น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อดำเนินการตามคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออกเข้าร่วม ว่า ที่ประชุมได้หาทางออกร่วมกันภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2565 โดยจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังจากมีคำสั่ง ตนในฐานะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำกับดูแลทั้งสองสถาบันอุดมศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานทั้งสองแห่ง รู้สึกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าของอุเทนถวาย แต่เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปตามหลักนิติรัฐที่ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อว.จำเป็นต้องยึดคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่จะให้ทางอุเทนถวายส่งมอบพื้นที่เดิมและหาพื้นที่ใหม่สำหรับจัดการเรียนการสอน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการผ่อนปรนมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ตนจะดูแลให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคลากรและนักศึกษา รวมถึงจะดูแลในมิติทางสังคม โดยเฉพาะอัตลักษณ์ของอุเทนถวายที่มีมายาวนานกว่า 93 ปี“ได้ขอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องและ มทร.ตะวันออก ทำแผนการย้ายเพื่อไม่ให้กระทบนักศึกษา ขณะที่การจัดหาพื้นที่ใหม่สำนักงานปลัด อว.และหน่วยงานรัฐจะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่และจะช่วยเร่งประสานงานไปยังหน่วยงาน เช่น กรมธนารักษ์ในการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นที่พึงพอใจกับทุกฝ่ายต่อไป โดยที่ประชุมได้มีการสั่งการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) และคำสั่งศาล รวมถึงจัดทำแผนในการขยับขยายและจัดหาพื้นที่ใหม่ โดยจะเชิญศิษย์เก่าอุเทนถวายเข้าร่วมเป็นคณะทำงานและจะมีการจัดประชุมในสัปดาห์หน้า” รมว.อว.กล่าวด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.กล่าวว่า หลังจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง อว.จะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาพื้นที่ใหม่ให้กับอุเทนถวายต่อไป.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่