวันนี้ผมมีประเด็นข้อกฎหมายมาฝากผู้เกี่ยวข้องรับไว้พิจารณา เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การลดโทษให้ผู้ค้ายาเสพติด สัดส่วนการลดโทษยังลักลั่นกับนักโทษคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หากปล่อยไว้ไม่มีการทบทวนแก้ไข อาจกลายเป็นการส่งสัญญาณผิดๆต่อนานาชาติได้การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ เป็นโบราณราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ด้วยการให้ชีวิตและอิสรภาพแก่มนุษย์ที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระมหากษัตริย์การพระราชทานอภัยโทษลดโทษแก่ผู้ต้องขังจะเป็นไปตาม ความหนักเบาของความผิด ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญา โดยนักโทษชั้นเยี่ยมในความผิดทั่วไปจะได้รับการลดโทษลง 1 ใน 2 ส่วนความผิดท้ายพระราชกฤษฎีกาซึ่งรวมถึง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อชีวิต และความผิดร้ายแรงอื่น เช่น การค้ามนุษย์ การบุกรุกทำลายทรัพยากรของชาติ หรือการฉ้อโกงประชาชน จะได้รับการลดโทษลง 1 ใน 3สำหรับ ความผิดที่เป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติ ได้แก่การค้ายาเสพติด จะได้รับการลดโทษลง 1 ใน 6 หรือ 1 ใน 7 แล้วแต่จำนวนของของกลางหลักเกณฑ์การลดโทษดังกล่าวเป็นหลักการที่ถูกต้องและใช้ปฏิบัติมาช้านาน กระทั่งสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มี มติ ครม.วันที่ 12 เม.ย.2565 ซึ่งเกิดจาก ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับรัฐบาลทักษิณ นำโดยอดีต สว.กลุ่มหนึ่ง ไปกดดันรัฐบาลให้แก้ไขแนวทางการขอรับพระราชทานอภัยโทษใหม่ เพราะเห็นว่านักโทษคดีรับจำนำข้าวได้รับพระราชทานอภัยโทษและจะถูกปล่อยตัว พล.อ.ประยุทธ์จึงมีคำสั่งให้กระทรวงยุติธรรมจัดทำหลักเกณฑ์การขอรับพระราชทานอภัยโทษขึ้นใหม่ แล้วเสนอให้ ครม.ลงมติรับทราบและนำไปปฏิบัติเงื่อนไขที่สำคัญที่ปรับใหม่คือผู้ที่จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษต้องถูกจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของโทษ หรือ 8 ปี และปรับปรุงอัตราส่วนการลดโทษใหม่ โดยให้ผู้ต้องขังในคดี ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจากเดิมที่ได้รับการลดโทษลง 1 ใน 3 (เท่ากับความผิดร้ายแรงอื่น เช่น ความผิดต่อชีวิต หรือการค้ามนุษย์) เปลี่ยนเป็นได้รับการลดโทษลง 1 ใน 8 ในขณะที่ผู้ค้ายาเสพติดซึ่งทั่วโลกถือเป็นอาชญากรต่อมวลมนุษยชาติได้รับการลดโทษลง 1 ใน 6 และ 1 ใน 7 ตามลำดับหลักเกณฑ์การขอรับพระราชทานอภัยโทษที่กระทรวงยุติธรรมจัดทำขึ้นใหม่ดังกล่าว ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม และไม่เป็นไปตามความหนักเบาของความผิดกรณีดังกล่าวยังเป็นการส่งสัญญาณผิดๆให้คนไทยและทั่วโลกเข้าใจว่า ในสายตาของรัฐบาลไทยถือว่าผู้ค้ายาเสพติดสมควรได้รับการอภัยลดโทษมากกว่าผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีเหตุผลมาจากความต้องการแก้แค้นทางการเมืองต่ออีกฝ่าย ซึ่งถูกปล่อยตัวไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่ผลกระทบกลับตกแก่ผู้ต้องขังอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งยังทำให้นโยบายการปราบปรามยาเสพติดด้อยประสิทธิภาพลง เพราะการอภัยลดโทษแก่ผู้ค้ายาเสพติดได้รับการลดโทษมากกว่าคดีอื่นกระทรวงยุติธรรมเป็นกลไกสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด ก็ขอฝากพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษให้เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องที่ใช้ปฏิบัติมาก่อนหน้านี้ด้วยครับ.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม