ตำรวจไซเบอร์เผยตะครุบตัวแก๊งมิจฉาชีพหลอกตุ๋น “น้องพลอย” นร.ม.6 ดาวน์ซื้อไอโฟน 13 ได้แล้ว 5 คน ผู้ต้องหาสารภาพรับจ้างขบวนการมิจฉาชีพเปิดบัญชีม้าคนละ 3 พันบาท มีชายชาวเมียนมาเป็นคนว่าจ้าง คนกดเงินจะได้ค่าจ้างครั้งละ 300-500 บาท รวมกดเงินออกจาก บัญชีเหยื่อมาแล้วร่วม 1 ล้านบาท ส่งวัยรุ่นบัญชีม้า แถว 3-4 พร้อมสาวคนกดเงินฝากขังพร้อมคัดค้านประกันตัว จ่อออกหมายแดงของตำรวจสากลไล่ล่านายทุนผู้อยู่เบื้องหลังแม้ญาติจะเผาร่าง น.ส.อาทิยา หรือน้องพลอย ช่วยคง อายุ 19 ปี นักเรียน ม.6 ร.ร.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพ หลอกดาวน์ซื้อไอโฟน 13 ร่วม 2 หมื่นบาท จนเครียดหนักผูกคอตาย สร้างความสะเทือนใจให้สังคม ขณะที่ตำรวจไซเบอร์ไล่ล่าเจ้าของบัญชีม้าได้แล้ว พบยังมีผู้ตกเป็นเหยื่ออีกหลายรายด้วยที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (บก.สอท.5) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ต.ค. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพ็ชร รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 ร่วมกันสอบปากคำ น.ส.รัตนพร ชันแข็ง อายุ 18 ปี บัญชีม้าแถวที่ 3 นายธีรวัฒน์ ศรีดอน อายุ 19 ปี บัญชีม้าแถวที่ 4 และ น.ส.ณัฎฐนิชา สุขศรี อายุ 39 ปี คนกดเงินให้ระดับตัวสั่งการในขบวนการหลอกขายไอโฟนออนไลน์ให้นักเรียน ม.6 หลังจับกุมได้เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ในพื้นที่ จ.เชียงราย พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือพล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 เผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพว่า มีกลุ่มเยาวชนที่เปิดบัญชีม้าได้ค่าจ้างบัญชีละ 3,000 บาท ส่วนคนกดเงินได้รับการว่าจ้างจากชาวเมียนมา ผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อนายจ๋าย สั่งให้นำโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งแอปธนาคาร ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มฝั่งประเทศไทย เป็นการกดแบบไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม แล้วนำไปส่งให้ผู้บงการที่ชายแดนด่านแม่สาย ได้ค่าจ้างกดเงินครั้งละ 300-500 บาท ทำมาแล้ว 1 เดือน แต่ละครั้งจะกดเงินตั้งแต่หลัก 1,000-100,000 บาท ยอดล่าสุดที่กดเงินออกไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค. จำนวน 104,000 บาท เชื่อว่ายอดรวมที่กดเงินออกจากบัญชีประมาณ 1 ล้านบาทผบก.สอท.5 กล่าวว่า จากการสอบสวนยังทราบแผนประทุษกรรมว่าเครือข่ายนี้เป็นการขายสินค้าไอทีราคาถูก ต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีผู้บงการอยู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และจะจ้างคนเปิดบัญชีม้าอยู่ในบริเวณชายแดน เพื่อให้ควบคุมได้ง่าย บัญชีม้าแถว 1 จะใช้วิธีเปิดบัญชีออนไลน์ ส่วนบัญชีม้าแถว 2-4 จะใช้เยาวชนในพื้นที่เพื่อจะให้ควบคุมได้ง่าย ขณะที่แอดมินเพจที่สนทนาหลอกลวงขายสินค้า เชื่อว่าน่าจะเป็นคนไทยที่เข้าออกชายแดน แต่ไปก่อเหตุหลอกลวงจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีไอพีแอดเดรสอยู่ฝั่งเมียนมาพล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนจะมีผู้บงการอยู่นอกเหนือชาวเมียนมาที่มารับเงินหรือไม่ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขยายผล ยังไม่ตัดประเด็นขบวนการจีนเทาอยู่เบื้องหลัง แม้จะเป็นชาวต่างชาติอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่จะต้องออกหมายจับ และขอออกหมายแดงของตำรวจสากล เพื่อประสานขอความร่วมมือตำรวจเมียนมาช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี ขบวนการนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน คาดว่าจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาภายในวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค.นี้ และส่วนผู้จัดหาบัญชีม้าที่ถูกจับกุมทราบชื่อ น.ส.วริศรา จันทร ได้ส่งตัวดำเนินคดีที่ จ.เชียงราย ไปแล้ว ความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ส่วน น.ส.ศิริพร ลำปี บัญชีม้าแถว 2 ที่ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ ยังอยู่ระหว่างหลบหนีต่อมาเวลา 15.30 น. พนักงานสอบสวน บก.สอท.5 คุมตัว น.ส.รัตนพร ชันแข็ง อายุ 18 ปี บัญชีม้าแถวที่ 3 นายธีรวัฒน์ ศรีดอน อายุ 19 ปี บัญชีม้าแถวที่ 4 น.ส.ณัฎฐนิชา สุขศรี อายุ 39 ปี คนกดเงิน ในขบวนการหลอกขายไอโฟนออนไลน์ให้นักเรียน ม.6 ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถไปศาล ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาทุกคนปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ส่วนคดีนี้ยังเหลือผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแล้วยังหลบหนีอยู่อีก 1 คน คือ น.ส.ศิริพร ลำปี เจ้าของบัญชีม้าแถวที่ 2 จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ศิริพรหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่ของประเทศเพื่อนบ้านติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่