ปูดสำนักนายกรัฐมนตรีส่งกฤษฎีกาตีความคำสั่งให้ “รองโจ๊ก” ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เรื่องเข้าคณะ 2 มี “วิษณุ เครืองาม” เป็นประธาน อยู่ระหว่างการรับฟังข้อเท็จจริงจากทั้งฝ่ายตัวแทนของ ตร. และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ด้าน “บิ๊กต่าย” เผยยังไม่รู้เรื่อง แต่ถ้ามีการตีความหรือหารือทางกฎหมายต้องแจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ ยันให้รองโจ๊กออกจากราชการไว้ก่อนเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายกรณีสำนักนายกรัฐมนตรีส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.ออกจากราชการไว้ก่อน ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก่อนให้นายก รัฐมนตรีดำเนินการนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ตามขั้นตอน ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พ.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า กระบวนการยื่นให้กฤษฎีกาตีความคำสั่งนั้น คิดว่าต้องมีการประชุมหรือซักถามกันอย่างละเอียดรอบคอบก่อน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามมาตรา 140 พระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติปี 2565 เป็นขั้นตอนเกี่ยวกับนำความกราบบังคมทูลฯ เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามจะให้กฤษฎีกาตีความหรือไม่อย่างไร ตอนนี้ตนยังไม่ทราบผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนการยื่นกฤษฎีกา รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติมาตรา 140 โดยส่งไปให้สำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณา กระบวนการหลังจากนั้นคิดว่าเป็นเรื่องของสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ถามว่าการส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความ ถือว่ามีปัญหาด้านข้อกฎหมายหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ตนยังไม่ทราบจริงๆ แต่หากมีการตีความหรือการหารือทางกฎหมายต้องแจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ แต่ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรถามว่าที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยยื่นเรื่องให้กฤษฎีกาตีความคำสั่งให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกจากราชการมาก่อนหรือไม่ รรท.ผบ.ตร.ตอบว่า เป็นครั้งแรก เท่าที่ทราบที่ผ่านมายังไม่เคยเห็น ยืนยันว่าหากมีการหารือกับทางกฤษฎีกาต้องแจ้งผลไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย โดยหลักการแล้วหากมีปัญหาประเด็นข้อกฎหมายสามารถหารือกับกฤษฎีกาได้ถามกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ส่งสำนวนคดี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ตามที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ส่งพยานหลักฐานให้ตรวจสอบก่อนหน้านี้ไปยัง ป.ป.ช.แล้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ตนได้ยินมาเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบเนื้อหาหรือยังไม่เห็นเอกสารหลักฐาน เรื่องดังกล่าวเป็นการพิจารณาของพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีที่จะส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.ได้ หากพบว่าเข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. โดยไม่ต้องผ่านดุลพินิจของตนในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่พนักงานสอบสวนต้องรายงานมาที่ตนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้รับทราบอยู่แล้วถามอีกว่าเรื่องคดีความของสองบิ๊กตำรวจจะจบลงเมื่อใด รรท.ผบ.ตร.ตอบว่าอยากให้ไปสอบถามกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีดู ส่วนตัวเข้าใจว่าอยากทราบความคืบหน้า แต่คิดว่าตัวเองอยากทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับจริงๆ ส่วนกระบวนการตรวจสอบฝ่ายใดจะเป็นอย่างไร ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน และเป็นไปตามกระบวนการของคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณา ตนไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวในความขัดแย้งกับใคร ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังก้าวไปสู่มิติของการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องนำความศรัทธาและเชื่อมั่นกลับมา ส่วนเรื่องกระบวนการสอบเรื่องวินัยร้ายแรงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ทราบความคืบหน้า ยังรอรับรายงานอย่างเป็นทางการอยู่ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า กรณีการตรวจสอบข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร.ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น สำนักนายกรัฐมนตรีส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และอยู่ระหว่างการรับฟังข้อเท็จจริงจากทั้งฝ่ายตัวแทนของ ตร. และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า การพิจารณาเรื่องนี้จะแล้วเสร็จเมื่อไหร่อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่