ฝนเทน้ำท่วมหลายพื้นที่ยังไม่คลายวิกฤติ รอง ผวจ.พะเยา นำ คณะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านเหยื่อน้ำป่าซัดถล่มหมู่บ้านสังเวยชีวิต 5 ศพ บ้านจมหาย 2 หลัง ระดมกำลังเร่งฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย แม่ฮ่องสอนยังฝนฉ่ำเกิดดินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทาง ต้องระดมเจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์ออก พร้อมแจ้งเตือนผู้สัญจรเพิ่มความระวัง ร้อยเอ็ดสำลักน้ำชีเอ่อท่วมขยายวงกว้าง ทหารยกพลช่วยชาวบ้านถนนขาด อ่างทองระทมน้ำเจ้าพระยาไหลแรงทำปลากระชังน็อกน้ำตายเป็นเบือจากเหตุการณ์น้ำป่าซัดถล่มหมู่บ้านห้วยกั้งปลา หมู่ 13 ต.สระ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 15 ต.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ ประกอบด้วย นายภาณุวัฒน์ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 50 ปี นางปาลิดา ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 44 ปี นายศรัญ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 22 ปี นายภานุพันธ์ สุรเมธีมานพ อายุ 50 ปี และ ด.ญ.กัญญารัตน์ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 10 ขวบ ทั้งหมดเป็นชนเผ่าเย้าครอบครัวเดียวกัน ความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ต.ค. นายเทวา ปัญญาบุญ รอง ผวจ.พะเยา รรท.ผวจ.พะเยา นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอเชียงม่วน นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ นางพัชรี คำนนท์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอเชียงม่วน นางศิรภัสสร โมกศิริ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอเชียงม่วน พร้อมด้วยปลัดอำเภอ ตำรวจ ทหาร ปภ.จังหวัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหมู่บ้านที่เกิดเหตุพบว่า มีบ้านที่อยู่ริมลำห้วยกั้งปลาถูกกระแสน้ำป่าซัดหายไป 2 หลัง เป็นบ้านของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ส่วนบ้านหลังอื่นๆ ได้รับความเสียหายบางส่วน มีเศษซากกิ่งไม้และต้นไม้ที่หักโค่นกระจัดกระจายเต็มหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ช่วยกันเคลียร์พื้นที่ ช่วยกันเก็บกวาดเศษซากปรักหักพังเร่งฟื้นฟูให้กลับมาสภาพเดิม พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้งให้ชาวบ้านเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้นขณะที่สถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย ที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายอัครพันธุ์ พูลศิริ นอภ.สบเมย สั่งการให้ปลัดอำเภอ นำ อส.ร่วมกับหน่วยงานทางหลวงชนบท เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.สบเมย เร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุฝนตกหนักต่อเนื่อง มีดินและหินสไลด์ลงมาทับปิดเส้นทางการจราจรบนถนนทางหลวงสาย 105 หมู่ 8 ต.แม่สวด อ.สบเมย เจ้าหน้าที่ร้อย อส. ที่ 7 เข้าเคลียร์เส้นทางให้สามารถเดินรถได้ และแจ้งเตือนประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ขณะเดียวกันยังคงมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงที่หมู่บ้านซิวาเดอร์ ต. แม่สามแลบ อ.สบเมย การเดินทางยากลำบากจ.ร้อยเอ็ด น้ำจากแม่น้ำชียังคงเอ่อล้นเข้าท่วมในหลายพื้นที่ ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่บ้านคุยขนวน ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ พบว่า มวลน้ำชีล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนลุ่มต่ำติดลำน้ำ 76 ครัวเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 70 ซม.ถึง 1 เมตร ชาวบ้านถูกตัดขาดการสัญจรทางบก ต้องใช้เรือเข้าออกหมู่บ้านเท่านั้น นางนิภาพร เวียงสมุทร อายุ 46 ปี ชาวบ้านคุยขนวน ลูกสาวของนางทองล้วน เวียงสมุทร อายุ 71 ปี ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคเบาหวาน และโรคไต ต้องฟอกไตวันละ 4 ครั้ง อาศัยอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน มีความเป็นอยู่ลำบาก หากต้องพาแม่เดินทางไปพบแพทย์ในยามที่มีอาการกำเริบ ฝากขอเรือไว้ใช้สัญจรในช่วงน้ำหลาก นอกจากนี้ มวลน้ำชียังขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่ ต.ดินดำ อ.จังหาร ชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือน ต้องอาศัยอยู่อย่างยากลำบาก ไม่สามารถประกอบอาหารและเข้าห้องน้ำได้ตามปกติพล.ต.ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผบ.มทบ.27/ ผอ.ศบภ.มทบ.27 ไปตรวจสอบถนนระหว่างบ้านมะบ้า หมู่ 3 กับบ้านนางา หมู่ 4 ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด ถูกน้ำเซาะขาดระยะทางประมาณ 9 เมตร จัดกำลังพลพร้อมเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์รับส่งชาวบ้านเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่กองร้อยช่วยเหลือประชาชน ช.พัน. 6 พล.ร.6 จะนำสะพานเครื่องหนุนมั่นอะลูมิเนียม M.4T.6 มาติดตั้งให้แล้วเสร็จนายชาญชัย ศรศรีวิชัย รอง ผวจ.ขอนแก่น นายพิสิษฐ์ วงศ์เธียรธนา หัวหน้า สนง.ปภ.จ.ขอนแก่น นายณัฐพิสิษฐ์ อ่อนสำลี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการชลประทานขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี ณ จุดสำคัญต่างๆ และเยี่ยมให้กำลังใจ มอบสิ่งของให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ไชย แวงใหญ่ แวงน้อย ชนบท บ้านไผ่ และบ้านแฮด นายชาญชัยกล่าวว่า จากการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ตามลำน้ำชี ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3-5 ซม. ยังคงต้องติดตามและเฝ้าระวังมวลน้ำที่ไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ ส่วนสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ปัจจุบันเกินความจุแล้ว ขณะนี้ยังมีน้ำจากต้นน้ำและลำพะเนียงไหลลงเขื่อนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกวันละ 20 ซม. ขอแจ้งเตือนผู้ใช้เส้นทางถนนระหว่าง อ.หนองเรือ ไปเขื่อนอุบลรัตน์ สายเลียบขอบอ่างอุบลรัตน์ ซึ่งบางจุดมีน้ำท่วมผิวจราจร ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าวจ.พิษณุโลก สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมสายหลักที่ผันมาจากสุโขทัยยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉลี่ยวันละ 5 ซม. ส่วนแม่น้ำยมสายเก่า มีเอ่อล้นตลิ่งในที่ต่ำบ้าง และน้ำบางส่วนถูกผันลงไปในทุ่งบางระกำโมเดล ตอนนี้รับน้ำไปไว้แล้ว 93% บางส่วนถูกระบายลงแม่น้ำน่านที่ลดระดับลงแล้ว ส่วนแม่น้ำวังทอง ช่วงน้ำตกแก่งซอง ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก วันนี้บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ยังมีฝนตกกำลังอ่อน ทำให้น้ำในแม่น้ำเข็กหรือแม่น้ำวังทองไหลเชี่ยวกรากขุ่นข้น ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ ทำให้ช่วงนี้ไม่ปรากฏมีนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวที่นี่ และในช่วงไหลผ่านตัวอำเภอวังทอง ระดับน้ำได้ลดลง ปัจจุบันต่ำกว่าตลิ่ง 2.65 เมตร เนื่องจากได้ระบายลงสู่คลองแม่เทียบ คลองโคกช้าง แล้วลงสู่แม่น้ำน่าน ตามแผนการจัดการจราจรทางน้ำของชลประทานพิษณุโลก ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อประชาชน จ.อ่างทอง สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากยังคงมีฝนตกในพื้นที่ตอนบน เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน 1,800 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำด้านท้ายเขื่อนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านที่อยู่ริมนอกคันป้องกันน้ำในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก และริมแม่น้ำน้อย ต.บางจักร อ.วิเศษชัยชาญ ได้รับผลกระทบแล้วเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนผู้เลี้ยงปลากระชังแม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำที่ไหลแรง ที่กระชังปลาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 1 ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง พบว่ามีปลากระชังน็อกน้ำตายจำนวนมาก นายราชันย์ อินทัศน์ อายุ 47 ปี ผู้ดูแลปลากระชังเล่าว่า ช่วงนี้พบปลากระชังเริ่มทยอยตายทุกวัน หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งขุ่นและแดง ทำให้ปลาทับทิมที่เลี้ยงไว้ในกระชังเกิดน็อกน้ำที่ไหลแรงต้องว่ายน้ำตลอดเวลา เบียดเสียดกันทำให้เกล็ดหลุด ลำตัวเป็นแผล และกินอาหารได้น้อย ทำให้ปลาโตช้าและตายลงอย่างต่อเนื่องกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ถึง 16 ต.ค.66 ยังมีสถานการณ์ใน 8 ลุ่มน้ำ รวม 12 จังหวัด ได้แก่ ลุ่มน้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ ลุ่มน้ำน่าน จ.พิษณุโลก ลุ่มน้ำชี จ.ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ ลุ่มน้ำมูล จ.อุบลราชธานี ลุ่มน้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา นครปฐม และอ่างทอง ลุ่มน้ำยม จ.พะเยา และสุโขทัย และภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน คือ จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงคือ จ.กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี เนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ จ.พะเยา เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 15 ต.ค. น้ำป่าไหลหลากทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ส่งทีม MCATT ในพื้นที่ติดตามเยียวยาจิตใจญาติผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดแล้ว ภาพรวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย ผู้บาดเจ็บ 33 ราย มีการตั้งจุดอพยพรวม 35 แห่ง ทั้งนี้มีพื้นที่เฝ้าระวัง 9 จังหวัดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ เพชรบูรณ์ ลพบุรี พิษณุโลก อุตรดิตถ์ พิจิตร นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่