ตามที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ลงนามในคำสั่ง สธ. ที่ 999/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของกรมสุขภาพจิต เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาเป็นการเพิ่มอำนาจหน้าที่ของกรมสุขภาพจิตในการบำบัดดูแลผู้ป่วยยาเสพติดมากขึ้น และให้พิจารณาว่าสมควรต้องขยายชื่อกรมสุขภาพจิต เป็นกรมสุขภาพจิตและยาเสพติดหรือไม่นั้น นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.2566 ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีเรื่องของการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดอยู่ด้วย และต่อมานายสมศักดิ์ได้กล่าวในการประชุมเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ต้องบูรณาการเรื่องยาเสพติดให้อยู่ภายใต้กรมสุขภาพจิตด้วย เพื่อให้การทำงานครบวงจร เนื่องจาก รมว.สธ.ได้ลงพื้นที่และมีคนสะท้อนปัญหาการเข้าถึงการรักษาในแง่ยาเสพติดและจิตเวช ซึ่งเรื่องนี้สำคัญต้องทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างครบวงจรนพ.พงศ์เกษมกล่าวอีกว่า การแก้ปัญหายาเสพติดในแง่การบำบัดรักษาโดยเฉพาะยาบ้าที่ระบาดมากนั้นต้องมีเรื่องจิตเวชด้วย เพราะเป็นเรื่องของพฤติกรรมศาสตร์ ชีวจิตวิทยา และสังคม ต้องรวมกันทั้งหมด เห็นได้ว่าคนที่สุขภาพจิตไม่ดีบางทีไปเสพยา เสพการพนัน จนติดและซ้ำร้ายทำร้ายคนอื่น และมีปัญหาสุขภาพจิตวนกันไปอีก จึงต้องมีกระบวนการรักษาทางพฤติกรรมและชุมชนที่ชัดเจน และเป็นแบบวันสต็อป ดังนั้น กรมสุขภาพจิตจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกับทุกส่วน อย่างเช่น สถาบันธัญญารักษ์ สังกัดกรมการแพทย์ มีเรื่องการบำบัดยาเสพติด กรมสุขภาพจิตก็เช่นกัน อย่างยาบ้า เรามุ่งประเด็นหลักบำบัดรักษา สิ่งสำคัญต้องทำงานร่วมกัน เรื่องนี้ยังเป็นนโยบายรัฐบาลให้ทำทันทีภายใน 1 เดือน.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่