ยอมสึกอีก 2 รูปพิษสัมพันธ์สวาท “สีกากอล์ฟ” อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตฯนัดตำรวจลาสิกขาก่อนถูกคุมตัวสอบ รับอ้างอ่อนต่อโลก ส่วนพระปริยัติธาดา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรฯย่องถอดจีวรที่บ้านค่ายระยอง ตำรวจ ปปป.ตามตัวสอบ “บิ๊กก้อง” ตั้ง "ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และส่งเสริมพระธรรมวินัย" กวาดล้างพระนอกแถว "พ่อมดดำ" จี้ พศ.เร่งแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ เอาผิดพระ-สีกา เสพเมถุน จ่อกฎเหล็กจากนี้วัดห้ามถือเงินสดเกิน 1 แสน ที่เหลือฝากเข้าบัญชีธนาคารในพื้นที่วัดตั้งอยู่ จากนั้นรุดนมัสการ 2 สมเด็จกราบหารือห่วงเรื่องพระผิดวินัยสงฆ์ “ภูมิธรรม” ฮึ่ม ประสานดีเอสไอช่วยตำรวจสอบสวนกลางทำคดี “สีกากอล์ฟ” เอาผิดถึงที่สุดเหตุมีลักษณะบ่อนทำลาย จากข่าวฉาวคาวผ้าเหลืองสะเทือนวงการดงขมิ้นด้วยพิษนารีพิฆาตจาก “สีกากอล์ฟ” วัย 35 ปี เพียงคนเดียว ทำให้พระผู้ใหญ่สึกกันระเนนระนาดบ้างก็ย่องหลบฉากหายตัว โดยพระผู้ใหญ่ที่จำนนหลักฐานคลิปสังวาสชัดเจนยอมถอดจีวร ประกอบด้วย 1.พระเทพวชิรปาโมกข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ กรุงเทพฯ 2.พระเทพวชิรธีราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย วรวิหาร จ.สระบุรี 3.พระเทพวชิวธีรคุณ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 4.พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ วัดใหม่ยายแป้น กรุงเทพฯ 5.พระครูสิริวิริยธาดา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา 6. พระครูปลัดสุรพล อิทธิเตโช อดีตเจ้าอาวาสวัดพรหมเกษร จ.พิษณุโลก รวม 6 รูป ที่เหลืออีก 5 รูป ยังไม่ลาสิกขา มส. เรียกชี้แจงด่วน หากไม่มาถือว่าละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ ให้ปลดหรือถอดถอนได้ ด้าน ปปป. ตรวจสอบวัดใหญ่จอมปราสาท สมุทรสาคร หลังพบเส้นเงินเจ้าอาวาสโอนให้ “สีกากอล์ฟ” 1 ล้านกว่าบาท พระลูกวัดแจ้งเจ้าตัวออกจากวัดหลายวันแล้ว ขณะที่พระเทพพัชราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดชูจิตฯ ส่งหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งทางสงฆ์ หลังถูกจับตาโอนกว่า 11 ล้านให้ “สีกากอล์ฟ” นัดให้ปากคำตำรวจวันที่ 14 ก.ค.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วสึก “เจ้าวัดชูจิตฯ”คุมตัวออกจากวัดความคืบหน้าเรื่องบัดสีในวงการพระผู้ใหญ่ เมื่อสายวันที่ 14 ก.ค. ที่วัดชูจิตธรรมาราม จ.พระนคร ศรีอยุธยา พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นายภูมิศาล เกษมศุข เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป. นำกำลังไปเป็นสักขีพยานการลาสิกขาของพระเทพพัชราภรณ์ (สมพงษ์ ฐิตว์โส ป.ธ.4) อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม หลังมีข่าวพัวพันสีกากอล์ฟ พร้อมสอบปากคำเบื้องต้นเกี่ยวกับเส้นเงินและการเข้ามาพัวพันกับหญิงคนดังกล่าวในฐานะพยานนานเกือบ 3 ชั่วโมง จากนั้นคุมตัวขึ้นรถออกไปพร้อมเจ้าหน้าที่เผยเส้นเงินถึงสีกากอล์ฟ 12.8 ล. หลังสอบปากคำ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า ขณะนี้อดีตเจ้าอาวาสลาสิกขาเรียบร้อยเต็มใจจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดชูจิตฯเป็นเส้นเงินที่ตรวจพบมากที่สุดจากบัญชีอดีตเจ้าอาวาสฯ ที่ได้จากการทำกิจนิมนต์และสอนหนังสือเก็บสะสมเป็นเงินส่วนตัว โอนให้สีกากอล์ฟ รวม 12.8 ล้านบาท และยังไม่รวมอีก 3.8 แสนบาท ที่เป็นเงินจากบัญชีวัดโอนให้สีกากอล์ฟ มีทั้งโอนผ่านโทรศัพท์และให้เป็นเงินสด เริ่มโอนตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 67 ในเดือนเดียวกันพบว่าโอนให้สีกากอล์ฟถึง 10 ล้านบาท จากการกระทำของอดีตเจ้าอาวาสฯเข้าข่ายความผิดมาตรา 157อดีตเจ้าอาวาสรับ “อ่อนต่อโลก”ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวต่อว่า สีกากอล์ฟเริ่มเข้าหาอดีตเจ้าอาวาสฯ โดยมาพบด้วยตนเองที่วัด อ้างเป็นไฮโซแอบอ้างพระผู้ใหญ่ทำให้อดีตเจ้าอาวาสฯ เชื่อใจหลงเชื่อ โดยยอมรับว่า “อ่อนต่อโลก” และ “เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่” ส่วนเงินที่สีกากอล์ฟยืมอดีตเจ้าอาวาสฯ อ้างว่าขอยืมไปทำธุรกิจเซรามิกโดยไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ได้ทวงถามเรื่อยมาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียแต่ถูกบ่ายเบี่ยง จนมีข่าวอดีตเจ้าคุณอาชว์ วัดตรีทศเทพ ตกเป็นข่าวจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ส่วนการทำธุรกรรมจากบัญชีวัด พบว่าวัดนี้ไม่มีไวยาวัจกรและคณะกรรมการวัด ถือป็นจุดอ่อนเช่นเดียวกับวัดใหญ่จอมปราสาท จ.สมุทรสาคร ทั้งนี้ อดีตเจ้าอาวาสฯ และสีกากอล์ฟยืนยันตรงกันว่าไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และไม่มีพยานหลักฐานที่เป็นรูปภาพและคลิปวิดีโอในลักษณะถูกแบล็กเมล์ ส่วนเรื่องเงินที่ยืมจากอดีตเจ้าอาวาสฯ กว่า 10 ล้านบาท สีกากอล์ฟไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้ผิดชัดเจนโอนเงินวัดให้ 3.8 แสน ด้าน พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป. กล่าวยืนยันว่ากรณีนี้มีความผิดชัดเจน เนื่องจากพบว่ามีเงินจากบัญชีวัดโอนให้สีกากอล์ฟ 3.8 แสนบาท หลังจากนี้จะตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวโอนจากบัญชีส่วนตัวไปบัญชีวัดและโอนต่อไปบัญชีสีกากอล์ฟหรือไม่ หรือโอนจากบัญชีวัดโดยตรงหากเป็นลักษณะดังกล่าวถือว่าผิดชัดเจน ส่วนจะทยอยโอน หรือโอนครั้งเดียวจากนี้จะไปตรวจสอบเพิ่มเติมเพราะถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระผช.เจ้าวัดกัลยาฯย่องสึกระยองในส่วนพระปริยัติธาดา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นอีกรูปที่ปรากฏคลิปความสัมพันธ์กับสีกากอล์ฟ และหายออกไปจากวัดหลายวัน โดยเช้าวันเดียวกันนี้ พระปริยัติธาดา ไปที่วัดบ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง กล่าวคำลาสิกขากับพระครูพิพัฒน์ชยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านค่าย ภายในโบสถ์ ก่อนเปลี่ยนเป็นชุดขาว และส่งภาพหลักฐานกลับไปยืนยันกับพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ในฐานะพระปกครอง ตามมติมหาเถรสมาคมที่จะได้รับการยืนยันการลาสิกขาต่อเมื่อปรากฏรูปภาพชัดเจน ทั้งนี้ มีรายงานว่า อดีตพระปริยัติธาดา เป็นคน อ.บ้านค่าย คุ้นเคยวัดในพื้นที่เป็นอย่างดี ขณะที่ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. เผยว่า จากนี้จะต้องติดตามตัวมาสอบปากคำกับเหตุการณ์ที่เข้าไปมีสัมพันธ์สวาทกับสีกากอล์ฟ อย่างละเอียดต่อไปผลสอบ “พระมหาปพน” ไม่พบผิดส่วนความเคลื่อนไหวพระผู้ใหญ่ที่ปรากฏในข่าว วันเดียวกัน ที่ จ.ขอนแก่น พระครูวชิรอรรถวาที เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงกรณี ผศ.ดร.พระครูศรีปริยัติบัณฑิต หรือพระมหาปพน แสงย้อย รองเจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าอาวาสวัดเทพปูรณาราม บ้านหนองบัวดีหมี ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น ที่มีชื่อโอนเงินให้สีกากอล์ฟ 48,000 บาท และรับโอนเงินจากสีกากอล์ฟ 19,000 บาท นั้นว่า คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วใน3กรณี คือ การโอนเงินให้กับสีกากอล์ฟ การรับโอนเงินจากสีกากอล์ฟ และความสัมพันธ์กับสีกากอล์ฟ ผลการตรวจสอบไม่ปรากฏความผิด เจ้าตัวมีหลักฐานยืนยันเป็นการโอนเงินให้เพื่อนสนิทและรับโอนเงินทำบุญตามปกติ และไม่ใช่การเอาเงินวัดโอนให้สีกา ขณะนี้กำลังเตรียมเอกสารข้อมูลผลการตรวจสอบดังกล่าวไปมอบให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นเจ้าคณะ จ.พิจิตรปฏิบัติศาสนกิจปกติที่ จ.พิจิตร กรณีมีกระแสข่าวลือว่าจะมีพระชั้นผู้ใหญ่ใน จ.พิจิตร จะสึกจากการเป็นพระเพราะพัวพันสีกากอล์ฟ เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน บรรยากาศที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อ.เมืองพิจิตร ยังมีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญตามปกติ มีพระเทพวัชรสิทธิเมธี เจ้าคณะ จ.พิจิตรและเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง ปฏิบัติศาสนกิจประกอบพิธีทำวัตรเช้า สวดมนต์ นั่งสมาธิเจริญจิตตภาวนา ร่วมกับพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ ทั้งนี้ พระเทพวัชรสิทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เผยว่า อาตมายัง ไม่ได้สึกและทำวัตรเช้าตามปกติ ปฏิบัติตามภารกิจของสงฆ์ เพราะยังไม่มีความผิดอะไรสามารถชี้แจงได้พิธีสามีจิกรรม ไร้เงาเจ้าคณะพิษณุโลกที่ จ.พิษณุโลก ที่ศาลาชินราชธำรงวิศิษฏ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก พระเทพรัตนมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมืองพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีสามีจิกรรม มีรองเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล เข้าร่วมพิธี ไร้เงาพระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วม ด้านพระครูปริยัติสุวรรณโพธิ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อ พระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ได้เลย ครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือวันที่ 4 ก.ค.68“บิ๊กก้อง” ตั้งศูนย์สยบพระนอกรีตส่วนความเคลื่อนไหวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีรายงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งตั้ง “ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และส่งเสริมพระธรรมวินัย” มี พล.ต.ท.จิรภพ เป็นหัวหน้าศูนย์ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นรองหัวหน้า ส่วนคณะทำงานมาจาก บก.ต่างๆในสังกัด เพื่อตรวจสอบข้อ เท็จจริงและดำเนินการหากพบการกระทำความผิดทั้งทางสงฆ์และทางกฎหมาย สืบเนื่องจากที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ลงพื้นที่สืบสวนความสัมพันธ์ระหว่างสีกากอล์ฟกับอดีตพระผู้ใหญ่หลายรูป ทั้งในต่างจังหวัดและ กทม. หลังได้รับแจ้งถึงการกระทำและการประพฤติตนไม่เหมาะสมภายใต้ผ้าเหลือง ประกอบกับการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือสีกากอล์ฟพบภาพและคลิปวิดีโอจำนวนมากที่เป็นหลักฐานสำคัญระบุถึงความไม่เหมาะสมต่างๆ กระทั่งนำมาสู่การลาสิกขาของพระผู้ใหญ่หลายรูป เชื่อว่ายังมีอีกหลายรูปที่ยังกระทำผิดเรื่องต่างๆเกิดขึ้นที่เป็นความผิดตามวินัยสงฆ์และทางคดีอาญา ได้จัดตั้งศูนย์นี้ขึ้นคอยสอดส่องดูความประพฤติพระที่นอกลู่นอกทาง ให้อยู่ในกฎระเบียบของสงฆ์อย่างเคร่งครัดต่อไปทั้งนีิ้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เชิญชวนประชาชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ร่วมเป็นพลังสำคัญในการสอดส่อง และแจ้งเบาะแสกรณีพบเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระภิกษุสงฆ์ เพื่อร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคง และรักษาพระธรรมวินัยให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น แจ้งเบาะแสได้ที่ INBOX เพจเฟซบุ๊ก : ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หรือโทร.แจ้งได้ที่เบอร์โทร.08-2123-7166 ข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ“เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร” รอดยากมีรายงานว่าตำรวจ บก.ปปป. ตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญที่เชื่อว่าน่าจะเป็นหลักฐานที่ทำให้พระเทพวัชรสิทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง หนึ่งในพระที่มีข่าวว่าพัวพันกับสีกากอล์ฟ ยอมสึกอีกรายได้ หลักฐานดังกล่าวเป็นภาพข้อมูลแชตสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ที่ทั้งสองฝ่ายส่งข้อความถึงกันลักษณะบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของทั้งคู่ ในแชตสนทนายังมีการส่งข้อความบอกคิดถึง และข้อความกำชับกันภาพหลุด รวมถึงรูปภาพที่เผยให้เห็นพระเทพวัชรสิทธิเมธีสวมใส่เสื้อยืดไม่ใช่จีวรพระ รวมถึงคลิปภาพที่ถูกบันทึกไว้ขณะวิดีโอคอลคุยกับสีกากอล์ฟ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งผลักดันลงโทษพระทำศาสนาเสื่อมช่วงสายวันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องวิกฤติศรัทธาในพุทธศาสนา ของนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. สอบถามนายกรัฐมนตรีว่า วิกฤติศรัทธาในพุทธศาสนา พระชั้นผู้ใหญ่มีพฤติกรรมเลวทรามทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย อยากได้ “สีกากอล์ฟ” อีก 100 คน มาขุดพระเลวๆชั่วๆจะได้รื้อศาสนากลับมาดีอีกครั้ง เวลานี้ผู้หญิงไม่เอาเสี่ยแล้ว แต่มาหาเจ้าอาวาสดีกว่า รวยกว่า ทุกวันนี้เรามีพระดีแค่พระพุทธรูปเท่านั้น อยากทราบรัฐบาลและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะวางแผนปัญหาอย่างไร จะดำเนินคดีกับสมีทั้งหลายได้หรือไม่ ทั้งเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และเรื่องเงิน ควรผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองพระพุทธ ศาสนา ลงโทษพระที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย ต้องมีโทษอาญาจำคุก"พ่อมดดำ" แจงเร่งแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ชี้แจงกระทู้แทนนายกรัฐมนตรีว่า การอยากให้คนแบบสีกากอล์ฟเยอะๆเพื่อปราบปรามพระไม่ดีนั้น คงไม่ได้ เพราะตอนนี้พุทธศาสนาเสื่อมมากแล้ว การเกิดวิกฤติศรัทธามาจากตัวพระสงฆ์ แต่เรายังนับถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ต้องแยกกัน ได้มอบนโยบาย พศ.ทำงานเชิงรุกตรวจสอบพระที่ปฏิบัติไม่ดี เรื่องการควบคุมพระสงฆ์เป็นการดำเนินการของมหาเถรสมาคม ส่วนการดำเนินคดีพระประพฤติผิดพระธรรมวินัย หรือสมี ยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดเอาผิดพระเสพเมถุนหรือสีกาที่ไปเสพเมถุนกับพระ ต้องรีบแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ โดยด่วน เพิ่มโทษพระผิดพระธรรมวินัยให้จำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรับหลายหมื่นถึงหลักแสนบาท สีกาก็ต้องมีความผิดด้วยนมัสการ “2 สมเด็จ” ขอคำแนะนำจากนั้นเวลา 14.30 น. ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม นายสุชาติเข้ากราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เพื่อรับแนวทางปฏิบัติในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยนายสุชาติให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า มหาเถรสมาคมประชุมตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. มอบหมายให้ตำรวจที่ไปจับกุม อย่างน้อยต้องรายงานไปที่เจ้าคณะหนหรือพระผู้ใหญ่ เพื่อเอาผิดกับพระที่ปฏิบัติมิชอบ ได้แจ้งว่าตำรวจอาจไม่รู้ลึกซึ้งเท่าสำนักพุทธ อยากให้ไปบูรณาการกับตำรวจด้วย จะไปจับตรงไหนก็แล้วแต่ขอข้อมูลไปให้สำนักพุทธด้วย แล้วเอาข้อมูลมาให้พระผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บังคับบัญชาเพื่อที่ท่านจะได้ดำเนินการต่อ การบูรณาการที่ว่ามหาเถรสมาคมต้องร่วมกับสำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) ออกกฎระเบียบ ประกาศกระทรวงต่างๆเฉ่ง พศ.ทำไมไม่รู้เรื่องเมื่อถามถึงการปรับแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ นายสุชาติกล่าวว่า มหาเถรสมาคมบอกแบบนั้น แต่ต้องปรึกษากันใหม่จะทำวิธีการใด หลักการอยู่ที่จะดำเนินการอย่างไรเอาผิดสีกาที่ไปเสพเมถุนกับพระที่ประพฤติปฏิบัติผิดแบบนี้ แต่จะเป็นกฎหมายของสงฆ์ หรือกฎหมายที่ร่างขึ้นมาใหม่ขอให้ทำเร็วๆ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์แบบนี้จะกระทบศรัทธาของประชาชน เมื่อถามถึงการเอาผิดสีกากอล์ฟ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 ได้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ขอนำเรื่องนี้ไปพิจารณาก่อน มอบนโยบาย พศ.ไปแล้ว ต้องนำตัวสีกากอล์ฟมาสอบสวน เมื่อถามย้ำว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกังวลใจ เพราะ พศ.ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดสีกากอล์ฟ ทำให้คดีไม่สามารถเดินหน้าได้ นายสุชาติหันไปถามย้ำเจ้าหน้าที่ พศ. ว่า พศ.เอาอย่างไร พร้อมสั่งให้เร่งศึกษาประเด็นนี้โดยด่วน ทำไม พศ.ถึงไม่รู้เรื่อง ขณะที่คนอื่นกำลังหาช่องทางกฎหมาย กำชับไปหลายครั้งแล้ว เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่ถึงสัปดาห์ก็มีกรณีนี้เป็นเรื่องรับน้อง ยอมรับว่ากังวลมาก ได้มาขอคำแนะนำกับท่านสมเด็จฯทั้ง 2 รูปในวันนี้ต้นเหตุปัญหาอยู่ที่พระมีเงินผู้สื่อข่าวถามว่า พศ.รายงานหรือยัง ว่าพระที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ โอนเงินโดยเสน่หาหรือว่าถูกหลอก นายสุชาติกล่าวว่า รอเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปข้อมูล วันนี้จะทำหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอให้ พศ.ร่วมสอบสวน หาก พศ.ล่าช้าจะเล่นงาน อยากให้ตำรวจส่งข้อมูลทั้งหมดมาที่เจ้าคณะหนฯทั้งหมด และส่งมาที่ พศ. ส่วน พ.ร.บ.สงฆ์ที่จะแก้ไขโดยเฉพาะเรื่องเงินนั้น ต้นเหตุที่เกิดปัญหา กระบวนการหลอกพระมาจากพระมีเงินมีทรัพย์เยอะ หลอกง่ายที่สุด เมื่อพระถูกแบล็กเมล์ก็ต้องโอนเงินให้ พฤติการณ์นี้ทำเป็นขบวนการต่อไปวัดห้ามถือเงินสดเกิน 1 แสนนายสุชาติกล่าวต่อว่า พยายามแก้ปัญหาต้นเหตุ เมื่อพระมีทรัพย์มาก ใช้จ่ายโดยไม่มีการควบคุม ต้องแก้ด้วยการออกกฎกระทรวงว่าทุกบาททุกสตางค์ของวัดต้องเอาเข้าบัญชีธนาคาร เงินสดที่วัดอาจถือได้ต้องห้ามเกิน 1 แสนบาท ไว้สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำค่าไฟ และทุกบัญชีต้องฝากธนาคารทั้งหมด ทุกเดือนต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย ขณะนี้ร่างแบบฟอร์มไว้หมดแล้ว จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. ทุกวัดต้องปฏิบัติตาม ให้นโยบายกับ พศ.ต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ทำงานเชิงรับ จากนี้ต้องไปสอดส่องดูพฤติกรรมของพระ“มท.อ้วน” ให้ดีเอสไอแจมคดีอีกด้านหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปช่วยดู คดีนี้สั่นสะเทือนความรู้สึกประชาชน กระทบความมั่นคงในแง่ของพุทธศาสนาที่เป็นหลักของประเทศ เมื่อเช้านี้ได้พูดคุยกับอธิบดีดีเอสไอให้ช่วยเข้าไปดู หรือมีอะไรที่จะส่งเสริมสนับสนุนตำรวจที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว อธิบดีดีเอสไอรับเรื่องไปพิจารณาดำเนินการ และยังได้โทรศัพท์คุยกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ที่อยู่ระหว่างติดราชการต่างประเทศ ได้กำชับว่าเรื่องนี้ต้องจริงจัง ต้องเริ่มต้นด้วยการตั้งข้อหาสีกากอล์ฟให้ชัดเจนมากขึ้น ให้ประสานงานกับดีเอสไอ พล.ต.ท.จิรภพยินดีและให้รายงานตนด้วย เรื่องนี้ไม่ปล่อยผ่านเฉยๆ ย้ำว่าได้กำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว“การให้ดีเอสไอเข้ามาช่วยดูคดี ไม่ได้หมายความว่าให้โอนคดีไปที่ดีเอสไอ แต่ให้มาช่วยตำรวจสอบสวนกลาง หลักการจะให้ตำรวจสอบสวนกลางทำคดีต่อไป ส่วนดีเอสไอมีอะไรเสริมได้ก็จะดี” นายภูมิธรรมกล่าวลั่นสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกเมื่อถามว่าที่ผ่านมาคดีที่เกี่ยวกับสงฆ์ไม่สามารถเอาผิดได้ แค่สึกแล้วก็จบ นายภูมิธรรมตอบว่า “ไม่จบหรอกครับ งานนี้ไม่จบ ส่วนกรอบเวลาเร็วอยู่แล้ว ให้ทำอย่างเต็มที่ รวดเร็วที่สุด” เมื่อถามว่าเป็นคดีตัวอย่างของสงฆ์หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็จบกันไปเฉยๆ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่ได้ คดีนี้มันสะเทือน แม้ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของวงการสงฆ์ แต่มีลักษณะบ่อนทำลาย ต้องทำให้เป็นตัวอย่าง สิ่งเหล่านี้ไม่ควร เกิดขึ้นอีก ถ้าเกิดขึ้นเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ไม่ใช่แค่สึกไป ผู้ก่อเหตุก็ไม่มีอะไร จะทำให้เห็นว่าตรงนี้ทำไม่ได้และไม่ควรทำเพื่อไทยชงร่าง ก.ม.เอาผิดทางอาญานายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติของพระสงฆ์ขณะนี้ ทั้งเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัดไม่โปร่งใส การประพฤติผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง การเสพเมถุนกับสีกา ได้รับมอบหมายจากพรรคให้พิจารณาจัดทำร่างกฎหมาย เพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนาเพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหาพระสงฆ์ประพฤติผิดวินัยร้ายแรงและหามาตรการในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนาขึ้นมาโดยด่วน เรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ที่กำหนดให้รัฐต้องมีมาตรการและกลไกในการปกป้องมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด ในร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้การกระทำบางอย่างเป็นความผิดอาญา นอกเหนือไปจากมาตรการทางวินัยสงฆ์ จะมีบทกำหนดโทษอันเป็นโทษทางอาญา ผู้ที่กระทำความผิดเข้าข่ายบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา จะมีทั้งในส่วนของการกระทำของพระสงฆ์และฆราวาสที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการกระทำอื่นๆโดยจะเร่งรัดจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อเสนอต่อสภาฯอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่