ภารกิจยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ ขององค์การนาซา สหรัฐฯ คือการเดินทางไปยังเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) เพื่อนำเอาตัวอย่างดินและหินกลับมาศึกษายังโลก ซึ่งในปี 2563 ยานก็รวบรวมตัวอย่างจากเบนนูได้สมความตั้งใจ หลังจากนั้นยานก็เดินทางกลับโลก และปล่อยแคปซูลที่บรรจุตัวอย่างออกสู่ชั้นบรรยากาศโลก โดยเมื่อ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา แคปซูลของโอไซริส–เร็กซ์ ก็โดดร่มร่อนลงสู่พื้นโลกสำเร็จ ล่าสุด หน่วยงานอวกาศของสหรัฐฯเปิดเผยภาพและการวิเคราะห์เบื้องต้นของตัวอย่างจากเบนนู ระบุว่าเป็นฝุ่นสีดำละเอียด ส่วนหินก็คล้ายถ่านหินขนาดเล็ก ส่องประกายระยิบระยับสวยงาม ดูค่อนข้างเรียบง่าย และผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นคือพบน้ำขังอยู่ในแร่ธาตุดินเหนียว นับเป็นการค้นพบที่สำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเชื่อกันว่าการที่น้ำมาปรากฏบนโลกและดาวเคราะห์ชั้นในดวงอื่นๆได้ ก็เพราะน้ำถูกขังในแร่ดินเหนียว ซึ่งต่อมาก่อตัวเป็นหินและผลึกรวมเป็นดาวเคราะห์ในที่สุด โดยเกิดขึ้นระหว่างการก่อเกิดระบบสุริยะนั่นเอง ทีมยังพบคาร์บอนจำนวนมากในตัวอย่าง และซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ธาตุ 2 ชนิดนี้มีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต คาร์บอนถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในสารประกอบอินทรีย์ ขณะที่ซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบสำคัญของกรดอะมิโนซึ่งสร้างโปรตีน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์น้อยเบนนูมีต้นกำเนิดแบบโลกที่มีสารประกอบพรีไบโอติก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต เนื่องจากแร่แมกนีไทต์ หรือแร่เหล็กออกไซด์สีดำที่พบในตัวอย่าง มีความเชื่อมโยงกับปฏิกิริยาเคมีที่สำคัญต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และนี่การเลือกดาวเคราะห์น้อยที่ถูกต้อง และยังนำตัวอย่างที่ถูกต้องกลับมาด้วย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่