สาวห้างดังย่านสำโรงหวิดสังเวยชีวิต ขึ้นบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเคหะสมุทรปราการ จะไปทำงาน เจอชายยืนช่วยตัวเองกลางวันแสกๆ คนร้ายปรี่เข้าล็อกคอลวนลามจับตัวกดลงกับพื้นพยายามข่มขืน ตะโกนร้องเสียงดังลั่นแต่ไม่มีใครมาช่วย ทั้งที่อยู่ห่างจุดตรวจ รปภ.ไม่กี่เมตร โชคดีมีคนเดินผ่านมา ไอ้หื่นรีบคว้ากระเป๋าเหยื่อวิ่งไปขี่รถ จยย.หลบหนี ตกบ่ายตำรวจถือหมายศาลเข้าตะครุบตัวคาบ้าน อ้างทำไปไม่รู้ตัว รับเพิ่งเสพยากล่อมประสาท ซดน้ำต้มใบกระท่อมและดูดกัญชาจนเมาปลิ้นล็อกทันควันไอ้หื่นพยายามข่มขืนสาวบนบีทีเอส สารภาพเพิ่งเสพมาเต็มคราบ เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 7 พ.ค. พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ และฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายสุทัศน์ หรืออาร์ม ช่วยรอด อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 408/2567 ลงวันที่ 7 พ.ค. 2567 ข้อหา “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายกระทำต่อหน้าธารกำนัล, กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยกระทำการลามกอย่างอื่น, ทำร้ายร่างกาย, ลักทรัพย์” ของกลางโทรศัพท์มือถือ เงินสด 1,050 บาท และกระเป๋าสะพายข้างสีเทา จับได้หน้าบ้านเลขที่ 970 หมู่ 6 ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการพ.ต.อ.นพดลกล่าวว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา น.ส.แต้ว (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พนักงานขายเครื่องสำอาง เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าขณะขึ้นบันไดเลื่อน สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส การเคหะสมุทรปราการ ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อไปทำงานที่ห้างฯย่านสำโรง พบเห็นนายสุทัศน์ ผู้ต้องหา ยืนสำเร็จความใคร่อยู่ทางเดินสถานี เมื่อนายสุทัศน์หันมาเห็นผู้เสียหายได้ปรี่เข้าล็อกคอกดลงกับพื้น กอดจูบและพยายามถอดเสื้อผ้าออก ผู้เสียหายขัดขืนร้องขอความช่วยเหลือ นายสุทัศน์ใช้มือชกใบหน้าหลายครั้ง กระทั่งมีคนเดินมาเห็น ผู้ต้องหารีบวิ่งลงบันไดเลื่อน แล้วขี่รถ จยย.ที่จอดอยู่ใต้สถานีหลบหนี พร้อมทรัพย์สินของผู้เสียหายพ.ต.อ.นพดลกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน เช็กกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุที่บันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้ชัดเจน ทราบว่าผู้ก่อเหตุมีบ้านอยู่ไม่ไกล รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับและเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุพบมีประวัติคดีลักทรัพย์มา 2 ครั้ง เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สอบปากคำยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างทำลงไปเพราะเมายากล่อมประสาท (โรเช่) ที่เพิ่งเสพมานายสุทัศน์ผู้ต้องหาที่ยังมีอาการคล้ายคนเมาให้การว่า เป็นพนักงานร้านยางรถยนต์ ก่อนเกิดเหตุกินยาโรเช่ไปหลายเม็ด รวมทั้งน้ำต้มใบกระท่อม และเสพกัญญาร่วมด้วย ทำให้มึนเมาและมีอาการเบลอ จากนั้นขี่รถ จยย.ไปจอดใต้สถานีรถไฟฟ้า และขึ้นไปยืนสำเร็จความใคร่บนทางเดินสถานีเพราะเกิดอารมณ์ทางเพศ ระหว่างนั้นเห็นผู้เสียหายเดินมาพอดี เข้าไปกอดและพยายามจะข่มขืน ทำไปโดยไม่รู้ตัวด้าน น.ส.แต้ว ผู้เสียหายกล่าวว่า วันนี้ขณะขึ้นบันไดเลื่อนไปบนสถานีบีทีเอส เห็นผู้ก่อเหตุยืนช่วยตัวเองอยู่ ตนทำใจดีสู้เสือรีบเดินผ่าน แต่คนร้ายเข้ามาประชิดตัวล็อกคอลวนลามกอดหอมแก้ม ตนต่อสู้ขัดขืนตะโกนให้คนช่วย คนร้ายจับตนนอนคว่ำจะถอดกางเกง ตนร้องเสียงดังขึ้นแต่ถูกคนร้ายชกต่อยใบหน้า พร้อมขู่จะชักมีดขึ้นมาแทงให้ตาย จังหวะนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นบันไดบีทีเอสมาพอดี คนร้ายตกใจปล่อยตนแล้วหันไปคว้ากระเป๋าสะพาย ภายในมีเงินสด 1 พันบาทเศษและโทรศัพท์มือถือวิ่งหนีไปผู้เสียหายกล่าวอีกว่า บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ห่างจุดตรวจไม่กี่เมตร รปภ.บอกว่าก่อนหน้านี้มีผู้หญิงมาแจ้งว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน แต่ยังไม่มีใครมาจัดการ ตนเคยมองว่าสถานีบีทีเอสเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่ตรงที่ตนถูกกระทำเป็นจุดที่มีคนพลุกพล่าน อยู่ห่างจากจุดขายบัตรไม่ไกล แล้วเป็นกลางวันด้วย ถ้าเป็นกลางคืนไม่รู้จะเป็นอย่างไร อยากให้ผู้บริหารบีทีเอสลงมากวดขัน วางมาตรการแก้ไขป้องกันเหตุให้เข้มงวดรัดกุมมากกว่านี้ด้านนางต๋อย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี แม่ของผู้เสียหายกล่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวมาก มองว่าบีทีเอสไม่ปลอดภัย อยากให้รับผิดชอบมากกว่านี้ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าคนร้ายมีอาวุธ ลูกตนคงไม่รอดเพราะลูกตนร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลืออ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่