ชุดสืบสวนนครบาลเร่งตรวจ สอบ นศ.สถาบันคู่อริ ที่มีชื่ออยู่ในแบล็กลิสต์ เคยก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ทะเลาะวิวาทและทำร้ายกันด้วยอาวุธ พบผู้อยู่ในข่ายต้องสงสัยประมาณ 20 คน อยู่ระหว่างนำข้อมูลมาประมวล ทั้งรูปพรรณ พฤติกรรม และเสียงสั่งการในที่เกิดเหตุ ร่าง “ครูเจี๊ยบ” ถึงโบสถ์ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ใน จ.สุพรรณบุรี พ่อแม่เห็นโลงถึงกับปล่อยโฮปิ่มว่าจะขาดใจ ประกาศไม่ยกโทษให้มือปืน วอนตำรวจเร่งจับกุมตัวให้ได้ อยากให้ลงโทษสถานหนักสุดถึงประหารชีวิต รมว.ศธ.เร่งตรวจสอบสิทธิที่ครูเจี๊ยบควรจะได้รับ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเบื้องต้นกรณี นศ.สถาบันคู่อริไล่ยิงกลุ่ม นศ.มหาวิทยาลัย ราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย บริเวณธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาคลองเตย ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. ทำให้นายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากัน นอกจากนี้ลูกหลงยังไปถูก น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้น ม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัย คอนแวนต์ ที่เดินผ่านมาพอดีเข้าหน้าผากถึงกับเสียชีวิต กลายเป็นเหตุสะเทือนขวัญ สร้างความเศร้าสลดให้ครอบครัว เพื่อนครู และนักเรียนเป็นอย่างมาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.รีบสั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 และฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เร่งดำเนินการล่าตัวคนร้ายที่คาดว่าเป็น นศ.สถาบันคู่อริที่ผลัดกันก่อเหตุอุกฉกรรจ์ไล่ยิงกันไปมาหลายครั้งอย่างเร่งด่วนความคืบหน้าจาก สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ และฝ่ายสืบสวนร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดี 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ศ.มหาวิทยาลัยตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวายได้รับบาดเจ็บสาหัส และครูโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ถึงกับเสียชีวิต ใช้เวลา 2 ชม. พ.ต.อ.วิทวัฒน์ออกมาเผยว่า วันนี้ประชุมคณะทำงาน สรุปผลการปฏิบัติงานเมื่อวานนี้ ยืนยันว่ามีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง หลังจากนี้จะเร่งรัดการดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.และ ผบช.น. มั่นใจว่าขณะนี้ระดมนักสืบมือดีจากทุกฝ่าย ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจ นครบาล 5 และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อทำคดีนี้ เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าและมีข่าวดีเร็วๆนี้ แต่ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อนผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องรูปพรรณของคนร้ายแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ระบุว่า เท่าที่ได้ก็มีความคืบหน้าแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ อยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานข้อมูลอยู่ โดยเฉพาะเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นเราได้ข้อมูลในระดับหนึ่ง ส่วนประเด็นเรื่องคนร้ายวางแผนมาก่อนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.วิทวัฒน์ตอบว่า เรื่องนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อนถึงจะมีความชัดเจน เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และยังคงให้ความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของความขัดแย้งของสถาบันการศึกษา แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นสถาบันคู่อริที่มีปัญหากันมายาวนานหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบทราบ และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง“แต่จากการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ และเพื่อนคนเจ็บราว 6-7 ปาก เบื้องต้นเพื่อนคนเจ็บยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหากับใคร เพราะเป็นรุ่นน้องปี 1 เพิ่งเข้ามา ส่วนพยานพอให้การเป็นประโยชน์ในเรื่องรูปพรรณสัณฐานได้ แต่อาจยังไม่ชัดเจน เนื่องจากคนร้ายสวมเสื้อแขนยาวและหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจากข้อมูลการสืบสวน ตัวคนร้ายหลบหนีออกนอกพื้นที่หรือยังอยู่ในพื้นที่นั้น พ.ต.อ.วิทวัฒน์ระบุว่า อยู่ในขั้นตอนการสืบสวน รวมถึงประวัติของคนร้ายว่าเคยก่อเหตุในคดีลักษณะนี้มาแล้วหรือไม่มีรายงานด้วยว่า จากการสอบสวนเพื่อนของนายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นศ.มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ผู้ได้รับบาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ข้อมูลว่า สังเกตเห็นคนร้ายขี่รถ จยย. ตามรถเมล์สาย 141 ที่กลุ่มคนเจ็บขึ้นมาตั้งแต่ช่วงถนนพระราม 2 แต่รถ จยย.หายไปตอนรถเมล์ขึ้นทางด่วน เนื่องจากตามขึ้นไปไม่ได้ ทุกคนไม่คิดว่าคนร้ายจะมาดักรออยู่ย่านคลองเตย ทุกวันกลุ่ม น.ศ.ที่บาดเจ็บจะมาลงรถที่คลองเตยเพื่อไปหารุ่นพี่ปี 2 แล้วขึ้นรถเมล์ต่อไปมหาวิทยาลัยพร้อมกัน ทุกคนมั่นใจว่าเป็นฝีมือสถาบันคู่อริอย่างแน่นอน ส่วนอาการของนายธนสรณ์ขณะนี้แพทย์ต้องนำเข้าผ่าตัดเป็นรอบที่ 3 แล้ว แต่อาการยังทรงตัวอยู่โดยมีแม่ เพื่อน และรุ่นพี่คอยเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดมีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนนครบาลกำลังเร่งล่าตัวกลุ่มผู้ต้องหาต่อเนื่องทั้งกลางวันกลางคืน เริ่มตรวจสอบประวัติ นศ.คู่อริที่อยู่ในแบล็กลิสต์ เคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทไปจนถึงลงมือทำร้ายร่างกายกันด้วยอาวุธร้ายแรงมาหลายครั้ง พบผู้มีรูปพรรณ พฤติกรรม และเสียงสั่งการในที่เกิดเหตุเข้าข่ายประมาณ 20 คน อยู่ระหว่างประมวลข้อมูลตัดผู้ที่ไม่เข้าข่ายออก นอกจากนี้ยังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางที่คนร้ายขี่รถ จยย.หลบหนี แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดจึงยังไม่ได้ข้อมูลกลับมาทั้งหมด ต้องรอภาพวงจรปิดอีกหลายจุดถึงจะวิเคราะห์ได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาหลบหนีไปสุดที่จุดไหน และหลบหนีต่อไปยังจุดใด แต่ชุดสืบสวนเชื่อว่า หลังจากได้ข้อมูลมาทั้งหมดจะสามารถระบุตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่นอนที่สถาบันนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เวลา 14.12 น. คณะครูโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปกครอง นำหนังสือรับมอบอำนาจจากครอบครัวของ น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี เดินทางมารับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่โบสถ์พระแม่ประจักษ์แห่งภูเขาคาร์แมล (สองพี่น้อง) อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี บรรยากาศการรับศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนนำร่างครูเจี๊ยบบรรจุโลง ซิสเตอร์นำสวดส่งวิญญาณ พร้อมทั้งประโปรยน้ำมนต์ที่ได้มาจากอ่างพระแม่มารีในโบสถ์ของโรงเรียน ครูหนุ่ย (ไม่เผยชื่อนามสกุลจริง) เพื่อนครูที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้รับมอบอำนาจจากครอบครัวให้เดินทางมารับศพในวันนี้ ระบุว่า วันนี้เวลา 17.00 น. จะมีพิธีสวดโดยบาทหลวงและคณะครูของโรงเรียนจะเดินทางไปร่วมพิธีด้วย ส่วนในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) จะมีพิธีไว้อาลัย และวางดอกไม้แสดงความระลึกถึงครูเจี๊ยบบริเวณหน้าโรงเรียนตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไปที่ศาลาอเนกประสงค์ โบสถ์พระแม่ประจักษ์แห่งภูเขาคาร์แมล (สองพี่น้อง) หมู่ 4 ต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี สถานที่จัดพิธีศพครูเจี๊ยบแบบศาสนาคริสต์ บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด มีนางมณี สินประเสริฐ อายุ 70 ปี มารดา และนายไกรวัลย์ สินประเสริฐ อายุ 75 ปี บิดาครูเจี๊ยบ พร้อมญาติช่วยกันเร่งเตรียมงานรอรับศพครูเจี๊ยบที่จะถูกส่งมาจากกรุงเทพฯ นางมณีเผยว่า ขอวิงวอนให้จับคนร้ายลงโทษ และให้รับโทษอย่างหนักสุดหรือให้ประหารชีวิตไปเลย ตนจะไม่ให้อภัยเด็ดขาด เนื่องจากลูกสาวเป็นคนดี รักครอบครัว ดูแลพ่อแม่เป็นเสาหลักของบ้าน นอกจากลูกสาวแล้วคงไม่มีใครดูแลพ่อแม่ได้ดีแบบนี้อีก วอนให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดด้านนายวสันต์ สังฆรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ต้นตาล เพื่อนของครอบครัวเดินทางมาเตรียมงานด้วยเผยว่า วิงวอนทางการให้ช่วยควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าเก่า เพราะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดมาตลอด ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก ผู้ตายเป็นครูที่ดูแลครอบครัว วอนทางการให้ช่วยดำเนินคดีคนร้ายให้ถึงที่สุดต่อมาเวลา 15.45 น. ร่างของครูเจี๊ยบมาถึงด้วยรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮพ 4819 กรุงเทพมหานคร มาถึงบริเวณอาคารอเนกประสงค์ วัดแม่พระประจักษ์ที่จัดเตรียมตั้งศพ พ่อและแม่เห็นโลงศพลูกสาวถูกหามลงถึงกับร้องไห้โฮปิ่มว่าจะขาดใจ พร่ำบ่นถึงความสูญเสียลูกสาวที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ท่ามกลางบรรดาญาติ เพื่อนครู และนักเรียนต่างอยู่ในอาการเศร้าโศก หลังจากนั้นโลงศพถูกนำไปตั้งเพื่อประกอบทำพิธีศาสนาคริสต์ทำประเพณีต่อไปที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของครูผู้เสียชีวิต เมื่อได้รับรายงานได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เร่งตรวจสอบข้อมูลและสิทธิที่ครูควรจะได้รับ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเบื้องต้น ส่วนผู้กระทำความผิด ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว เพราะทราบว่าครูเป็นลูกกตัญญู ดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ในนาม ศธ.ถือเป็นความสูญเสียครูที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีความตั้งใจอบรมบ่มสอนเด็กๆ และเป็นที่รักของเพื่อนครู นักเรียน และโรงเรียน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่ควรจะเกิดขึ้น กำชับให้ สช.เร่งดำเนินการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของครูโดยเร็ว ทั้งในส่วนของเงินช่วยเหลือจาก สช. เงินทุนเลี้ยงชีพกรณีครูเสียชีวิตจากกองทุนสงเคราะห์ ศธ. พร้อมมอบให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนนำพวงหรีดไปร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจครอบครัว” รมว.ศธ.กล่าวอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่