ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ดร.มาญิด บิน อับดุลเลาะฮ์ อัลกอเศาะบี (H.E. Dr. Majed Bin Abdullah Alkassabi) รมว.พาณิชย์ซาอุดีอาระเบีย พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนโดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ผลการเยือนซาอุดีอาระเบียของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน ต.ค.2566 ที่ได้เห็นถึงโอกาสความร่วมมือด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกอบการไทยกับภาคเอกชนของซาอุดีอาระเบีย สธ.จึงใช้โอกาสนี้ผลักดันนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ประกาศให้ซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถเข้ามารับการรักษาพร้อมผู้ติดตาม ไม่เกิน 4 คน ได้รับยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 90 วัน และได้เชิญชวนชาวซาอุดีอาระเบียมารับการรักษาพยาบาลและท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งต้องขอบคุณซาอุดีอาระเบียที่ได้เพิ่มประเทศไทยเป็นประเทศปลายทาง ที่จะส่งผู้ป่วยชาวซาอุดีอาระเบียมารับการรักษา โดยตนพร้อมให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างสองประเทศให้มีความเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ขณะที่ ดร.มาญิด บิน อับดุลเลาะฮ์ อัลกอเศาะบี กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียมองว่า ไทยมีความสำคัญ เป็นยุทธศาสตร์สำหรับซาอุดีอาระเบีย ที่ต้องพัฒนาเศรษฐกิจและความร่วมมือในอนาคต โดยปัจจุบันซาอุดีอาระเบีย เน้นการพัฒนาด้านสาธารณสุข เพราะมีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ จึงพยายามส่งเสริมด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเดินทางไปลงทุนเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขได้ ซึ่งตลาดยาในซาอุดีอาระเบีย มีมูลค่าสูงถึง 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบีย ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงอยากมาดูการพัฒนาของไทย เพราะมีประสบการณ์ด้านนี้มาอย่างยาวนาน เพื่อนำไปพัฒนาปรับใช้ในซาอุดีอาระเบียต่อไป.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่