ชาวร้อยเอ็ดยังทุกข์ระทม แม่น้ำชีล้นตลิ่งเซาะพนังกั้นน้ำขาด มวลน้ำไหลทะลักท่วมชุมชนแหล่งผลิตอิฐแดงชื่อดังของจังหวัด บ้านและโรงงานเตาอิฐจมน้ำกว่า 40 หลัง นาข้าวใกล้เก็บเกี่ยวเสียหายกว่า 1,000 ไร่ ขณะที่ชาวบ้านริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เดือดร้อนหนักน้ำท่วมมากว่า 2 สัปดาห์์ ออกจับปลาตากแห้งไม่ได้ รายได้หดหาย ส่วนภาคเหนืออากาศเริ่มหนาวเย็น ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุณหภูมิลดฮวบเหลือ 9 องศาฯ นักท่องเที่ยวแห่โต้ลมหนาวคึกคักสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ จ.ร้อยเอ็ด แม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง หลังเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำจนเกินความจุกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ต้องเร่งระบายน้ำลงมา ส่งผลให้แม่น้ำชีบริเวณสถานีวัดน้ำบ้านธวัชดินแดง อ.ธวัชบุรี สูงกว่าตลิ่ง 2.5 เมตร สถานีวัดน้ำบ้านท่าสะแบง อ.ทุ่งเขาหลวง สูงกว่าตลิ่ง 0.95 เมตร และสถานีวัดน้ำบ้านม่วงลาด อ.จังหาร สูงกว่าตลิ่ง 0.89 เมตร ทั้ง 3 สถานีมีแนวโน้มน้ำเพิ่มสูงขึ้นล่าสุดน้ำกัดเซาะพนังกั้นน้ำที่บ้านดินแดง ต.ดงสิงห์ อ.จังหาร แหล่งผลิตอิฐแดงชื่อดังของ จ.ร้อยเอ็ด จนขาดยาวกว่า 12 เมตร มวลน้ำไหลทะลักเข้าชุมชนโรงงานผลิตอิฐแดง บ้านเรือน และโรงงานเตาอิฐจมน้ำกว่า 40 หลัง นาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยวเสียหายกว่า 1,000 ไร่ ชาวบ้านรีบขนของหนีน้ำกันกลางดึก บางส่วนต้องอพยพไปนอนริมถนนสายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ นายทวีสิทธิ์ มนตรีชน นายก เทศมนตรีเทศบาลตำบลดงสิงห์ เปิดเผยว่า จุดที่พนังขาดเป็นช่วงทางโค้งแม่น้ำชี ทำให้กระแสน้ำไหลแรง เบื้องต้นพบโรงงานเตาอิฐและอิฐแดงที่ปั้นไว้เตรียมเผาจมน้ำเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทที่ จ.ขอนแก่น ผลกระทบจากการปล่อยน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ทำให้หมู่บ้านหลายแห่งที่อาศัยอยู่ริมอ่างเก็บน้ำถูกน้ำท่วมสูง ถนนบ้านภูเขาวาง ต.เขื่อนอุบลรัตน์ ถูกน้ำท่วมระยะทางกว่า 2 กม. ระดับน้ำสูงประมาณ 15 ซม. ชาวบ้านสัญจรลำบาก ส่วนที่บ้านโนนสวรรค์ ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ ส่วนใหญ่ชาวบ้านมีอาชีพจับปลาและแปรรูปปลาตากแห้งได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะนอกจากน้ำท่วมสูงชาวบ้านออกจับปลาไม่ได้ ส่วนปลาที่มีอยู่ก็แปรรูปตากแห้งได้ นางบุญเพชร สุขสาเกษ อายุ 53 ปี ชาวบ้านโนนสวรรค์ เผยว่า น้ำท่วมมากว่า 2 สัปดาห์ ทำให้รายได้หายไป 2-3 หมื่นบาท ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ หลังฝนหยุดตกเข้าสู่ช่วงของปลายฝนต้นหนาว บรรยากาศบนยอดดอยหลายแห่งอากาศเริ่มหนาวเย็นและมีหมอกปกคลุม โดยเฉพาะบนยอดดอยอินทนนท์ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง ช่วงเช้าอุณหภูมิลดฮวบเหลือเพียง 9 องศาเซลเซียส ถือว่าต่ำกว่า 10 องศาฯเป็นครั้งแรกส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอยู่ที่ 11 องศาฯ ขณะที่นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยขึ้นไปโต้ลมหนาวมากขึ้นเพื่อรอชมแสงอาทิตย์แรกของเช้าวันใหม่กันอย่างคึกคัก คาดว่าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่มีวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน น่าจะมีคนแห่ไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก ส่วนในตัวเมืองเชียงใหม่อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศาฯ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นกรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศวันที่ 18 ต.ค. ว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังคงปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนบน อ่าวไทย และภาคตะวันออกเข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้หลายแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองนอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยายังออกประกาศเรื่องพายุดีเปรสชัน ฉบับที่ 5 (276/2566) ระบุว่าเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ต.ค. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นอีกและจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยใช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. พายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่