นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการในการบริหารจัดการน้ำ ปี 2566/2567 ว่า ขณะนี้ไทยอยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังปานกลาง และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.66-ม.ค. 67 จากนั้นจะมีกำลังอ่อนลงและต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.67 อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายฤดูฝนนี้มีปริมาณฝนตกเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ในระดับหนึ่งที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ สทนช.ทบทวน (ร่าง) มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2566/2567 ใน 9 มาตรการ1.เฝ้าระวังและเตรียมจัดหาแหล่ง น้ำสำรอง เตรียมเครื่องจักรในพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงขาดแคลนน้ำ2.ปฏิบัติการเติมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ3.กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรัง สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร เตรียมน้ำสำรองในพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนอง4.บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด5.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำลดการสูญเสียน้ำในทุกภาคส่วน6.เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ำ7.เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน/ องค์กรผู้ใช้น้ำ8.สร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์9.ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้มาตรการมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 26 ต.ค.66 และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไปทั้งนี้ ณ วันที่ 16 ต.ค.66 แหล่งน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำ 60,614 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 74% ของความจุเก็บกัก ปริมาณน้ำใช้การ 36,445 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 63% ของความจุใช้การ มีอ่างใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำน้อยมีจำนวนลดลงจากเดิม 11 แห่ง เหลือ 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนทับเสลา เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนคลองสียัด.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่