เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบาย “ดิจิทัลสุขภาพ” ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคน สธ.จึงมีนโยบายในการพัฒนาเข้าสู่การเป็นระบบสุขภาพดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ที่ผ่านมายังไม่มีโครงสร้างแยกออกมาอย่างชัดเจน ขณะที่แนวโน้มด้านเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ กำลังขยายตัว ประกอบกับนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ จำเป็นต้องมีระบบดิจิทัลมารองรับการทำงานให้ครอบคลุมมากขึ้น จากการประชุมผู้บริหาร สธ.ที่ผ่านมา เห็นควรให้จัดตั้งกลุ่มภารกิจ/กลุ่มงานดิจิทัลทางการแพทย์และสุขภาพของโรงพยาบาลทุกระดับ ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานเขตสุขภาพขึ้น โดยมอบหมายให้กองบริหารทรัพยากรบุคคล และสำนักสุขภาพดิจิทัล ของสำนักงานปลัดกระทรวงฯดูแลเรื่องนี้นพ.โอภาสกล่าวด้วยว่า จริงๆช่วงโควิด-19 เราได้ ใช้ระบบสุขภาพดิจิทัลมาตลอด ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ที่ผ่านมาคิดว่าการใช้เทเลเมดิซีนจะเหมาะสมกับการให้บริการประชาชนพื้นที่ห่างไกล แต่จากโควิด-19 ทำให้ทราบว่า คนในเขตเมืองก็หันมาใช้เทคโนโลยีกันมาก เพราะมีความสะดวก เช่น การรับยาใกล้บ้าน ส่วนข้อมูลก็จะผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมด ที่สำคัญการใช้เทคโนโลยีมาช่วย ยังทำให้บุคลากรสะดวกมากขึ้น หมออยู่ที่ไหนก็ได้ สามารถติดต่อสื่อสารคนไข้ได้ตลอดได้ทุกที่.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่