ราชทัณฑ์เพิ่มค่าหัวล่า “แป้ง นาโหนด” นักโทษแหกโซ่ตรวนเป็น 1 ล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ 1 แสนบาทให้ผู้แจ้งเบาะแส หลังยังกบดานเงียบ รรท.ผบช.ภ.9 มั่นใจมีเครือข่ายในพื้นที่คอยช่วยเหลือ ล่าสุดลูกน้องที่ช่วยขับรถพาหลบหนีออกจากโรงพยาบาลติดต่อมอบตัวอีก 3 ราย ก่อนตามยึดรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุได้อีก 1 คัน ทำให้ตำรวจได้ตัวสมุนแล้ว 6 คน เหลืออีก 1 คนตำรวจยังคงระดมกำลังตามไล่ล่านายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “แป้ง นาโหนด” อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช หลังเจ้าหน้าที่พามารักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แล้วสะเดาะโซ่ตรวนที่ล็อกติดเตียงคนไข้หลบหนีเมื่อคืนวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา มีลูกน้องขับรถกระบะและรถเก๋ง 3 คันไปรับ หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนออกหมายจับสมุนที่ให้ความช่วยเหลือก่อนทยอยนำตัวมาสอบสวน ขณะที่กรมราชทัณฑ์ตั้งเงินรางวัลนำจับนายเชาวลิต 1 แสนบาท ให้กับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ความคืบหน้าการติดตามจับกุมนักโทษอุกฉกรรจ์หลบหนี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.กรมราชทัณฑ์เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับคดีดังกล่าวระบุว่า ตามที่ข.ช.เชาวลิต ทองด้วง ผู้ต้องขังเรือนจำกลางนคร ศรีธรรมราช หลบหนีการควบคุมขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2566 ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายในพื้นที่ประสานความร่วมมือกันในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ หลังเกิดเหตุกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งให้ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชและเจ้าหน้าที่รวม 4 คน มาประจำกรมราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2566 จากนั้นวันที่ 25 ต.ค.2566 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการติดตามจับกุมนักโทษที่หลบหนี ล่าสุดราชทัณฑ์เพิ่มเงินรางวัลนำจับเป็น 1,000,000 บาทในส่วนของการติดตามจับกุมลูกน้องนายเชาวลิตที่ช่วยพานักโทษอุกฉกรรจ์หลบหนี ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมานายจักรี หรือบิ๊ก แป้นน้อย อายุ 41 ปี 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับช่วยเหลือนายเชาวลิตติดต่อตำรวจขอมอบตัว หลังจากช่วงเย็นวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่นำตัว น.ส.วิลาวัลย์ หรือทราย บุญจันทร์ อายุ 31 ปี เมียของนายจักรี ที่ถูกออกหมายจับเช่นกัน คุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ท้องที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่นายจักรี นัดหมายให้ตำรวจไปรับตัวในพื้นที่หมู่ 7 ต.นาโยงใต้ อ.นาโยง จ.ตรัง มี พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จ.พัทลุง พ.ต.ท.วิรัตน์ จีนเมือง หน.ชุด ชปส.ภ.จ.พัทลุง และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ขอให้มาช่วยร่วมคลี่คลายคดีเดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาด้วยตัวเองจากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายจักรีไปค้นบ้านในพื้นที่หมู่ 5 ต.พญาขัน อ.เมืองพัทลุง และพาไปยึดรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กท 8961 พัทลุง เป็นรถที่นายจักรีขับไปรับนายเชาวลิตพาหลบหนีแล้วนำไปจอดซุกไว้บริเวณคอกวัวของญาติที่อยู่ใกล้กัน พร้อมกับถอดป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้าและหลังเอาไว้ในรถ ตรวจสอบภายในรถพบกระเป๋าสีดำ 1 ใบคล้ายกับกระเป๋าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ต่อมาตำรวจคุมตัวนายจักรีไปสอบปากคำเพิ่มเติมภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุงต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ตำรวจ ภ.จ.พัทลุง ได้รับการติดต่อจากนายจิระวุฒิ ชุมศรี หรือปอย หรือลูกวัว อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันช่วยเหลือนายเชาวลิตให้มารับมอบตัวบริเวณหลังวัดท่าแค ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่กองร้อยตระเวนชายแดนที่ 434 เช่นเดียวกัน ทำให้ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ตัวผู้ต้องหาที่ช่วยเหลือนายเชาวลิตแล้ว 6 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม หมื่นรักษ์ อายุ 32 ปี 2.น.ส.ยุวเรศ หรือหมวย กลศึก อายุ 26 ปี 3.นายคเณศ ทองประจง หรือบอย สลัม อายุ 28 ปี 4.น.ส.วิลาวัลย์ หรือทราย บุญจันทร์ อายุ 31 ปี 5.นายจักรี หรือบิ๊ก แป้นน้อย อายุ 41 ปี สามีของ น.ส.ทราย และ 6.นายจิระวุฒิ ชุมศรี หรือปอย หรือลูกวัว อายุ 31 ปีต่อมา พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รรท.ผบช.ภ.9 เดินทางไปสอบปากคำนายจักรีและนายจิระวุฒิ สองผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวล่าสุดที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจ ภ.จ.พัทลุงรับมอบตัวผู้ต้องหาสองคนที่ช่วยพานายเชาวลิต หรือแป้ง นาโหนดหลบหนีจากโรงพยาบาล และตรวจยึดรถกระบะของนายจักรีที่ปรากฏในภาพวงจรปิดขับพานายเชาวลิตหลบหนี หลังก่อเหตุผู้ต้องหาทั้งสองแยกย้ายกันหลบหนีวนไปวนมาอยู่ใน จ.พัทลุง จ.ตรัง และ จ.สตูล ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ไล่ล่ากดดันหนักจนตัดสินใจมอบตัวตำรวจผ่านคนที่ตัวเองเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย หลังสอบปากคำเสร็จจะส่งตัวทั้งคู่ให้กับตำรวจ ภ.จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีต่อไป“ตอนนี้ตำรวจได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว 6 คนจากที่ออกหมายจับ 8 คน เหลืออีก 2 คน 1 ในนั้นคือนายเชาวลิต ส่วนรถ 3 คัน ที่ใช้ก่อเหตุยึดได้แล้ว 2 คัน เหลือ 1 คัน คือรถเก๋งสีดำ จากการสอบปากคำผู้ต้องหาสองคนที่เข้ามอบตัวล่าสุดทั้งคู่ให้การเป็นประโยชน์สามารถขยายผลไปสู่การติดตามตัวนายแป้ง นาโหนดได้ระดับหนึ่ง แต่นายแป้งเป็นผู้ต้องหาสำคัญ มีคดีติดตัวและผ่านคดีมาเยอะ เรียนรู้อะไรมากพอสมควร อาจทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักกว่าผู้ต้องหาคนอื่น แต่ตำรวจไม่หนักใจ เชื่อว่าขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ เพราะมีปัจจัยเกื้อหนุนคอยช่วยเหลือจากเครือข่าย” รรท.ผบช.ภ.9 กล่าวอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่