เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) วันที่ 26 ต.ค.2567 ที่เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำหลักสูตรใหม่สำหรับใช้เป็นกรอบจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. จึงได้ขับเคลื่อนนำ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี” และ “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568” ไปใช้จริงทั่วประเทศในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โดยเปิดโอกาสให้โรงเรียนพิจารณาความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วม ทั้งนี้การพัฒนาหลักสูตรใหม่ดำเนินการตามหลักวิชาการอย่างเข้มข้น จนได้หลักสูตรที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย ล่าสุดมีโรงเรียนจากทุกสังกัดสมัครใจเข้าร่วมแล้ว 4,440 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มวิจัยและประเมินคุณภาพการใช้หลักสูตร 237 โรงเรียน และกลุ่มเครือข่ายการใช้หลักสูตร 4,203 โรงเรียน ซึ่งปฐมวัยมุ่งเน้นพัฒนาการสมวัย ส่วนประถมศึกษาตอนต้นเน้นให้เด็กอ่านออกเขียนได้อย่างเข้าใจ คิดเลขเป็น เสริมสร้างทักษะพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ตลอดชีวิต“สพฐ. โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้เตรียมมาตรการ สนับสนุนการใช้หลักสูตรอย่างครบวงจร ทั้งการจัดทำแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ (https://sites.google.com/view/curri68/home?authuser=0) การตั้ง “คลินิกวิชาการ” เป็นที่ปรึกษา การจัดประชุมชี้แจงแนวทางกับผู้บริหารและครู และการประชุมเชิงปฏิบัติการผ่าน OBEC Channel รวมถึงนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดภาระครูในการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการวัดผล ผ่านแหล่งเรียนรู้เฉพาะด้าน (https://www.giftedobec.org/อบรมการใช้gen-ai-หลักสูตร2568) หลักสูตรใหม่นี้จะเป็นก้าวสำคัญยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยตั้งแต่ปฐมวัยและประถมศึกษา หากประสบผลสำเร็จด้วยดี ขั้นต่อไปจะพัฒนาหลักสูตรประถมปลายจนถึงมัธยมศึกษา” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่