ที่กรมควบคุมโรค แถลงข่าว “อยู่อย่างไร ให้ห่างไกลโรค” ปี 2567 พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค โฆษกกรมควบคุมโรคกล่าวว่า 3 โรคที่คาดการณ์ยังระบาดในประเทศไทยคือโรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 และโรคไข้เลือดออก โดยไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่ต้นปี 2567 พบผู้ป่วยสูงกว่าปี 2566 กลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นเด็กต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะเด็กใน ร.ร.5-9 ปีพบสูงสุด แต่เป็นได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วยสะสมกว่า 1 แสนคน เสียชีวิต 5 คน ส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตเป็นผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ผู้มีปัจจัยเสี่ยง เด็กเล็ก ควรเข้ารับบริการวัคซีนซึ่งให้บริการฟรี ส่วนการระบาดเป็นกลุ่มก้อนปีนี้ยังพบระบาดในเรือนจำ ส่วน ร.ร. ก็ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด สำหรับไข้เลือดออก ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 2 หมื่นกว่าคน เสียชีวิตสะสม 27 คน โดยเสียชีวิตทุกสัปดาห์ อุบัติการณ์โรคยังสูง ซึ่งเป็นได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่พบมากในกลุ่มเด็กวัยเรียน 5-14 ปี วัยผู้ใหญ่พบน้อยแต่พบมากขึ้น และเสียชีวิตมากกว่าในวัยเด็ก ในผู้เสียชีวิตสะสม 27 คนเป็นผู้ใหญ่ถึง 20 คน ปัจจัยเสี่ยงคือไปโรงพยาบาลช้า ในผู้ใหญ่พบมีโรคประจำตัวร่วมด้วย แนะนำให้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หากสงสัยป่วยเช่นมีอาการไข้สูงลอย คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง มีผื่น มีจุดเลือดที่ลำตัว ให้รีบพบแพทย์ อย่าซื้อยารับประทานเอง ส่วนโรคโควิด-19 ยังเป็นโรคที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว แนะนำให้รับวัคซีน ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วยแล้วกว่า 6,238 คน เสียชีวิตสะสม 60 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 608 ไม่ได้รับวัคซีนหรือรับไม่ครบพญ.จุไรกล่าวเพิ่มเติมว่า โรคติดต่อสำคัญที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ 1.โรคหัด ปีนี้พบผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี มีรายงานผู้ป่วยสงสัย 503 คน ผลยืนยันโรคหัด 214 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็ก 1-4 ปี แนะนำผู้ปกครองพาเด็กเล็กเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคหัดให้ครบตามกำหนด 2.โรคไอกรน ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 7 คน ส่วนใหญ่เป็นในเด็กเล็ก จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แนะนำพาบุตรหลานรับวัคซีนตามกำหนด 3.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วยแล้ว 101 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30-39 ปี โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์หากมีอาการไข้ ตาแดง ผื่นให้รีบพบแพทย์ และ 4.วัณโรค ยังเป็นโรคติดต่ออันตราย ปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ถึง 111,000 คน แนะนำกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยหรือไอติดต่อเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่