เปิดภาพลับองค์กรทมิฬ เกณฑ์รุ่นน้องฝึกยุทธวิธีในเซฟเฮาส์ถ่ายทอดประสบการณ์ไล่ฆ่าเด็กช่างฝั่งตรงข้าม เชื่อมีเงินยาเสพติดและค้ารถหนีไฟแนนซ์ข้ามชาติหนุน ส่วนเรื่องคดีชุดสืบสวนเร่งล่า “ไอ้วิน-ไอ้เลาะ-ไอ้วุฒิ” 3 ผู้ต้องหาที่เหลือตามหมายจับยิงครูเจี๊ยบ ล่าสุดพบเบาะแสที่บางไทร จุดพ่นเปลี่ยนสีรถ จยย.หมวกกันน็อก รองเท้าหลบหนีตำรวจ แฉอีก 1 ใน 9 สมาชิกองค์กรร้ายที่ถูกจับเคยถูกจับคดียิงถล่มงานแต่งศิษย์เก่าอุเทนฯปี 65 แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ขณะที่เพื่อนผู้ต้องหาโวยลั่นตำรวจจับแพะ อ้างภาพวงจรปิดไม่เห็นหน้าคนก่อเหตุ คดียิง นศ.เทคนิคดุสิต ตำรวจคุม 2 ผู้ต้องหาทำแผน คนแห่รุมด่ายังปากดีอ้างเขาแทงผมก่อน นำตัวฝากขังไร้คนประกันนอนเรือนจำ “ศุภมาส” เผยไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำรอย ออกปากจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุดจากปฏิบัติการล่าปิดเมืองของตำรวจสืบสวนนครบาล กวาดจับวัยรุ่นอดีตช่างกลไล่ทำร้ายคู่อริ นศ. มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นศ.ชั้นปี 1 ไปเสียชีวิตที่ รพ. แต่ที่สังคมรับไม่ได้จนตำรวจต้องออกมากวาดล้างจริงจังเพราะมีลูกหลงไปถูก น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ระดับชั้น ม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ที่เดินผ่านมาพอดีเสียชีวิต เหตุเกิดหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาคลองเตย ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. เมื่อเช้าวันที่ 11 พ.ย. พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ออกหมายจับทั้งหมด 5 คน ปฏิบัติการครั้งนี้ตำรวจจับกุมได้ 8 คน มีนายวรงชัย หรือนนท์ กัณฑ์ศรี อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลอาญาใต้ เป็น 1 ในแก๊งยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอดเสียชีวิต และยังจับกุมนายพฤฒิพล หรือเอย ราชญาณ อายุ 22 ปี ตามหมายจับคดียิง นศ.อุเทนฯเสียชีวิตหน้าคณะเภสัชฯจุฬาเมื่อกลางเดือน ม.ค.ปี 66 ทำหน้าที่ขี่ จยย.ส่วนอีก 6 คนโดนข้อหาร่วมกัน สมคบกันตั้งแต่ 5 คน กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 หรือซ่องโจร ขณะที่ตำรวจระบุไม่ใช่เป็นเหตุนักศึกษาไล่ยิงกันธรรมดาแต่เป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีกองทุนสีเทาสนับสนุนควานหา จยย.ยิงครูเจี๊ยบตำรวจยังขยายผลล้างเครือข่ายองค์กรทมิฬ โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 พ.ย. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 นำกำลังแบ่งชุดติดตามค้นหาตรวจสอบคนร้ายและจยย.คันก่อเหตุยิง น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ อายุ 45 ปี และนายธนสรณ์ หรือน้องหยอด อายุ 19 ปีเสียชีวิตหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด สาขาคลองเตย หลังแกะรอยไปถึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนภาพจากวงจรปิดหายไป ได้ประกาศสืบจับคนร้ายและระบุตำหนิรูปพรรณรถ จยย.ไว้บริเวณโคกช้าง อ.ไทรน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบจุดอำพรางที่บางไทรมีรายงานว่าหลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. ร.ต.ท.ภัทรพล ดวงหิรัญ รอง สว.กก.3 บก.สส.บช.น.นำกำลังไล่กล้องติดตาม จยย.คนร้ายถึง ต.โคกช้าง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ภาพคนร้ายหายไป ได้ตรวจสอบโดยรอบพบเป็นป่าหญ้ารกร้าง แต่มีบริเวณหักกิ่งหญ้ามีจุดพ่นสีตกอยู่ทั้งสีแดงและสีน้ำเงิน มีร่องรอยสีติดใบหญ้าและดิน ประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บพยานหลักฐานที่พบเพื่อเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการดำเนินคดี ประกอบกับเมื่อวันที่ 22 พ.ย.66 ชุดสืบสวนนครบาลบุกทลายองค์กรอาชญากรรมจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน วิเคราะห์พยานหลักฐานจุดพ่นสีดังกล่าวสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากการตรวจค้นเซฟเฮาส์ของกลุ่มผู้ต้องหาในซอยวงศ์สว่าง 19เปลี่ยนสี จยย.-หมวกกันน็อกพฤติการณ์กลุ่มคนร้าย หลังก่อเหตุยิงครูเจี๊ยบ และน้องหยอด คนร้ายทั้งคู่ขี่ จยย.หลบหนีไปในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าซอยแห่งหนึ่งที่กล้องวงจรปิดบันทึกได้ก่อนขยายผลตรวจสอบจนทราบว่าเป็นจุดที่คนร้ายพ่นสีรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน รวมทั้งพ่นสีรองเท้าและหมวกกันน็อกด้วยสีแดงเพื่ออำพรางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อนหลบหนีหายไป ฝ่ายสืบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์ หลักฐานได้ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเรียบร้อย อยู่ระหว่างขยายผลหาเส้นทางหลบหนี“ผู้การจ๋อ” เร่งล่าทีมฆ่าครูเจี๊ยบพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร เร่งไล่ล่าบุคคลตามหมายจับอีก 3 ราย ของพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เป็นมือปืน คนขี่ จยย.และผู้พาหลบหนี นอกจากนี้ให้ขยายผลตรวจสอบว่ามีบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับการร่วมก่อเหตุหรือร่วมกันซ่องสุมกันเป็นลักษณะองค์กรอาชญากรรมอีกหรือไม่ หากพบว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องในด้านใดด้านหนึ่ง จะให้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีทั้งหมด“ไอ้วิน” มือยิง-ไอ้เลาะขี่ จยย.มีรายงานว่า หลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียิงครูเจี๊ยบและน้องหยอดได้แล้ว 2 คน คือ นายวรงชัย หรือไอ้นนท์ และนายธนภัทร หรือดิว พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ได้จัดกำลังติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คนคืิอ “ไอ้วิน” มือยิง ไอ้เลาะคนขี่รถ จยย.พาผู้ต้องหาหลบหนี และไอ้วุฒิ คนร่วมสนับสนุนวางแผนก่อเหตุคุมแก๊งทมิฬส่งโรงพักเกิดเหตุในส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า 8 คน เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 22 พ.ย. ชุดสืบสวนนครบาลควบคุมตัวผู้ต้องหา 6 คน คือ นายวุฒิพงษ์ ผลคำ อายุ 25 ปี นายสัญปกรณ์ พรรณานนทศักดิ์ อายุ 24 ปี นายสหัสวรรษ ภักดีนอก อายุ 23 ปี นายจิรายุส สุวรรณศุภ อายุ 23 ปี นายธนากร พันทองคำ อายุ 22 ปี และนายอภิเดช นาคประกอบ อายุ21 ปี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆส่วนนายพฤฒิพล หรือเอย ราชญาณ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาคดียิง นศ.อุเทนฯเสียชีวิตหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ลง 13 ก.พ.66 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, ร่วมกันยิงปืน (ซึ่งใช้ดินระเบิด) โดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน นำตัวส่ง สน.ปทุมวัน และนายวรงชัย กัณฑ์ศรี อายุ 20 ปี (คดียิงครูเจี๊ยบ-น้องหยอด) ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1072/2566 ลง 22 พ.ย.66 ข้อหา “ซ่องโจร” เช่นกัน ถูกนำตัวส่ง สน.ทุ่งมหาเมฆ ไปก่อนหน้านี้แล้วเค้น “ไอ้เอย” 10 ชม. ยังปากแข็งสำหรับนายพฤฒิพล หรือเอย ราชญาณ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาคดียิง นศ.อุเทนฯเสียชีวิตหน้าจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลง 13 ก.พ.66 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ร่วมกันยิงปืน (ซึ่งใช้ดินระเบิด) โดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ตำรวจ บก.สส.บช.น.หลังจากจับได้สอบสวนเค้นนานกว่า 10 ชม. ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ถูกนำตัว ส่ง สน.ปทุมวัน พื้นที่เกิดเหตุเมื่อค่ำวันที่ 22 พ.ย.“ไอ้ดิว” ถูกจับถึงช็อกมีรายงานว่า พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส. บช.น. นำกำลังจับกุมนายธนภัทร หรือดิว เกตุชาติ อายุ 23 ปี ที่อยู่ 117/19 ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 22 พ.ย.66 ในคดียิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด และเป็นผู้ต้องหาสถาบันคู่อริ นศ.อุเทนฯเป็นรายที่ 9 กล่าวหาว่า ร่วมกัน สมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่บัญญัติไว้ตามภาค 2 นี้ จับได้หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ ถนนติวานนท์ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขณะจับกุมผู้ต้องหาเกิดช็อกหมดสติเพราะโรคประจำตัว ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลรักษาตัว เพื่อนโวยตำรวจจับแพะต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ มีชายวัยรุ่น 1 ราย อายุ 22 ปี ไม่เปิดเผยชื่อนามสกุล อ้างว่าเป็นเพื่อนเรียนวิศวะสมัยปี 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันกับกลุ่มผู้ต้องหา ตอนนี้อยู่ต่างสถาบัน ติดต่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาทั้งหมดโดยเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการจับแพะ ขอให้ไปพิสูจน์ในชั้นศาล เชื่อมั่นกลุ่มเพื่อนตนไม่ได้ทำจากที่ได้พูดคุยเพื่อนๆบอกว่าไม่ได้ทำแต่เป็นแพะไม่ได้กังวลเรื่องคดีเพราะไม่ได้ทำ แต่ได้ดูกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่กันตามสื่อไม่เห็นหน้าคนก่อเหตุ ไม่สามารถไปกล่าวหาใครได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ไม่อยากให้ตำรวจกล่าวหาใครมั่วๆ นอกจากนี้ยังมีพ่อแม่ผู้ต้องหา 2 คนมาเยี่ยมด้วยแต่ไม่ให้สัมภาษณ์ หลังหมดเวลาเยี่ยม พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ นำกำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนออกมาสอบสวนแยกกันสอบที่ห้องพนักงานสอบสวนชั้น 3 ผู้ต้องหาทุกคนปฏิเสธไม่ยอมให้สัมภาษณ์แฉ 1 ใน 9 พันคดีฆ่าศิษย์เก่าอุเทนมีรายงานอีกว่า 1 ใน 9 ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้คือนายสหัสวรรษ ภักดีนอก อายุ 23 ปี เคยถูกจับกุม และเป็น 1 ในกลุ่มผู้ต้องหากรณีคนร้าย 6 คนใช้รถ จยย. 3 คัน ยิงถล่มงานแต่งงาน เจ้าบ่าวศิษย์เก่าอุเทนถวายทำให้นายณัฐวุฒิ พินิจใหม่ เสียชีวิต มีผู้ร่วมงานบาดเจ็บ 4 คน เหตุเกิดซอยสุทธิพงศ์ 1/1 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. เมื่อวันที่ 14 ส.ค.65 พื้นที่ สน.สุทธิสาร นายสหัสวรรษถูกจับกุม อัยการสั่งไม่ฟ้องถูกปล่อยตัวไลน์ทมิฬเฮหลังดับ “น้องหยอด”อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือนายพฤฒิพล หรือเอย ราชญาณ อายุ 22 ปี มีการตั้งไลน์กลุ่มชื่อปทุมวัน 890 มีสมาชิก 103 คน มีแชตไลน์ข้อความเวรเฝ้า บูม คิม บิ๊ก นายโบ๊ต และแสดงความยินดี ภายหลังสมาชิกในแก๊งยิงครูเจี๊ยบ น้องหยอด ประมาณ 4 ชั่วโมง พี่ขอแสดงความยินดีกับน้อง ช.ก.90 ที่พาน้อง ช.ก.91 ไปเกิดได้สมศักดิ์ศรีช่างกลปทุมวัน มีการกดอีโมจิจำนวนมาก ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นสมาชิกกลุ่มไลน์นี้ด้วยเชื่อเงินเทามาจากยานรกสำหรับการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ครั้งนี้ มีอดีตศิษย์เก่าที่ถูกให้ออก คนนอก และเด็กในสถาบันคู่อริตรงข้าม นศ.อุเทนถวาย เข้ามารวมตัวอยู่ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อวางแผนก่อเหตุเก็บเด็กช่างกล มีเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มเตรียมไว้ใช้ในการจัดซื้ออาวุธปืน รถ จยย.และอุปกรณ์นำมาใช้ก่อเหตุ ตรวจสอบพบว่าเงินทุนที่นำมาใช้ได้คาดว่ามาจากกลุ่มคนนอกบางส่วนที่มีพัวพันเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติด และนำรถ จยย.ติดไฟแนนซ์ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ชุดสืบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับเครือข่ายที่มาเกี่ยวข้อง เพื่อตัดเส้นทางในการเข้ามาก่อเหตุผงะภาพลับนั่งประชุมเซฟเฮาส์ล่าสุดมีบุคคลมอบภาพการฝึกของกลุ่มองค์กรอาชญากรรมทมิฬในสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นเซฟเฮาส์ในซอยวงศ์สว่าง 19 ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลักษณะเป็นห้อง มีการนำรุ่นน้องมาฝึกยุทธวิธีต่างๆในการทำร้ายสังหารคู่อริ การสังเกตคู่อริ การต่อสู้ การหลบหนี การอำพรางตบตาตำรวจ พร้อมปลูกฝังความเกลียดชังสถาบันคู่อริ โดยภาพหลักฐานดังกล่าว สอดคล้องตรงกับหลักฐานภายในเซฟเฮาส์ และหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาบางคนที่พัวพันกับคดีคนร้ายก่อเหตุยิงน้องหยอด อายุ 19 ปี เสียชีวิต และกระสุนลูกหลงโดนครูเจี๊ยบ เสียชีวิตในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เป็นภาพการนั่งประชุมภายในเซฟเฮาส์ มีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนนั่งฟังหัวหน้า บริเวณชั้นล่างมีการนำถุงพลาสติกสีดำมาปิดทับที่กระจกประตูเข้าออก และกระจกหน้าต่างด้านข้าง มองเห็นรถจักรยานยนต์สีแดงคันหนึ่ง จอดอยู่บริเวณข้างบ้าน โดยบุคคลที่รับรู้เรื่องของภาพนี้ให้ข้อมูลว่า เป็นการรับน้องทำกิจกรรมแบบลับๆ รุ่นพี่สั่งรุ่นน้องให้ทำตามระบบ หรือเป็นการประชุมเพื่อจะทำภารกิจบางอย่างถ่ายทอดประสบการณ์ฆ่ามีข้อมูลด้วยว่า กลุ่มผู้ต้องหาส่วนมากที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เพิ่งเข้ามารับการฝึกฝนถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพี่ (ระดับอนุบาล) เนื่องจากตำรวจจับกุมผู้ที่มีประสบการณ์เคยร่วมก่อเหตุในคดีดังก่อนหน้านี้มาแล้ว (ระดับมัธยม ในคดียิงหน้าคณะเภสัช จุฬาลงกรณ์) รวมถึงยังมีบางรายที่เรียนรู้ผ่านพ้นขั้นแรกและออกไปดูงานมาแล้วหนึ่งครั้ง (ระดับประถม คือ การไปสังเกตการยิงในงานแต่งศิษย์เก่าอุเทน พื้นที่ สน.สุทธิสาร) จากภาพดังกล่าว ทุกคนจะถอดเสื้อ สะพายกระเป๋าสวมกางเกงสีดำ การแต่งกายเหมือนกันทุกคน มีรุ่นพี่ฝึกนั่งอยู่บนเก้าอี้ ที่ด้านหลังจะแขวนเสื้อช็อปของสถาบันช่างกลไว้เป็นสัญลักษณ์แม่อึ้งเห็นรูปลูกที่ตายอยู่ในเซฟเย็นวันเดียวกัน ที่บ้านนาป่าหนาด ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย นางอุไรวรรณ ผิววัน อายุ 46 ปี แม่นายศตวรรษ หรือน้องภูมิ รอบรู้ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 เม.ย.66 เผยว่า แม้จะผ่านมานานกว่า 7 เดือน ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไป เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เพิ่งทำบุญ 100 วันให้กับน้องภูมิ เมื่อคืนได้ดูข่าวเจ้าหน้าที่บุกค้นที่พัก 8 ผู้ต้องสงสัย มีภาพถ่ายลูกชายอยู่ในห้องลักษณะเหมือนบูชารูปถ่ายเพื่อจะตามล้างแค้นคู่อริ ตอนแรกยังไม่แน่ชัดจนลูกสาวคนโตโทรศัพท์มายืนยันตกใจมาก ไม่รู้ว่าเพื่อนๆของลูกทำแบบนี้ ไม่อยากให้เพื่อนลูกทำแบบนี้ อยากให้นึกถึงครอบครัวที่ต้องสูญเสียเหมือนกับครอบครัวตน เพราะพ่อแม่ต้องทำใจยากลำบากและเสียใจไม่แพ้เหมือนเช่นตน ไม่อยากจะให้เพื่อนๆของลูกต้องมาล้างแค้นแทน อยากให้ทุกคนตั้งใจเรียนและห่วงพ่อแม่และครอบครัวที่ต้องสูญเสีย อยากให้คดีลูกชายเป็นคดีสุดท้ายไม่อยากให้เพื่อนลูกชายที่ตนรักเหมือนลูกต้องมาเจอเหมือนลูกชายตน ส่วนเรื่องคดีของลูกชายผ่านมา 7 เดือนแล้ว ตำรวจยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ อยากให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด อยากเห็นหน้าคนที่ทำร้ายลูกชายตน อยากจะถามคนร้ายว่าทำได้อย่างไรทำไมจิตใจถึงได้โหดร้ายแบบนี้เยียวยาครูเจี๊ยบ 2 แสนวันเดียวกัน นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้ม ครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงการเยียวยา น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แจ้งสิทธิให้แก่ครอบครัวทราบพร้อมรับคำขอการช่วยเหลือเยียวยาตั้งแต่วันเกิดเหตุ และเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ได้ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำ เลยในคดีอาญา กรุงเทพมหานคร คณะที่ 3 มีนางสุจิตรา แก้วไกร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธาน ที่ประชุมอนุมัติให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทครูเจี๊ยบ 200,000 บาท ประกอบด้วย ค่าตอบแทนกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย 100,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท และค่าเสียหายอื่น 40,000 บาท เป็นการคุ้มครองสิทธิเบื้องต้นให้แก่ผู้เสียหายในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559) ให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากลสำหรับกรณีนายธนสรณ์ หรือน้องหยอด ผู้เสียหายอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมได้ไปแจ้งสิทธิและรับคำขอจากทายาทผู้เสียหายแล้ว และจะนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป คุมไอ้ยีน-ไอ้อ๊อฟทำแผนฆ่า นศ.ดุสิตส่วนกรณีนายพงศ์ภีระ สุขโคตร อายุ 16 ปี หรือภู่ นศ.ปวช.ปี 2 แผนกก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ถูก 3 คนร้ายขี่รถ จยย.2 คนลงมารุมทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ระหว่างเดินทางมาเรียน เหตุเกิดบนถนนระนอง 2 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ย.66 เจ้าหน้าที่จับกุมนายอัครพล ศิริเมฆานนท์ อายุ 22 ปี หรือยีน ไทรน้อย มือปืน และนายธนากร จันทร์ดาแดง อายุ 18 ปี หรืออ๊อฟ อดีตนักศึกษาเทคนิคแห่งหนึ่งย่านจรัญสนิทวงศ์ 2 ใน 3 ผู้ต้องหา โดยช่วงสายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สน.ดุสิต ควบคุมนายอัครพลและนายธนากร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณฟุตปาท ถนนระนอง 2 ตำรวจต้องจัดชุดดูแลความปลอดภัย ป้องกันกลุ่มคู่อริแก้แค้นชาวบ้านรุมด่าไม่นึกถึงพ่อแม่ระหว่างทำแผน มีประชาชนมามุงดูตะโกนด้วยความไม่พอใจ ด้านนางจันทนา แพ่งแสง ประธานชุมชนระนองกลาง กล่าวว่า อยากถามผู้ก่อเหตุ ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมไม่นึกว่าถ้าตัวเองเป็นคนโดนยิง พ่อแม่จะคิดอย่างไร น่าจะคิดถึงหัวอกพ่อแม่มากๆ มองว่าการกระทำของผู้ก่อเหตุเป็นการล่าแต้ม อยากบอกว่าทุกสถาบันการศึกษาดีหมด ไม่ว่าจะเป็นอาชีวะหรือเทคนิค มันไม่มีคำว่านักเรียนนักเลง แต่บางครั้งการที่น้อง (ผู้เสียชีวิต) พกมีด ก็ต้องป้องกันตัว เพราะมันเจอแบบกรณีนี้ อยากบอกว่าก่อนที่คุณจะทำเขาทำไมไม่นึกถึงพ่อแม่คุณด้วย ไม่ใช่พ่อแม่เขาอย่างเดียว คิดว่าวิญญาณน้องภู่คงจะพาตำรวจไปจับได้หมดยังปากดี-เขาแทงผมก่อนต่อมาเวลา 10.30 น.พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ควบคุมนายอัครพลและนายธนากร หรืออ๊อฟ อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงนายพงศ์ภีระ หรือ น้องภู่ อายุ 16 ปี นักศึกษา ปวช. ชั้นปีที่ 2วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ขึ้นรถตู้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอ๊อฟว่าวันดังกล่าวเกิดอะไรขึ้น นายอ๊อฟบอกว่า “ผมถูกแทง เขาแทงผมก่อน เพื่อนผมเลยยิงออกไป ผมอยากขอโทษแม่” แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นแม่ตนเองหรือแม่ผู้เสียชีวิตเร่งล่าผู้ต้องหาอีกคนขณะที่ พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไปจะนำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ส่วนจะมีการคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพนักงานสอบสวน ญาติของผู้ต้องหาเตรียมตัวที่จะไปประกันตัวในชั้นศาล ได้ให้คำแนะนำไปแล้ว เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุคนที่ 3 อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบและนำไปสู่การให้ศาลพิจารณาออกหมายจับ คาดว่าเร็วๆนี้จะมีความคืบหน้าชัดเจนขึ้นฝากขังไร้คนประกันเข้าซังเตจากนั้นพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา เป็นเวลา 12 วันนับแต่วันที่ 23พ.ย.-4 ธ.ค.66 ท้ายคำร้อง ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวดำเนินคดีในภายหลัง ทั้งการกระทำของผู้ต้องหาเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เป็นความผิดร้ายแรง เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และผู้เสียหายขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนีและไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตฝากขังครั้งแรกได้และนำตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯโดยไม่มีผู้ใดมายื่นประกัน “ผบ.ตร.” ปลื้มนครบาลจับ 2 คดีวันเดียวกัน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เปิดเผยว่า กรณีเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงครูเจี๊ยบ และนายธนสรณ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งเสียชีวิต เหตุเกิดพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย และคดียิงนักศึกษาเทคนิคดุสิต จับกุมได้ 2 ราย จาก 3 ราย ว่า ชื่นชมการทำงานของ ผบช.น. ชุดสืบสวน บช.น.,ตำรวจ บก.น.5, ตำรวจ บก.น.1 รวมทั้งส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ใช้ความเป็นนักสืบมือ อาชีพจับกุมคนร้ายเรียกความเชื่อมั่นให้สังคมได้ โดยเฉพาะกลุ่มแก๊งอาชญากรที่ยิงครูเจี๊ยบเป็นกลุ่มอาชญากรที่วางแผนการทำงาน แบ่งหน้าที่ชัดเจน ใช้ป้ายทะเบียนปลอม เปลี่ยนสีรถ เปลี่ยนเสื้อผ้าตบตาเจ้าหน้าที่หลายประเด็น แต่ชุดสืบสวนทุ่มเทความสามารถ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพจนติดตามจับกุมคืนความเป็นธรรมผู้เสียหายได้ กลุ่มคนร้ายน่าจะยังเชื่อมโยงอีกหลายคดี สั่งให้สืบสวนขยายผลต่อไปทุกมิติ ขุดรากถอนโคนหากพบเกี่ยวข้องกับใครให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ย้ำทุกหน่วยทั่วประเทศเพิ่มความเข้มบูรณาการทุกภาคส่วนในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท ความขัดแย้งของสถาบันเพื่อให้แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เห็นผลชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน สังคมต่อไปนายกฯขอฟังปัญหาก่อนส่วนความเคลื่อนไหวทางด้านการเมือง เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกันที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เผยถึงกรณีปัญหานักเรียนอาชีวะที่รวมกลุ่มคล้ายเป็นองค์กรอาชญากรรม ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหายกพวกทะเลาะวิวาทต่างสถาบันกันเท่านั้นว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ ขอรับฟังปัญหาก่อน“วิโรจน์” ชี้เข้าข่ายภัยความมั่นคงด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเริ่มเข้าข่ายเป็นภัยความมั่นคง เป็นลักษณะคล้ายองค์กรที่มีการจัดหาอาวุธ มีกลุ่มนายทุนสนับสนุน เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนในเชิงลึกต่อไปว่าผู้สนับสนุนเป็นใคร ไม่ใช่แค่การตีกันโดยใช้อาวุธปกติที่หาได้ตามข้างทาง ใช้อาวุธหนักที่ถูกจัดหามาให้ ปัญหาระดับองค์กรอาชญากรรมจำนวนมากมันมีมาเฟียข้ามชาติ กลุ่มทุนสีเทาเข้ามามีอิทธิพล และเป็นหัวขบวนในหลายๆเรื่อง เช่น ล่าสุดมีเรื่องขอทานเข้ามา ตำรวจคงต้องเร่งรัดจัดการในเรื่องนี้ มันกลายเป็นภัยความมั่นคง หาก กอ.รมน.ยังคงมีบทบาทอยู่ ก็ควรเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย “สุทิน กห.” ตำรวจไม่ไหวให้ทหารวันเดียวกัน ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายสุทิน คลังแสง รมว. กลาโหม ให้สัมภาษณ์การแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทว่า มีกลไกระดับล่างที่แก้ไขปัญหากันอยู่ ทั้งระดับกระทรวงและตำรวจ แต่ถ้าเกินกำลัง เชื่อว่าทางทหารอาจจะใช้กลไกในเรื่องของกำลังสำรองหรือนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้ หากเกินกว่ากำลังตำรวจทหารก็รับเหตุได้อยู่แล้ว“ศุภมาส” ลั่นจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุดด้าน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่าปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาเกิดขึ้นบ่อย หลายครั้งส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ประกอบกับขณะนี้ สถาบันการศึกษาเริ่มทยอยเปิดเรียน อว.ไม่อยากให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจจะมีการเลียนแบบก่อเหตุการณ์ขึ้นมาอีก ดังนั้นการหามาตรการป้องกันและป้องปรามเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงจำเป็นเร่งด่วน ในฐานะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลสถาบันการศึกษาและในฐานะแม่ที่มีลูกเข้าใจความสูญเสียที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด เพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่และปลอดภัยอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่