“สิ่งที่ตนเก็บข้อมูลมาตั้งแต่เป็นรอง ผบ.ตร. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ภาพสะท้อนของน้องๆเด็กๆระดับผู้ใต้บังคับบัญชา การที่ได้ลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้ได้เห็นปัญหาเรื่องทรงผมว่าที่พวกเขาไว้ทรงผมตามระเบียบ กลายเป็นตัวชี้เป้าของผู้ก่อเหตุไม่สงบ พอได้มีโอกาสมารับตำแหน่งตรงนี้จึงอยากจะทำเป็นนโยบายถือว่าเป็นการ Top Up ไม่ใช่ Top Down”พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ชี้แจงแนวนโยบายการยกเลิกระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561จากเดิมที่เคยกำหนดให้ข้าราชการตำรวจชายตัดผมสั้น ขาวทั้ง3 ด้าน ความยาวด้านบนไม่เกิน 3 เซนติเมตร เปลี่ยนเป็นผมด้านบนความยาวไม่เกิน 5 เซนติเมตร ด้านข้างและด้านหลังยาวไม่เกิน 1 ซม.ยกเลิกตำรวจผมเกรียนมาจากประสบการณ์ทำงานร่วมกับตำรวจผู้ปฏิบัติของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่สืบสวน ป้องกันปราบปราม และทำงานด้านการข่าวการปรับเปลี่ยนเรื่องระเบียบทรงผมมาจากนโยบายของ ผบ.ตร.ทุกท่านที่ให้ผู้บังคับบัญชาลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตำรวจ กลุ่มตำรวจผู้ปฏิบัติทำหน้าที่สืบสวน การข่าว หรือการปราบปรามยาเสพติด เป็นเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงผบ.ตร.อ้างอิงจากสภาพความเป็นจริงของตำรวจในพื้นที่ สิ่งที่ทำไม่ได้เป็นความคิดเฉพาะตัว แต่พูดคุยระดับผู้บังคับบัญชาทั้งหมดที่มองเห็นความสำคัญของตำรวจผู้ปฏิบัติทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความห่วงใยตำรวจที่ทุ่มเททำงานเสียสละในพื้นที่ชายแดนภาคใต้พื้นที่พิเศษเสี่ยงภัยผบ.ตร.บอกว่า “ทรงผมตำรวจทำงานในพื้นที่พิเศษไม่สมควรเป็นเป้าของผู้ประสงค์ร้าย ผู้ที่ทำหน้าที่สืบสวนการไว้ทรงผมตัดสั้นชุดสืบสวนปลอมตัวเป็นได้อย่างเดียวคือปลอมเป็นพระ ปลอมเป็นอย่างอื่นไม่ได้”ย้ำว่า ในส่วนหน้างานต่างๆ ระเบียบมีกำหนดอยู่แล้ว กลุ่มใดๆที่อยู่ในภารกิจพิเศษไม่ได้อยู่ในพื้นที่เฉพาะยังเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ ทุกอย่างปรับเปลี่ยนตามภารกิจ ตำรวจรู้ว่า ภารกิจใดควรไว้ทรงผมแบบใดสิ่งนี้อยากให้เป็นของขวัญวันที่ 17 ต.ค.นี้ แต่ไม่อยากให้ประเด็นเรื่องทรงผมเป็นเรื่องที่พิเศษสิ่งที่อยากให้มุ่งคือ ผู้บังคับบัญชาทุกคนร่วมกันปรับประยุกต์จากการลงไปสัมผัสปัญหาอุปสรรคของน้องๆตำรวจผู้ปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ ถือเป็นนโยบายผู้บังคับบัญชาทุกท่าน จากนี้ไม่ใช่เพียงการไปตรวจเยี่ยมเท่านั้นผู้นำต้องนำปัญหามาแก้ไข.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ "เลขที่1 วิภาวดีฯ" เพิ่มเติม