แค่นี้ก็ยุ่งพอแล้ว...อย่าขายจนเกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาอีกอย่างที่ปรากฏความจริงว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษฉันใดก็ฉันนั้น เหตุการณ์ขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาก็ได้มีวีรบุรุษขึ้นมาท่านหนึ่งคือ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ได้รับการกล่าวขานไปทั้งประเทศที่แสดงความเป็นชายชาติทหารเต็มตัวพูดง่ายๆว่านี่คือ “ทหาร” ตัวจริงที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างหาที่ติไม่ได้ เพราะสามารถตอบโต้กัมพูชาได้ทุกดอกและทำให้ไทยสามารถยืนอย่างองอาจทรนงพูดง่ายๆขนาดรัฐบาลก็ชิดซ้ายไปเลย...ว่างั้นก็เลยมีความเคลื่อนไหวที่จะเสนอให้ต่ออายุราชการให้แก่ “พล.ท.บุญสิน” ที่จะเกษียณอายุราชการปลายเดือนกันยายนนี้จึงเหลือเวลาอีกไม่นานนัก!เพื่อเป็นการตอบแทนในคุณความดีที่ได้สร้างไว้ให้แก่ประเทศชาติความเป็นเรื่องต่ออายุราชการให้แก่นายทหารนั้นเคยเกิดขึ้นมาก็ด้วยเป้าหมายทางการเมืองเพื่อรักษาอำนาจหาใช่ตอบแทนบุญคุณแต่อย่างใด แต่หลังจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้วก็ไม่มีแนวคิดหรือวิถีปฏิบัติอีกแล้ว!เรียกว่าพอกันทีกับการเสริมสร้างอำนาจทางการเมืองเพราะทหารเป็นส่วนหนึ่งในระบบราชการที่มีกฎกติกากำหนดเอาไว้แล้วอย่างชัด เมื่อครบอายุราชการก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปทุกอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่สำคัญทุกอย่างจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระบบและกติกา เนื่องจากแต่ละองค์การขับเคลื่อนต่างๆไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่ต้องไปกันทั้งแผงจึงจะสามารถทำงานสำเร็จลุล่วงไปได้แต่ในองค์กรนั้นหากได้ผู้นำหน่วยที่มีความสามารถก็ยิ่งเป็นการดีต่อความสำเร็จ ทว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่มีความสามารถหากเข้าไปรับการแต่งตั้งให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนั้นเอาเป็นว่ามีตัวตายตัวแทนที่จะสานงานต่อไปได้คนไหนที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามกติกาสามารถสร้างผลงานดีๆจนได้รับการยกย่องก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่จะต้องรักษาระบบไว้“แม่ทัพภาคที่ 2” ก็บอกแล้วว่าเขาภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไม่ได้ต้องการอะไรทั้งสิ้น จากนี้ไปก็จะไม่เล่นการเมืองแต่พร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศชาติในรูปแบบอื่นๆได้นี่คือปณิธานที่เขาประกาศไว้!ดังนั้นก็อย่าไปทำให้เขาไขว้เขวเมื่อเขาเลือกทางเดินที่เขาว่าดีแล้วเหมาะสมแล้วสำหรับตัวเขาก็ได้แต่อวยพรให้เขาไปดีในทางที่เขาปรารถนาพวกเราก็ได้แต่ขอบคุณและส่งต่อความระลึกถึงเอาไว้นี่คือวีรบุรุษต้นแบบของคนรักชาติบ้านเมืองก็ไม่ต้องแปลกใจเมื่อมีซีกบวกก็ย่อมมีซีกลบคือส่วนของรัฐบาลที่ผลสำรวจจากโพลพบว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่นและศรัทธานั่นแหละสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นประชาชนสามารถพบและพิสูจน์ด้วยตัวของเขาเองได้“ห่วยแตก” จริงๆจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา เกิดขึ้นมาแล้วก็ยังแก้ไม่ดีอีกจะปฏิเสธอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เพราะมันเห็นอยู่ตำตาทำอะไรไว้ก็ต้องรับกรรมไป...นี่คือกฎแห่งกรรม!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม