ศพแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิตสังเวยสงครามความขัดแย้งถึงไทยลอตแรก 8 ศพ กระทรวงการต่างประเทศนำมอบให้ครอบครัวถึงภูมิลำเนา ส่วนพ่อที่สูญเสียลูกชาย 2 คนพร้อมกัน ได้ศพลูกกลับมาก่อน 1 ศพ ที่เหลือรอพิสูจน์อัตลักษณ์ หลังเผาแล้วจะนำอัฐิใส่โกศวางเคียงคู่โกศแม่ เผยวิญญาณแรงงานไทยเฮี้ยนมาเข้าฝันเมียพาไปดูห้องพักในแคมป์ที่ตาย อีกรายแม่สูญเสียลูกไปนอนที่บ้านที่ลูกส่งเงินมาสร้างให้ได้กลิ่นศพโชยคลุ้ง เชื่อลูกมาหา บอกลา เผยอยากให้เรื่องที่เกิดเป็นแค่ฝันร้ายในชีวิต ขณะที่แรงงานไทยกลับถึงแผ่นดินบ้านเกิดอีก 3 ชุด ทั้งมาโดยสายการบินอิสราเอลและของกองทัพอากาศที่บินไปรับ รวม 448 คน เผยอิสราเอลสังหารผู้บัญชาการกลุ่มฮามาสในกาซาดับพร้อมครอบครัว ส่วนเหตุระเบิดโรงพยาบาลที่คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้ายกว่า 500 ศพทั้งสองฝ่ายต่างโทษกัน ขณะที่การสู้รบยังดำเนินต่อไปภายหลังแรงงานไทยในอิสราเอลจำนวนมากที่ไปทำงานด้านเกษตรบริเวณฉนวนกาซา ต้องกลาย เป็นผู้ประสบภัยจากการสู้รบในสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ส่งผลให้มีแรงงานไทยต้องสังเวยชีวิตในสงครามความขัดแย้งครั้งนี้ จนถึงวันที่ 19 ต.ค. มีจำนวน 30 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่งกับมีถูกจับเป็นตัวประกัน ทำให้แรงงานที่เหลือต้องอพยพหนีตายขอกลับไทยกว่า 6 พันคน กระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟต้องทำงานอย่างหนักในการช่วยเหลือแรงงานไทยให้ได้กลับบ้านให้เร็วและมากที่สุด ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตที่เสร็จสิ้นจากการพิสูจน์อัตลักษณ์ของทางการอิสราเอล ถูกนำกลับไทยลอตแรกแล้ว 8 ศพนำ 8 ศพแรงงานไทยกลับบ้านผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับการประสานเป็นการภายในจากบริษัทจัดการศพของอิสราเอลว่า สถาบันนิติเวชของอิสราเอลอนุญาตให้นำร่างของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ออกจากสถาบันนิติเวชฯ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯจะส่งร่างของคนไทยชุดนี้กลับด้วยเครื่องบินของสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY083 ออกจากอิสราเอลเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันที่ 20 ต.ค. เวลา 08.50 น. สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ได้แก่ 1.นายพงษธร ขุนศรี 2.นายพิชิต นาจันทร์ 3.นายชัยรัตน์ สานุสันต์ 4.นายอานันต์ เพชรแก้ว 5.นายพงษ์พัฒน์ สุชาติ 6.นายอนุชา โสภากุล 7.นายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ 8.นายธนกฤจฒ์ ปรากฏวงษ์อัปเดตยอดเสียชีวิต เจ็บ-ตัวประกันผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เวลา 18.29 น. วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ ได้อัปเดตแจ้งสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอล (สถานะคืนวันที่ 18 ต.ค.) ว่า มีคนไทยเสียชีวิต 30 ราย ผู้บาดเจ็บ 16 ราย ถูกจับเป็นตัวประกัน 17 รายเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่สถานะการลงทะเบียนขอกลับประเทศไทย มีผู้ประสงค์ขอกลับ 8,273 คน ไม่ขอกลับ 115 คน แรงงานไทยกลับมาอีก 2 ชุด 312 คนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ในเวลา 11.56 น. บรรดาแรงงานไทยในอิสราเอลที่ขอหนีสงครามกลับไทย เดินทางมาถึงโดยสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY083 จำนวน 125 คน จากนั้นเวลา 13.15 น. มีแรงงานไทยอีก 187 คนมากับเที่ยวบินที่ LY081 นับเป็นแรงงานไทยชุดที่ 8 และชุดที่ 9 ที่กลับไทยจากการลงทะเบียนไว้และซื้อตั๋วกลับเอง มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาตั้งจุดอำนวยความสะดวกรับเอกสารการขอรับสิทธิประโยชน์กองทุนฯสำหรับแรงงานที่ประตู 9-10 ก่อนไปขึ้นรถบัสนำไปส่งที่สถานีขนส่งและที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนานอกจากนี้ วันที่ 20 ต.ค. จะมีแรงงานไทยเดินทางกลับมาอีก 280 คน โดยเที่ยวบินพิเศษของสายการบินไทย ออกจากกรุงเทลอาวีฟ เวลา 11.00 น. วันที่ 19 ต.ค.ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 03.30 น. วันที่ 20 ต.ค.เครื่อง ทอ.รับกลับมาอีก 136 คนขณะเดียวกัน แรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเดินทางกลับประเทศอีก 136 คนโดยเครื่องบินแอร์บัส A340-500 เที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศไทย ที่ไปรับพาเดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน. 6) ดอนเมือง เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 19 ต.ค. เป็นชาย 132 คน หญิง 4 คน มี พล.อ.ท.ชัยนาท ผลกิจ รองเสนาธิการทหารอากาศ พร้อมคณะรอต้อนรับ ขณะเดียวกันในอาคารรับรองมีเจ้าหน้าที่ ก.แรงงาน ก.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก.ยุติธรรม มาตั้งโต๊ะอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ พร้อมจัดรถบัส 4 คันไปส่งที่สถานีกลางบางซื่อ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาของแต่ละคนยังบินเที่ยวที่ 3 กลับไปรับอีกพล.อ.ต.บุญเลิศ อันดารา โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า เที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศเที่ยวที่3 จะมีขึ้นในวันที่ 21-22 ต.ค. ยังบินไปรับที่สนามบินเบนกูเลียนเหมือนเดิม ส่วนเที่ยวที่ 5-6 อยู่ในการวางแผนของคณะทำงาน หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง มีความเป็นไปได้จะมีการรับคนไทยที่จุดสำรองและอาจจะใช้เส้นทางสั้นลงเชื่อยังมีคนไทยตายมากกว่าข่าวนายยอด แซ่ย่าง วัย 31 ปี ชาว จ.ตาก หนึ่งในแรงงานไทยที่กลับมา กล่าวว่า ไปทำงานในอิสราเอลได้ 2 ปี ที่ทำงานอยู่ห่างพื้นที่สู้รบพอสมควร ตอนแรกมีความสุขดีและหนี้สินเริ่มหมด แต่เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ทำให้หมดความหวังที่จะทำงานหาเงินต่อ ไม่ขอเสี่ยง ส่วนคนไทยที่ยังอยู่ในอิสราเอลก็เข้าใจแต่ละคนมีภาระ ตนขอกลับมาทำไร่สวนที่บ้านดีกว่าและไม่คิดกลับไปอีก นอกจากนี้จากที่คุยกับเพื่อนแรงงานไทยในอิสราเอล เชื่อว่ามีคนไทยที่เสียชีวิตน่าจะมากกว่าที่เป็นข่าวพ่อแม่เตรียมสถานที่รอรับศพลูกในส่วนแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลและศพถูกนำกลับไทยลอตแรก 8 ราย ถึงในวันที่ 20 ต.ค. ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องจัดเตรียมสถานที่รอรับศพและบำเพ็ญกุศลศพ ในจำนวนนี้มีศพพงษ์พัฒน์ สุชาติ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 บ้านกระแซงเมืองใหม่ หมู่ 17 ต.กระแซง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายไสว สุชาติ- นางไพรวัล สุชาติ กับ น.ส.วารุณี ดาวไสย พ่อแม่และภรรยาของนายพงษ์พัฒน์ที่บ้านดังกล่าว ที่กำลังมีการจัดเตรียมงานบำเพ็ญกุศลให้ศพลูกชาย นางไพรวัลกล่าวว่า แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันแต่ยังเสียใจและคิดถึงลูกตลอดเวลา ลูกเป็นคนดี รักพ่อ รักแม่ รักครอบครัว อยากบอกลูกว่าแม่รักลูกและคิดถึงมาก ลูกชายคนโตทำงานอยู่ที่อิสราเอลเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่ได้กลับเพราะต้องทำเรื่องการเสียชีวิตของน้องชายก่อนทำงานเก็บเงินสร้างบ้านซื้อรถขณะที่ น.ส.วารุณี ภรรยานายพงษ์พัฒน์กล่าวว่า สามีไปทำงานที่อิสราเอลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2562 มีสัญญางาน 5 ปี 3 เดือน ช่วงสงกรานต์ปีนี้กลับมาอยู่บ้าน 1 เดือนแล้วกลับไปทำงานต่อ ไม่คิดว่าจะเป็นการกลับมาครั้งสุดท้าย ตั้งแต่สามีไปทำงานส่งเงินกลับมาให้ตลอดได้เก็บออมไว้ จนสามารถซื้อรถไถ 1 คัน ราคาล้านกว่าบาท ซื้อรถปิกอัพ 4 ประตู1คัน ราคา 9 แสนกว่า ไว้ใช้งานและพาพ่อแม่กับลูกไปไหนมาไหน วางแผนกันไว้ว่าถ้าทำงานครบสัญญาและกลับมาไทยจะทำการเกษตรในที่ดินของพ่อแม่ แต่สามีก็มาเสียชีวิตไปก่อนทำให้ครอบครัวเสียใจมาก อยากบอกว่ารักและคิดถึงสามีที่สุด ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดมาเป็นคู่กันอีก พ่อเสียลูก 2 คนได้ศพกลับมาก่อน 1 ศพส่วนที่บ้านของนายลำเพย กุสะรัมย์ อายุ62ปี พ่อของนายอภิชาต กุสะรัมย์และนายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ สองพี่น้องแรงงานไทยที่ถูกกระสุนจากการสู้รบของอิสราเอล-ฮามาส เสียชีวิตทั้งคู่และอยู่ใน 8 ศพที่ถูกนำกลับไทยลอตแรก อยู่บ้านเลขที่ 34/1 ม.6 บ้านโคกสูง ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น มีเพื่อนบ้านที่มาให้กำลังใจนายลำเพยช่วยนายลำเพยจัดเตรียมสถานที่รอรับศพลูกชาย นายลำเพยกล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากกระทรวงการต่างประเทศว่า หลังศพลูกถึงไทยเช้าวันที่ 20 ต.ค. จะจัดรถนำศพส่งมาให้ที่บ้านในวันเดียวกันหลังเผาแล้วนำอัฐิวางข้างโกศแม่นายลำเพยพ่อที่หัวใจสลาย เพราะต้องสูญเสียลูกชายถึง 2 คนไปพร้อมกัน กล่าวอีกว่า หลังรู้ข่าวว่าลูกถูกยิงตายจากเหตุสู้รบ พยายามทำใจเข้มแข็ง ตั้งสติรอว่าเมื่อไหร่จะได้รับศพลูกชาย เพราะเบื้องต้นหน่วยงานมาแจ้งว่า 3 เดือน ก็ทำใจรอ จนทางการแจ้งว่าสามารถนำศพลูกชายกลับมาได้แล้ว แต่มาได้เพียงศพเดียวก่อนคือนายพงษ์เทพ ส่วนศพลูกอีกคนอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ให้ชัดเจน สำหรับศพนายพงษ์เทพจะตั้งสวดอภิธรรมศพ 3 คืน แล้วเผาที่วัดหัวหินประเสริฐธรรมในหมู่บ้าน และจะนำอัฐิใส่โกศไปตั้งคู่กับโกศของแม่ เมื่อศพนายอภิชาติมาถึงบ้านก็จะจัดงานแบบเดียวกันแล้วนำอัฐิใส่โกศวางเรียงกัน 3 คนแม่ลูกในวัดดังกล่าวลูกไม่รู้พ่อตายให้โทร.หาทุกวันขณะที่ น.ส.ขวัญชนก ชมชื่น อายุ 29 ปี ชาว จ.ลำปาง ลูกสะใภ้ของนายลำเพยที่เป็นภรรยานายอภิชาต นำลูกสาววัย 4 ขวบ ชื่อน้องเมจิ-ด.ญ.พิมพ์สุภัค เดินทางจาก จ.ลำปาง มาหานายลำเพยผู้เป็นปู่ เพื่อช่วยจัดงานศพสามีและเพื่อให้ลูกสาวได้ร่วมงานศพพ่อ เผยว่า สามีไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลกับน้องชายเพื่อเก็บเงินสร้างบ้าน ระหว่างอยู่ที่อิสราเอลโทรศัพท์มาหาตนกับลูกทุกวัน ช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. สามีไลน์มาบอกว่า มีเหตุสู้รบกันในพื้นที่อย่างรุนแรง แล้วเงียบหายไปติดต่อไม่ได้ กระทั่งวันที่ 9 ต.ค.ทราบข่าวสามีและน้องชายถูกยิงตาย รู้สึกเสียใจและคิดถึง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร สงสารลูกหลังจากพ่อหายเงียบไป ลูกสาวให้ติดต่อหาพ่อทุกวัน บอกลูกได้เพียงว่า พ่อทำงาน พ่อไม่ว่างคุยโทรศัพท์ เพราะลูกสาววัยเพียง 4 ขวบ ยังไม่ได้บอกความจริงเรื่องพ่อแม่เศร้าลูกกลับบ้านแบบไร้ชีวิตต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านนางหมวย นาจันทร์ อายุ 57 ปี แม่นายพิชิต หรือสด นาจันทร์ อายุ 27 ปี 1 ใน 8 ศพแรงงานไทยลอตแรกและเป็นญาติของนายลำเพย อยู่บ้านเลขที่ 43 บ้านโคกสูง หมู่ 6 ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง นางหมวยกล่าวว่า สงสารลูกมาก ลูกไปทำงานหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัว ทำงานได้เงินพอ แล้วก็จะกลับบ้าน แต่สุดท้ายเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณกลับมา จะตั้งศพลูกสวดอภิธรรม 3 คืนแล้วเผา และจะคุยกับนายลำเพยว่าจะทำอย่างไร เพราะลูกหลานเสียชีวิตพร้อมกัน ศพถูกส่งมาพร้อมกัน ตั้งศพพร้อมกัน แต่การเผาต้องคุยกันว่าจะเผาศพลูกใครก่อน ตั้งแต่ลูกตายไม่เคยฝันถึงลูก มีเพียงเพื่อนสนิทของลูกที่อยู่ จ.ระยอง กับ จ.ชลบุรี ฝันถึงและโทร.มาหา เล่าให้ฟัง เพื่อนสนิทลูกชายยังบอกอีกว่า เคยยืมเงินลูกไป 20,000 บาท จะนำเงินที่ยืมมาคืนให้ในวันที่ศพของลูกมาถึงบ้านเมียร่ำไห้กอดรูปศพผัวอีกศพที่มาพร้อมกัน คือนายชัยรัตน์ หรือปู สุนาสันต์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 ม.9 บ.โนนสูง ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แรงงานไทยที่ถูกยิงเสียชีวิตคาห้องพักในแคมป์คนงานในเขตกาซา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูที่บ้านนายชัยรัตน์ พบเพื่อนบ้านและญาติช่วยกันจัดสถานที่บำเพ็ญกุศลศพ ที่จัดตั้งแต่วันที่ 20-22 ต.ค.และฌาปนกิจศพวันที่ 23 ต.ค. น.ส.เอื้อนจิตร รักชาติ ภรรยานายชัยรัตน์ นำรูปภาพสามีที่เตรียมไว้ตั้งหน้าศพออกมาตั้งที่หน้าบ้าน แล้วจุดธูปบอกดวงวิญญาณสามีว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ หากชาติหน้าภพหน้ามีจริง ขอให้กลับมาเป็นคู่ครองกันเหมือนเดิม แต่ขอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้นานกว่าชาตินี้ ก่อนจะกอดรูปสามีร้องไห้ด้วยความเสียใจวิญญาณเฮี้ยนพาดูห้องที่ตายน.ส.เอื้อนจิตรกล่าวด้วยว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทย รัฐบาลอิสราเอล นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ทั้งในอุดรธานีและที่อิสราเอล ที่ช่วยดำเนินการนำร่างสามีกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ตั้งแต่ทราบข่าวสามีเสียชีวิตไป สามีมาเข้าฝันทุกวันบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ ล่าสุดมาเข้าฝันเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 17 ต.ค. ในฝันสามีพาตนไปที่ห้องพักที่สามีหลบภัยอยู่กับเพื่อนรวม 6 คน ตอนนั้นรู้สึกชาไปทั้งตัวเหมือนถูกผีอำ ขยับตัวไม่ได้ ท่องบทสวดมนต์ ครู่หนึ่งร่างกายก็กลับผ่อนคลายคืนสู่ปกติและสะดุ้งตื่นขึ้นมา มีกลิ่นตัวของสามีตามมา ทำให้เชื่อว่าเป็นวิญญาณของสามีมาหา เพราะทุกคืนที่ผ่านมาไม่มีกลิ่นตัวสามีรุนแรงขนาดนี้ นอกจากนี้ เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 ต.ค. หลังมีเจ้าหน้าที่สถานกงสุลไทยในอิสราเอล โทรศัพท์มาบอกว่าพรุ่งนี้จะนำร่างสามีกลับประเทศไทย รวมกับแรงงานคนอื่นๆที่เสียชีวิต 8 คน มีคนอุดรธานี 2 คน คือสามีตนและนายอนุชา โสภากุล ชาว อ.กุมภวาปี ปรากฏว่าไฟฟ้าในห้องนอนดับ ตู้เสื้อผ้า ตู้เครื่องแป้งมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เหมือนมีใครจับเขย่าจนสั่น เพียงครู่เดียวไฟฟ้าก็มา เชื่อว่าวิญญาณสามีคงจะมาบอกให้รับรู้ว่ากำลังจะเดินทางกลับบ้าน บอกดวงวิญญาณสามีไปว่า รับรู้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง หัวใจแม่อยากเป็นแค่ฝันร้ายนอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่5 หมู่ 10 บ้านเดียม ต.เชียวแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เป็นบ้านของนายอนุชา โสภากุล หรือแจ็ค อายุ 28 ปี 1 ใน 8 ศพเหยื่อสงครามที่ถูกส่งกลับมาทำพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนา พบว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องของนายอนุชาช่วยกันกางเต็นท์ จัดโต๊ะเก้าอี้ เตรียมพิธีสงฆ์สำหรับการบำเพ็ญกุศล นางสมพิศ อินทรวิเศษ อายุ 49 ปี แม่นายอนุชา เล่าว่า ตนมีลูก 3 คน นายอนุชาเป็นคนโต เรียนจบชั้น ปวส.ช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือแล้วไปทำงานที่สวนอะโวคาโดที่อิสราเอล เงินเดือน 3-4 หมื่นบาท ทำงานได้ 4 ปี จากสัญญาจ้าง 5 ปี น้องชายอีก 2 คนไปทำงานที่ไต้หวัน นายอนุชาส่งเงินมาใช้หนี้ ธ.ก.ส.หมดแล้ว เหลือแต่หนี้กองทุนการศึกษา 3 แสนบาท ใช้หนี้ปีละครั้ง หลังจากหมดหนี้ได้สร้างบ้านจนเสร็จและเตรียมกลับมาบ้านเมื่อหมดสัญญาจ้าง แต่ลูกมาเสียชีวิตได้แต่ร้องไห้เสียใจอยากให้เป็นแค่ฝันร้าย อยากให้ลูกโทร.กลับมาบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่พอทางการยืนยันจะนำร่างกลับมาบ้านก็แน่ใจว่าลูกเสียชีวิตจริงเชื่อลูกมาหาถึงบ้านที่สร้างให้มารดานายอนุชาเล่าทั้งน้ำตาอีกว่า ก่อนที่จะรู้ว่าลูกเสียชีวิตเหมือนมีลางสังหรณ์ หลังจากติดต่อลูกไม่ได้ก็ได้แต่นั่งรอฟังข่าวและไปนอนอยู่ที่บ้านที่ลูกสร้างไว้เพราะคิดถึงลูก ขณะอยู่ในบ้านได้กลิ่นเหม็นคล้ายศพโชยมา ได้ยินเสียงประตูห้องลูกเปิดเข้าเปิดออก มีกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ คล้ายของลูกตอนยังมีชีวิตอยู่ ลูกชายมีความฝันว่าเมื่อหมดสัญญางานที่อิสราเอลและกลับมาบ้านแล้วจะมาทำเศรษฐกิจพอเพียง ซื้อวัวมาให้พ่อแม่เลี้ยง วันที่ได้กลิ่นเหม็นเหมือนซากศพลูกคงจะรู้ว่าตัวเองเสียชีวิตแล้วกลับมาบ้านบอกแม่ อยากบอกดวงวิญญาณลูกว่าให้ไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า ไม่ต้องห่วงพ่อแม่ น้องๆไปได้ดีทุกคน ขอให้ลูกได้พักผ่อนเต็มที่เพราะทำงานหนักมามากแล้ว สำหรับศพนายอนุชา จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านวันที่ 20-22 ต.ค.และฌาปนกิจวันที่ 23 ต.ค.เยี่ยมแรงงานถูกนายจ้างทิ้งในส่วนการเยี่ยมเยียนปลอบขวัญและให้กำลังใจแรงงานไทย วันเดียวกัน นายสุปัน บุญมาพล นายก อบต.พิมูล อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และคณะเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 หาดทรายมูล ต.พิมูล เยี่ยมให้กำลังใจนางชาลินี เทพเหมือนไพร อายุ 37 ปี ภรรยานายวิไล เทพเหมือนไพร แรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกนายจ้างทิ้ง นางชาลินีได้วิดีโอคอลพูดคุยกับนายวิไลที่ยังปลอดภัยและสถานทูตไทยกำลังให้การช่วยเหลือตามลำดับ นางชาลินีเล่าว่า ที่ทำงานของสามีอยู่ห่างจากจุดสู้รบประมาณ 10 กม.หลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ นายจ้างได้หนีไปตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ทิ้งนายวิไลและเพื่อนคนงานไทยอีก 4 คนที่เป็นชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ไว้ที่บ้านนายจ้าง ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัยได้ยินเสียงยิงขีปนาวุธของ 2 ฝ่ายดังอยู่บนท้องฟ้าทั้งวันทั้งคืน อาหารที่ตุนไว้ก็เริ่มขาดแคลน โชคยังดีที่ยังติดต่อสถานทูตได้นอภ.ปลอบขวัญ 5 ครอบครัวที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นอภ.แม่สะเรียง (นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง) นำคณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเยี่ยมสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจญาติแรงงานไทยที่ไปทำงานที่อิสราเอล ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน ต. แม่เหาะ รวม 5 ราย มีนายแสงชัย ผาติผดุงธรรม อายุ 28 ปี นายวันชัย เวคิณหิรัญ อายุ 28 ปี นายเอกราช หล้าหลวง อายุ 28 ปี นายวีรยุทธ มาดาวงค์ อายุ 32 ปี นายอนุสรณ์ ชื่อก้องไพร อายุ 41 ปี และพูดคุยผ่านวิดีโอคอลกับแรงงานไทยที่ยังอยู่ในอิสราเอล ให้คำแนะนำด้านการติดต่อสื่อสารและประสานงานหากประสงค์จะกลับไทย มีบางรายประสงค์ทำงานต่อเนื่องจากพื้นที่พักพิงและทำงานอยู่ห่างไกลพื้นที่การสู้รบสถานีกลางบางซื่อดูแลแรงงานเต็มที่เวลา 16.00 น. ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ จัดเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับแรงงานไทย 136 คน ที่เดินทางกลับจากอิสราเอลถึงไทย โดยสายการบิน Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY 083 พร้อมจัดรถไฟรับส่งแรงงานไทยและครอบครัวกลับภูมิลำเนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมกันนี้ยังเปิดพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นศูนย์ประสานงานสำหรับหน่วยงานช่วยเหลือแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากอิสราเอล เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แรงงานและครอบครัวใช้เป็นศูนย์กลางติดต่อประสานงานระหว่างกัน พร้อมกับจัดซุ้มอาหารว่าง น้ำดื่ม ดูแลแรงงานไทยและครอบครัวที่มารอรับ ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกให้บริการได้อย่างเพียงพอ ไม่กระทบต่อการให้บริการแก่ผู้โดยสารประชาชนทั่วไปที่เดินทางสองฝ่ายโทษกันไปมาใครยิงจรวดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดในโรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อัล-อารบี ที่เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของโบสถ์คริสต์นิกายแองกลิกัน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆในฉนวนกาซา กองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาสอ้างว่าเป็นการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล แต่ทางการอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว นายอัชราฟ อัล-คูดรา กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์แถลงยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ที่ 471 ศพ บาดเจ็บ 342 ราย รวมถึงบาดเจ็บสาหัส 28 รายจวกสื่อเสนอข่าวเท็จลวงทั่วโลกด้านนายลิโอ ไฮอาต โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ของอิสราเอลแถลงผ่านเอกซ์ หรือทวิตเตอร์ว่า จากเหตุ โศกนาฏกรรมที่โรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อัล-อารบี ในกาซา ที่มีผู้คนนับสิบคนเสียชีวิต ยังเป็นเรื่องอันน่าเศร้าสลดใจของปาเลสไตน์ บ่งชี้ว่ากลุ่มก่อการร้ายในปาเลสไตน์ลงมือสังหารประชาชนของตน หลังใช้บุคคลเหล่านี้เป็นโล่มนุษย์ นายไฮอาตยังจวกสื่อจำนวนมากที่นำเสนอข่าวสารและข้อมูลเท็จ รวมถึงการละทิ้งจริยธรรมสื่อ กลุ่มฮามาสไม่จำเป็นต้องแสวงหาวิธีในการโฆษณาชวนเชื่อใดๆ เพียงใช้สื่อต่างประเทศก็แพร่ข่าวลวงไปทั่วโลกได้ เช่นนี้แล้วความรับผิดชอบของผู้สื่อข่าวและสำนักข่าวอยู่ที่ใด ใครเป็นคนจัดการร้อยเรียงข่าวสารให้เป็นเรื่องราวทั้งหมดนี้ด่าแหลกรายงานไร้ความรับผิดชอบนายไฮอาตระบุอีกว่า การรายงานข่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบคือความล้มเหลวผู้นำเสนอ การอ้างอิงแหล่งข่าวจากกลุ่มก่อการร้าย แย่ยิ่งกว่ากลุ่มไอซิสอีก นอกเหนือไปจากเรื่องจริยธรรมแล้ว การเสนอข่าวลวงยังสร้างความโกลาหลในภูมิภาค อาจก่อให้เกิดความรุนแรงและการเข่นฆ่ากันด้วย สำนักข่าวต้องมีความรับผิดชอบและปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อรายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ พร้อมระบุว่า จากเหตุระเบิดในโรงพยาบาลเมื่อ 18 ต.ค. สื่อหลายสำนักสอบตกเรื่องการนำเสนอข่าว เร่งเก็บกู้ซากเหยื่อระเบิดใน รพ.วันเดียวกัน สำนักข่าวไทมส์ของอิสราเอลระบุว่า พล.ร.ต.แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล (IDF) เผยว่า ตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาส ที่เริ่มบุกโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา มีทหารของอิสราเอลเสียชีวิตเป็นจำนวน 306 ศพ นอกจากนี้ กองทัพยังได้รับแจ้งบุคคลสูญหายจำนวน 203 ราย จากครอบครัวซึ่งเชื่อว่าบุคคลอันเป็นที่รักถูกจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม จำนวนดังกล่าวยังไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน อีกทั้งในจำนวนนี้มีบางรายที่ยังไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่าถูกจับเป็นตัวประกัน กองทัพยังคงลงพื้นที่ในบริเวณกาซาเพื่อเก็บกู้ร่างไร้วิญญาณของชาวอิสราเอล ส่วนใหญ่ยังรอการระบุอัตลักษณ์เผยอิสราเอลสังหาร ผบ.กลุ่มฮามาสขณะเดียวกันแม้จะเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่โรงพยาบาลในกาซา แต่สถานการณ์การสู้รบระหว่าง กองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงดำเนินต่อ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลได้คร่าชีวิตของนายจีฮัด เมเซน ผู้บัญชาการกลุ่มฮามาส พร้อมสมาชิกครอบครัวที่บ้านพักในกาซา รวมถึงยังคร่าชีวิตนางจามิลา อับดัลลาห์ ทาฮา อัล-ชานติ สมาชิกสภานิติบัญญัติ สตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งกรรมการฝ่ายการเมืองของฮามาส วัย 68 ปี จากการโจมตีดังกล่าวอีกด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่