เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้รับรายงาน สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว จำนวน 2,944 แห่ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวแยกความเสียหายแบ่งเป็นกลุ่มสีแดง เสียหายหนัก 66 แห่ง สีส้มเสียหายปานกลาง 353 แห่ง และสีเขียวเสียหายเล็กน้อย/ไม่เสียหาย 2,512 แห่ง ซึ่งจะจัดส่ง ทีมวิศวกรอาสาลงพื้นที่ตรวจสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบในกลุ่มสีส้มกับสีแดงเพื่อยืนยันว่าอาคารเรียนไหนใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นสถานศึกษากลุ่มภาคกลางและภาคเหนือ ซึ่งจะจัดงบประมาณซ่อมแซมให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนวันที่ 16 พ.ค.นี้ ส่วนประเด็นเหตุแผ่นดินไหว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อ สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนรับมือภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ โดย สพฐ.ได้วิเคราะห์เนื้อหาหลักสูตรการสอนที่มีอยู่พบว่า มีวิชาสังคมศึกษา สุขศึกษา พลศึกษา และหนังสืออ่านเพิ่มเติม เป็นต้น ที่สอนให้ความรู้เท่านั้น แต่ไม่ได้สอนวิธีปฏิบัติจริง หลังจากนี้ สพฐ.จะกำชับไปยังทุกสถานศึกษาให้นำความรู้ที่เรียนมาฝึกซ้อมปฏิบัติเสมือนจริงด้วย เมื่อเกิดเหตุจะต้องป้องกันได้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้เรียนทุกมิติ และสร้างทักษะชีวิตให้แก่ผู้เรียนเลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังหารือถึงผลการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม. 4 ซึ่งภาพรวมการจัดสอบเรียบร้อย ทุกโรงเรียนได้เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติรอบด้าน จากนี้ตนกำชับว่าทุกโรงเรียน อาจจะต้องซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกเดือนไม่ว่าจะเป็นแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหว ไฟไหม้ การที่บุคคลภายนอกเข้ามาทำร้าย เป็นต้น เพื่อสร้างทักษะการเอาตัวรอดให้แก่นักเรียน ส่วนการสอบการคัดเลือกเข้าเรียนต่อ ม.1 และ ม.4 ไม่มีเรื่องทุจริตหรือเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้สมัครพลาดที่นั่งในกลุ่มโรงเรียนอัตราแข่งขันสูง ซึ่งระหว่างวันที่ 17-22 เม.ย.นี้ เด็กคนไหนที่ยังไม่มีที่เรียนขอให้ไปแจ้งความจำนงได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกแห่ง โดย สพฐ.ยืนยันว่าเด็กจะมีที่นั่งเรียนครบทุกคน.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม