เสียหายหนัก กรมราชทัณฑ์ คดีนักโทษชายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” หลบหนีออกจาก รพ.มหาราช จ.นครศรีธรรมราช ที่มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัว ดึกวันที่ 22 ต.ค. ปลดกุญแจมือและข้อเท้า นักโทษร้ายแรงที่อยู่ในการคุมตัวกรมราชทัณฑ์หนีลอยนวล ล้วนแต่เป็นคำถามของสังคมไทยการควบคุมตัวผู้ต้องหาที่มีประวัติก่อคดีอุกฉกรรจ์ มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ เข้าข่ายนักโทษสำคัญ แต่การควบคุมตัวกลับหละหลวมปล่อยให้ “คนนอก” วางแผนช่วยหลบหนีการควบคุมตัว และพบว่าทำกันเป็นขบวนการ เปิดทางให้ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ออกมาล้างแค้นบุคคลที่ทำให้เขาติดคุก ปมคาใจของว่าที่นักการเมืองท้องถิ่นที่ถูกวางตัวไว้ของผู้มีอำนาจทางการเมือง กลายเป็นผู้ต้องหา ถูกอายัดทรัพย์สิน 150 ล้านบาท ต้องวิ่งเต้นล้มคดีแทน หมดสิ้นอนาคตตามที่วาดหวังไว้ คดีปล้นชิงตัวผู้ต้องหายาเสพติดชุดสืบสวนภาค 8 จับกุมตัวดำเนินคดีเป็นความแค้นฝังใจ ทำให้คิดวางแผนหลบหนีออกมาล้างแค้นผู้ที่เกี่ยวข้องคดีการหลบหนีน่าเชื่อว่า ถูกวางแผนล่วงหน้าหลายวัน ก่อนหน้าถูกคุมขังเรือนจำกลางพัทลุงแกล้งล้มป่วยหาทางเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เหมือนกับพฤติกรรมในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เป็นเหตุให้หลบหนีความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ที่กรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมตัวนักโทษหลีกเลี่ยงไม่ได้“เสี่ยแป้ง นาโหนด” พื้นเพคนพัทลุง มีชื่อชั้นนักเลง กว้างขวางในพื้นที่ เคยลงสมัครเล่นการเมืองท้องถิ่น มีประวัติก่อคดีร้ายแรง 12 คดี ทำร้ายร่างกาย คดียาเสพติด คดีอาวุธปืนและคดีความรุนแรง คดีสมคบค้ายาเสพติด คดีฟอกเงิน คดีร่วมฆ่าอดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช คดีพยายามฆ่าตำรวจทางหลวง คดียิงต่อสู้ชุดสืบสวนภาค 8 ปล้นชิงผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็นคดีที่ ปปง.อายัดทรัพย์สิน 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินทุนไว้เตรียมลงสมัคร อบจ.พัทลุง และเป็นคดีทำให้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ หมดสิ้นอนาคตทางการเมืองวงในรู้กันชีวิตเชื่อมโยงกับนักการเมืองระดับชาติฝากฝังดูแลเป็นพิเศษในเรือนจำ ทำให้ผู้คุมเกรงใจ เพราะรู้ว่าเป็นคนของใครและสายไหน การออกจากเรือนจำอ้างเหตุป่วยหาหมอ ทำได้สะดวกกว่านักโทษรายอื่นน่าจะเป็นสาเหตุของการวางแผนใช้โรง พยาบาลเป็นช่องทางหลบหนีจากการควบคุมตัวการสืบสวนพบผู้ช่วยเหลือหลบหนีไม่ต่ำกว่า 4 ราย รถยนต์ 2 คัน แบ่งหน้าที่กัน ผู้ที่ติดต่อว่าจ้าง เฝ้าไข้ จัดหาอุปกรณ์ ยานพาหนะหลบหนี ถูกออกหมายจับ น.ส.ยุวเรศ หรือหมวย กลศึก อายุ 26 ปี คนว่าจ้าง น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม หมื่นรักษ์ อายุ 32 ปี คนเฝ้าไข้ นายจักรี หรือบิ๊ก แป้นน้อย อายุ 41 ปี และ นายจีระวุฒิ หรือบอย ชุมศรี อายุ 31 ปี คนพาหลบหนีออกจากโรงพยาบาล และศาลอนุมัติหมายจับเพิ่ม “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ยิ่งสืบสาวลึกลงไปเห็นถึงความเชื่อมโยงของขบวนการพานักโทษคนสำคัญหลบหนี นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รรท.อธิบดีกรมราชทัณฑ์ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง สั่งให้ นายณรงค์ หนูคง ผบ.เรือนจำกลางนคร ศรีธรรมราช ผู้คุมที่เกี่ยวข้องสำรองราชการที่ส่วนกลางนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กำชับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ไล่ล่าจับกุมนำตัว “เสี่ยแป้ง นาโหนด” มาดำเนินคดี และขยายผลให้ทราบถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยนักโทษให้พ้นจากการควบคุมตัวของกรมราชทัณฑ์นายกฯกำชับให้ทุกฝ่ายเร่งขยายผลผู้ที่มีส่วนร่วมพานักโทษหลบหนีถึงที่สุดพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สั่ง พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รรท.ผช.ผบ.ตร. เข้ามาคุมคดี พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จ.พัทลุง พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ร่วมกับสืบสวนภาค 8 พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ต.แดนรบ สมัยชู สว.กก. 6 บก.ป. ผบ.ตร. สั่งไล่ล่าตัวนักโทษ ถือเป็นคดีอุกอาจ คนร้ายไม่ได้คิดเกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ขยายผลผู้ที่เชื่อมโยงหลบหนีผบ.ตร.กำชับใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี เป็นนักโทษสำคัญที่มีประวัติก่อคดีปล้นทรัพย์ คดียาเสพติด ยิงต่อสู้ แย่งชิงผู้ต้องหาจากตำรวจ และคนร้ายมีอาวุธสงครามพร้อมต่อสู้ขัดขวาง ตามประวัติ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ก่อคดีสุดโหด ก่อเหตุยิงต่อสู้ตำรวจมาหลายครั้ง ผบ.ตร.ระดมชุดสืบสวนและชุดปฏิบัติการพิเศษใช้ความระมัดระวังเข้าพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกบดานพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จ.สตูลและ จ.พัทลุง แนวทางสืบสวนยังไม่หลบหนีออกนอกประเทศ เพราะพื้นที่อิทธิพลอยู่ที่ จ.พัทลุงน่าจะเข้าไปหลบซ่อนอยู่กับผู้มีอิทธิพล ซุ้มมือปืน แก๊งยาเสพติด และนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความสนิทสนม พล.ต.ท.อิทธิพล รับคำสั่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมลผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่คุมการสืบสวนของชุดสืบสวนภาค 8 และกองปราบปราม สั่งปูพรมเข้าค้นรีสอร์ต ที่พักกดดันผู้ที่มีความสนิทสนมที่มีส่วนให้ความช่วยเหลือและให้ที่พักพิง มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 7 ปีเร่งค้นหานักโทษอันตรายต่อความมั่นคงประเทศ เย้ยกฎหมายบ้านเมืองไทยเป็นคดีที่ท้าทาย ตำรวจ และ กรมราชทัณฑ์ ไล่ล่าตัวนักโทษรายสำคัญที่มีประวัติก่อคดีร้ายแรงเพื่อนำตัวเข้ามารับโทษตามกฎหมาย อย่างน้อยได้เรียกความเชื่อมั่น กรมราชทัณฑ์ กลับคืนมาก่อนเสียหายมากกว่านี้.ทีมข่าวอาชญากรรมคลิกอ่านคอลัมน์ "แกะรอยสัปดาห์" เพิ่มเติม